ไทย ออกแถลงการณ์ เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น-กลับสู่การเจรจา หลังเรือสินค้าไทยถูกโจมตีจากสงครามตะวันออกกลาง
ไทย ห่วงวิกฤตตะวันออกกลางลุกลาม ออกแถลงการณ์เรียกร้องทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจา หลังเรือสินค้าไทย “มยุรี นารี“ ถูกยิงขณะผ่านช่องแคบฮอร์มูซ
วันที่ 12 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่องพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์วิกฤติในตะวันออกกลาง ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา และการตอบโต้โดยอิหร่าน โดยการโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมีแนวโน้มจะเพิ่มความตึงเครียดทั้งในและนอกภูมิภาค
สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประชาชนของประเทศนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทยด้วย อีกทั้งล่าสุด ได้ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือ เมื่อเรือสัญชาติไทยลำหนึ่งที่มีลูกเรือคนไทย 23 คน ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ในห้วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิ การคุ้มครองพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจา การทูต และการหารือ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ภายหลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต