โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลูกถ่ายกระจกตา คืออะไร ต้องรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 06.27 น.
ภาพไฮไลต์

กระจกตา ส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของดวงตาดำ มีบทบาทสำคัญในการหักเหแสงที่เข้าสู่ดวงตา ถือเป็นด่านแรกที่จะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตา เมื่อกระจกตาเกิดเสียหายขึ้นมา ผู้ป่วยก็จะต้องเข้ารับการรักษาผ่านการปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและใช้ชีวิตประจำวัน โดยในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตากันว่าคืออะไร ขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไร หรือมีข้อมูลควรรู้ก่อนตัดสินใจทำอะไรบ้าง

ปลูกถ่ายกระจกตาคืออะไร มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

การปลูกถ่ายกระจกตา (Corneal Transplantation) เป็นการผ่าตัดทดแทนกระจกตา เพื่อรักษากระจกตาที่มีปัญหาขุ่นมัวหรือมีรอยโรคที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น โดยเป็นการใช้เนื้อเยื่อกระจกตาจากผู้บริจาคมาปลูกถ่ายแทนที่ การเปลี่ยนกระจกตาสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การปลูกถ่ายกระจกตาทุกชั้น (Penetrating Keratoplasty): เป็นการปลูกถ่ายกระจกตาในผู้ป่วยที่มีปัญหากระจกตาเสียหายรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาใหม่ทั้งหมดทุกชั้น โดยเป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยระยะเวลาพักฟื้นนานกว่าจะกลับมามองเห็นปกติ และอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตารูปแบบอื่นๆ ด้วย

2. การปลูกถ่ายกระจกตาเฉพาะชั้น (Lamellar Keratoplasty) : หากผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยว่ากระจกตามีรอยโรคเพียงบางส่วน แพทย์จะทำการปลูกถ่ายกระจกตาเฉพาะชั้นที่มีปัญหาเท่านั้น ทำให้มีระยะเวลาพักฟื้นสั้นกว่า โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • การปลูกถ่ายกระจกตาเฉพาะชั้นนอก (Anterior Lamellar Keratoplasty) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระจกตาโป่งพอง หรือผู้ป่วยที่มีรอยแผลบริเวณชั้นนอกสุดของกระจกตา
  • การปลูกถ่ายกระจกตาเฉพาะชั้นใน (Endothelial Keratoplasty) เหมาะสำหรับฟื้นฟูการมองเห็นในผู้ป่วยโรคกระจกตาเสื่อม (Fuchs’ dystrophy)

สำหรับรูปแบบการปลูกถ่ายกระจกตาจะขึ้นอยู่กับโรคพื้นฐานของกระจกตา ระดับความรุนแรงของโรคของผู้ป่วยแต่ละบุคคล รวมถึงดุลยพินิจของแพทย์

ทำไมต้องปลูกถ่ายกระจกตา ช่วยอะไรได้บ้าง

การปลูกถ่ายกระจกตาเป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาจากกระจกตาเสียหาย เช่น โรคกระจกตาโป่งพอง (Keratoconus) โรคกระจกตาเสื่อม (Corneal Dystrophies) แผลเป็นจากอุบัติเหตุและการติดเชื้อ โดยการปลูกถ่ายกระจกตามีข้อดี ดังนี้

  • ช่วยฟื้นฟูการมองเห็นของผู้ป่วยให้ดีขึ้น เช่น ผู้ที่มีปัญหากระจกตาอักเสบ กระจกตาเป็นหมอก มองเห็นไม่ชัดเจน หรือสูญเสียการมองเห็น สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
  • ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระจกตาในผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณกระจกตาเนื่องจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • ช่วยควบคุมการติดเชื้อบริเวณกระจกตาในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่กระจกตาเนื่องจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนทำ และการดูแลตัวเองหลังทำปลูกถ่ายกระจกตา

การปลูกถ่ายกระจกตาเป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาจากกระจกตาเสียหาย เช่น โรคกระจกตาโป่งพอง (Keratoconus) โรคกระจกตาเสื่อม (Corneal Dystrophies) แผลเป็นจากอุบัติเหตุและการติดเชื้อ โดยการปลูกถ่ายกระจกตามีข้อดี ดังนี้

  • ช่วยฟื้นฟูการมองเห็นของผู้ป่วยให้ดีขึ้น เช่น ผู้ที่มีปัญหากระจกตาอักเสบ กระจกตาเป็นหมอก มองเห็นไม่ชัดเจน หรือสูญเสียการมองเห็น สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
  • ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระจกตาในผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณกระจกตาเนื่องจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • ช่วยควบคุมการติดเชื้อบริเวณกระจกตาในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อที่กระจกตาเนื่องจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนทำ และการดูแลตัวเองหลังทำปลูกถ่ายกระจกตา

การปลูกถ่ายกระจกตาเป็นการรักษาที่ละเอียดอ่อน ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์และการเตรียมตัว รวมถึงการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีการเตรียมตัวและการดูแลหลังการผ่าตัดดังนี้

ก่อนปลูกถ่ายกระจกตา

  • เข้ารับการตรวจสุขภาพตา รวมถึงตรวจวัดขนาดและความหนาของกระจกตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์
  • แจ้งประวัติสุขภาพ ประวัติแพ้ยา เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
  • หากมียา วิตามิน หรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่เป็นประจำ แพทย์อาจสั่งให้งดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ในการปลูกถ่ายกระจกตาจำเป็นต้องใช้วิธีการดมยาสลบ แพทย์จะแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ในวันผ่าตัด ควรมีผู้ติดตามมาด้วย หรือเลือกพักที่ที่พักใกล้โรงพยาบาลเพื่อความสะดวกในการเดินทางกลับบ้านหลังผ่าตัดเสร็จสิ้น

