โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนดูข้อพิรุธมากมายในกรณีการเสียชีวิต ‘พลทหารเพชรรัตน์’ ที่กองทัพฯ อ้างว่าหัวใจวายเฉียบพลัน

The MATTER

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 09.22 น. • Brief

ประเด็นที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้คือ การเสียชีวิตของ ‘พลทหารเพชรรัตน์’ ซึ่งกองทัพบกยืนยันยืนยันว่า สาเหตุจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ญาติยังมีข้อสงสัยหลายอย่าง ตั้งแต่พบช้อนเหล็กในเถ้ากระดูก มุมกล้องวงจรปิดไม่เห็นจุดเกิดเหตุ จนเกิดเป็นคำถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ในวงกว้าง

เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร และทำให้เราเห็นถึงปัญหาอะไรบ้าง อ่านได้จากโพสต์นี้

ไทม์ไลน์เหตุการณ์

เวลา 20.10 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า มีทหารมาทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ต่อมาระบุว่าคือ พลทหาร เพชรรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 เนื่องจากลากลับบ้านเกินกำหนด 11 วัน จึงถูกต้องโทษตามวินัย บันทึกประจำวันของ สภ.เมืองปราจีนบุรี ระบุว่า ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พลทหารเพชรรัตน์ เกิดป่วยกะทันหัน ระหว่างถูกจำคุก โดยชี้ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์ “ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย” เจ้าหน้าที่เรือนจำก็แจ้งว่า ผู้ตายมีอาการหายใจติดขัดแล้วล้มฟุ้บไปกับพื้น ขณะกำลังเข้าไปในเรือนนอน จากนั้นเพื่อนผู้ต้องขังช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนจะส่งตัวไปโรงพยาบาล แพทย์รับรองว่า พลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิตในวันที่ 11 พฤศจิกายน เนื่องจาก “หัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ” แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่า เขาไม่มีชีพจรตั้งแต่ถึงโรงพยาบาลแล้ว จากนั้นร่างถูกส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก่อนญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และทำการฌาปนกิจวันที่ 15 พฤศจิกายน ในวันรุ่งขึ้น (16 พฤศจิกายน) ระหว่างพิธีญาติเก็บกระดูก กลับพบ “ช้อนสั้น” ปนอยู่ในกองกระดูก จนเกิดสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต จึงทวงถามต้นสังกัด พร้อมร้องเรียนกับผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน มติชนรายงานว่า เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2569) นายสิทธิพรอายุ 39 ปี หรือสัปเหร่อผู้เผาศพ ได้พาผู้สื่อข่าวไปสำรวจเมรุที่เผาร่างพลทหารเพชรรัตน์ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเผาศพ เขาจะต้องตรวจตามร่างกายทุกครั้ง เผื่อมีทรัพย์สินที่จะต้องคืนญาติ ส่วนในกรณีนี้ สัปเหร่อพบว่าไม่มีช้อนอยู่ตามกระเป๋าหรือเสื้อผ้าแต่อย่างใด เพียงแต่พบของแข็งอยู่ในคอ “เคสแบบนี้ไม่เคยมี เพิ่งจะเจอเคสแรก ผมคิดเองคนเดียวว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไรแน่ ตอนเช้าจะมาเก็บกระดูกก็เห็นช้อนอยู่ ก็บอกว่าช้อนไปอยู่ได้อย่างไร” สัปเหร่อเล่าผ่านมติชน

ข้อสงสัยของครอบครัว

10. เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ครอบครัวสงสัยว่า มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของพลทหารเพชรรัตน์หรือไม่ ซึ่งต่อมา น้ำ–นิชนันท์ วังคะฮาต หรืออดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ได้รวบรวมข้อสงสัยของญาติ ดังนี้

📌มุมกล้องตรงจุดเกิดเหตุมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเห็นแค่คนวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ

📌ผู้ต้องขังที่ถูกเรียกสอบ 2 ใน 9 ให้การไม่สอดคล้องกัน และวิธีทำ CPR ไม่ถูกต้อง

📌หลังจากเหตุการณ์นิ่งลง มีการเคาะระฆังส่งสัญญาณให้ผู้คุมเข้ามาเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล

📌ถึงโรงพยาบาลหมอบอกเสียชีวิตแล้ว อัยการถามเสียชีวิตตอนไหนที่ไหน ไม่มีใครตอบ

📌ให้ญาติออกไปคุยอีกห้อง แล้วก็กลับมาที่ห้องเดิม มีการทำอะไรกับศพ

📌ก่อนเผาศพ สัปเหร่อเคลียร์ร่างกาย ใช้ไม้เคาะ เหมือนมีอะไรอุดอยู่ด้านในแข็งๆในปาก แต่สัปเหร่อไม่ได้ล้างค้างอ้าปากดู สัปเหร่อได้แต่สงสัย

📌หลังเผาศพ ตรงกระดูกเจอช้อนสั้น ปนอยู่กับกระดูกกำลังหาทางส่งตรวจ DNA ที่ช้อน ญาติไม่อยากให้ผ่านร้อยเวร ญาติกังวลไม่มั่นใจผลการตรวจ ใครพอจะแนะนำสถานที่ไหนช่วยแจ้งมาด้วย

📌ใบเอกซเรย์ไม่มีให้ดู ว่ามีอะไรในร่างกายไหม บอกแค่ผลชันสูตร

📌การพูดคุยในไลน์กลุ่มทหารบอกว่ามีการซ้อมหมู่ จึงทำให้เสียชีวิตที่เรือนจำแห่งนี้

11. ด้านครอบครัว ก้องภพ อายุ 45 ปี อาเขยผู้เสียชีวิตกล่าวผ่านมติชนว่า “ความรู้สึกมันเป็นความรู้สึกแต่วันแรก เราไม่มีหลักฐาน และสุขภาพร่างกายเขาแข็งแรง ผมไม่เคยเห็นเขาเข้าโรงพยาบาลเลย ตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งแต่เล็ก อย่างกล้ามเนื้อหัวใจโต มันทำให้เสียชีวิตได้ใช่ไหม ที่ทำให้คนคนหนึ่งเสียชีวิต”

เขากล่าวต่อว่า “ปกติการชันสูตรต้องแจ้งญาติและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์ ทางเราได้รับแจ้งให้ไปรับศพทีเดียว” จนครอบครัวเริ่มสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุ

คำชี้แจงจากกองทัพฯ

12. เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ทีมโฆษกกองทัพบกยืนยันว่า พลทหารเพชรรัตน์เสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว และ “ไม่มีร่องรอยการถูกสัมผัสเพื่อทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด”

ทีมโฆษกฯ สรุปว่า “ไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหาร ที่อยู่ด้วยกันได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด” และจากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ ก็พบว่า ไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง

“ยืนยันว่าการสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดก็ตาม นับเป็นการสูญเสียของกองทัพบก ด้วยเช่นกัน ทำให้กรณีมีกำลังพลเสียชีวิต จึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา” ทีมโฆษกฯ ย้ำ

13. ล่าสุดวันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก อธิบายกับสื่อเพิ่มเติมว่า แพทย์ได้ชันสูตรซึ่งมีการตรวจเอกซเรย์ และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ยืนยันได้ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอม

ส่วนข้อสงสัยว่า ทำไมทหารต้องพกช้อนติดตัวนั้น พลตรีวินธัยชี้แจงว่า บางครั้งในช่วงการฝึกจะมีการรับประทานอาหารในพื้นที่นอกหน่วย จึงต้องมีการพกช้อนประจำตัวไว้รับประทานอาหารซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าประเด็นสำคัญคือ ต้องพิสูจน์และยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีกำลังพลเสียชีวิตก็เป็นความสูญเสียของกองทัพบกด้วยเช่นเดียวกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

14. สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ กระบวนการตรวจสอบการเสียชีวิตพลทหารเพชรรัตน์ว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือไม่ ซึ่งหากในอนาคตมีผู้ถูกกล่าวหา คนเหล่านั้นอาจ “จะต้องขึ้นศาลทหาร” จนกลายเป็นคำถามต่อไปว่า “ความยุติธรรม” ที่เกิดขึ้นในกรณีเช่นนี้ ควรเกิดขึ้นผ่าน “ศาลทหารหรือศาลพลเรือน” หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...