เดือน ม.ค.69 ต่างชาติแห่ลงทุนหุ้นไทยทุบสถิติสูงสุดใหม่ 6.1 ล้านล้านบาท
รายงานข่าวจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 5.24% จากสิ้นปี 68 และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.11 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.11% ของมูลค่ารวมทั้งตลาด จากนั้นในเดือน ก.พ. ยังมีการซื้อสุทธิเดือนเดียวสูงถึง 54,560 ล้านบาท จากความชัดเจนของทิศทางการเมือง และแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อีกทั้งราคาหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยที่ปรับลงอย่างมากในปีก่อน อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ดีกว่าคาด
“ถือเป็นการฟื้นตัวที่สะท้อนว่านักลงทุนต่างประเทศยังคงอยู่และสนใจลงทุนในตลาดหุ้นหากเทียบกับปี 68 ที่มูลค่าการถือครองหุ้นของต่างชาติใน 861 หลักทรัพย์อยู่ที่ 5.61 ล้านล้านบาท ลดลง 3.92% จากสิ้นปี 67 และสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาดสิ้นปี 68 อยู่ที่ระดับ 35.74% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2567 ที่อยู่ที่ระดับ 33.83%”
ขณะที่ในเดือน มี.ค. 69 เกิดปัญหาสงครามตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นเดือนทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากความตึงเครียดจากปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ดัชนีปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ โดยในวันที่ 2 และ 4 มี.ค. ดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 4 มี.ค. 69 เวลา 12.18 น. ดัชนีลดลงต่ำกว่าวันก่อนหน้ามากกว่า 8% จนต้องประกาศใช้มาตรการพักซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที และกลับมาซื้อขายในช่วงบ่าย และปิดตลาดดัชนีลดลง 5.58% จากวันก่อนหน้า นักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 1,053 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากความรุนแรงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิในวันที่ 5-6 มี.ค. 69 รวม 13,854 ล้านบาท แต่ยังพบว่าตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 มี.ค. 69 นักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 45,434 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมา 11.96% จากสิ้นปีก่อน จึงคาดการณ์ว่า มูลค่าการถือครองของนักลงทุนต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน
อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังคงอยู่และสนใจลงทุนในตลาดหุ้น และเมื่อพิจารณาข้อมูลการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ จำแนกตามกลุ่มหลักทรัพย์ตามสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นในลำดับถัดไป จะช่วยให้ทราบถึงวัตถุประสงค์การลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศที่ช่วยยืนยันความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย