โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอวช. ชงรัฐบาลใหม่เร่งอัดฉีด R&D ดันลงทุนแตะ 2% ต่อ GDP ก่อนปี 2570

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
สอวช. ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ เร่งปลดล็อกลงทุนวิจัย–พัฒนากำลังคน–ปรับกติกานวัตกรรม ก่อนเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ออกมาเสนอแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อวางรากฐานประเทศในอีก 10–20 ปีข้างหน้า

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกำลังเผชิญจุดทดสอบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ของประเทศลดลงเหลือเพียงร้อยละ 0.94 ของ GDP ในปี 2566 จากร้อยละ 1.16 ในปีก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนลดลงมากกว่า 23% เหลือ 112,126 ล้านบาท ขณะที่ไทยยังคงมีเป้าหมายการลงทุน R&D ให้ได้ร้อยละ 2 ต่อ GDP ภายในปี 2570

“ในโลกที่เทคโนโลยีคืออาวุธหลักทางเศรษฐกิจ หากภาคเอกชนไม่ลงทุนวิจัย ประเทศจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานโลกได้” ดร.สุรชัย กล่าว

ดร.สุรชัย กล่าวว่า สอวช. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน R&D ของเอกชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการวิจัยและพัฒนา 300% กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งเคยพิสูจน์ผลสำเร็จในช่วงปี 2558–2562 ที่ทำให้การลงทุนวิจัยของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 0.62% ของ GDP เป็น 1.33% ภายในไม่กี่ปีมาแล้ว

นอกจากมาตรการทางภาษีแล้ว ยังเสนอให้รัฐบาลมีการปรับปรุงกระบวนการใช้สิทธิประโยชน์ของ BOI และกรมสรรพากรให้รวดเร็ว โปร่งใส และใช้ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ SMEs ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เข้าถึงเครื่องมือสนับสนุนได้อย่างแท้จริง

ดร.สุรชัย กล่าวอีกว่า อีกโจทย์ใหญ่ที่ไม่อาจเลี่ยง คือ การพัฒนากำลังคน ภายใต้บริบทสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับระบบการศึกษาจากการถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยีอัตโนมัติ เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสุขภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“กำลังคนคือทุนระยะยาวของชาติ การ Reskill และ Upskill โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป จะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาศักยภาพแรงงานและลดภาระทางการคลังในอนาคต” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวย้ำว่า ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับ ESG (Environment Social and Governance) และกำหนดเป็นกติกา โดยเฉพาะกฎระเบียบเรื่องการส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่เข้มงวด ทำให้เห็นว่า ESG เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของประเทศ ไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัว ปรับปรุงกิจกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เป็นไปตามกติกา เช่น ต้นน้ำ ด้านการวิจัย พัฒนาสู่วัตถุดิบยั่งยืน โดยวิจัยวัสดุทดแทน (Bio-based materials) พัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจหมุนเวียน การคำนวณ Carbon Footprint, กลางน้ำ เช่น การผลิตและแปรรูปต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การจัดการของเสียและน้ำ และปลายน้ำ เช่น การส่งออกและการขนส่งที่ต้องเลือกใช้เส้นทางขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้หรือย่อยสลายได้ โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้ต้องอาศัยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งหากรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงสามารถปรับตัวและพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศได้ ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้เล่นในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างเข็มแข็ง ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

อีกประเด็นที่รัฐควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ การปรับปรุงและปรับลดกฎหมาย กฎ ระเบียบที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมด้านการวิจัยและนวัตกรรม และควรส่งเสริมให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพเติบโตในตลาด มีพื้นที่ทดสอบทดลองก่อน (Innovation Sandbox) เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยปลดล็อกกฎหมาย ระเบียบที่เป็นอุปสรรคในระหว่างการทดลอง นอกจากนี้ รัฐควรเป็นผู้สนับสนุนนวัตกรรมโดยเป็นตลาดแรกสำหรับสินค้านวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจนวัตกรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดในวงกว้างต่อไป

“ในจังหวะที่รัฐบาลชุดใหม่กำลังฟอร์มทีมเริ่มต้นวาระบริหารประเทศ สอวช. เห็นว่า การตัดสินใจด้านนโยบายในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดศักยภาพของประเทศไทยในอีกสองทศวรรษข้างหน้า ว่าจะก้าวทันโลก หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โลกไม่ได้รอเรา หากเราลงทุนช้า ต้นทุนจะสูงกว่าการปรับตัวตั้งแต่วันนี้” ดร.สุรชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...