หลังปลูกถ่ายกระจกตา

  • งดขยี้ กด หรือสัมผัสบริเวณดวงตา
  • หากแพทย์มีการจ่ายยา ควรรับประทานหรือใช้ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • เลี่ยงไม่ให้ดวงตาสัมผัสน้ำขณะอาบน้ำ และงดว่ายน้ำอย่างน้อย 1-2 เดือน
  • งดการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเยอะ เช่น ยกของหนัก ออกกำลังกาย โดยเฉพาะในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังการผ่าตัด
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เช่น แว่นตากันแดด หรือใช้ที่ครอบตา
  • เลี่ยงการทำงาน การขับรถจนกว่าแพทย์จะอนุญาต แต่โดยปกติแล้วใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลังผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ การมองเห็นจะเริ่มดีขึ้น แต่ในบางรายอาจดีขึ้นภายใน 1 ปีหรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ควรเข้ารับการติดตามอาการกับแพทย์เป็นประจำ

ขั้นตอนในการปลูกถ่ายกระจกตาทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

สำหรับขั้นตอนการปลูกถ่ายกระจกตา แพทย์จะเริ่มจากการตรวจสุขภาพตาพร้อมประเมินสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าพร้อมผ่าตัดหรือไม่ จากนั้นจะเริ่มการดมยาสลบเพื่อระงับความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วย และเริ่มทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งในขั้นตอนการผ่าตัดแพทย์จะนำกระจกตาที่เสียหายออก แล้วใช้กระจกตาบริจาคมาปลูกถ่ายและเย็บติดด้วยไหมขนาดเล็ก เมื่อเสร็จสิ้นแล้วแพทย์จะใช้ที่ครอบตาปกป้องดวงตาไว้หลังผ่าตัด

ปัญหาและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจปลูกถ่ายกระจกตามีอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดรูปแบบไหนก็สามารถเกิดความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะการปลูกถ่ายกระจกตาที่เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด มีดังนี้

  • มีเลือดออกในดวงตา
  • กระจกตาถลอกหรือมีรอยขีดข่วน
  • ความดันในลูกตาสูง หรือเกิดภาวะต้อหิน
  • สายตาเอียง มองภาพไม่ชัดเจน เนื่องจากความโค้งผิดปกติของกระจกตา
  • ร่างกายปฏิเสธกระจกตาบริจาค ทำให้เกิดภาวะกระจกตาขุ่นมัว และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ระคายเคืองดวงตา แพ้แสง การมองเห็นลดลง

หากมีความเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นหลังผ่าตัด และอาการไม่ดีขึ้นแม้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เบื้องต้นแล้ว ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับคนที่ปลูกถ่ายกระจกตา

นอกจากความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาแล้ว การผ่าตัดนี้อาจทำให้ผู้ป่วยเผชิญกับผลกระทบทางจิตใจด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวลต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดและการฟื้นตัวหลังทำ ความรู้สึกกดดัน ความไม่มั่นใจถึงความสามารถในการมองเห็น หรือการปรับตัวในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้แพทย์จะมีการประเมินความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยก่อนทำการผ่าตัด

โอกาสสำเร็จที่จะปลูกถ่ายกระจกตาขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ความสำเร็จของการปลูกถ่ายกระจกตาในระยะยาวนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น

  • สุขภาพกระจกตาเดิมของผู้ป่วยว่ามีความสมบูรณ์หรือความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน
  • สภาพร่างกายและสุขภาพของผู้ป่วย เช่น มีโรคประจำตัวหรือไม่ หรือให้ความร่วมมือในการผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดหรือไม่
  • การยอมรับการปลูกถ่ายอวัยวะผู้บริจาค ซึ่งขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย
  • ภาวะแทรกซ้อนของโรคทางตาอื่น ๆ เช่น ต้อหิน วุ้นตาเสื่อม ม่านตาอักเสบ โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา
  • ความชำนาญการของจักษุแพทย์ที่ให้การรักษา

ทั้งนี้ความสำเร็จในการผ่าตัดอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าการผ่าตัดนั้นจะเป็นไปอย่างที่หวัง หรือส่งผลดีต่อการมองเห็นในระยะยาว ควรพบแพทย์เพื่อนัดติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) ปลูกถ่ายกระจกตา

สำหรับใครที่สนใจการปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อฟื้นฟูการมองเห็นให้ดีขึ้น หรือกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดนี้อยู่ ทางสมิติเวช ไชน่าทาวน์ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาให้แล้ว ดังนี้

การปลูกถ่ายกระจกตา ราคาเท่าไหร่ แพงไหม?

การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตามีราคาแตกต่างไปในแต่ละสถานพยาบาล และขึ้นอยู่กับประเภทของการผ่าตัดว่าเป็นแบบปลูกถ่ายกระจกตาทั้งหมดหรือเฉพาะส่วน

ปลูกถ่ายกระจกตา กลับไปทำงานได้เมื่อไหร่?

ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล โดยปกติแล้วสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ตั้งแต่ 2-3 วันแรกของการผ่าตัด หรือในบางรายอาจต้องรอประมาณ 1-2 สัปดาห์ จนกว่าการมองเห็นจะกลับมาดีขึ้น

ปลูกถ่ายกระจกตา ขึ้นเครื่องบินได้ไหม?

แนะนำรอให้ร่างกายฟื้นตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะสามารถขึ้นเครื่องบินได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของแพทย์

ปลูกถ่ายกระจกตา ปรับปรุงการมองเห็น ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นที่สมิติเวช ไชน่าทาวน์

การปลูกถ่ายกระจกตาเป็นแนวทางการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาหรือได้รับบาดเจ็บที่กระจกตา ทำให้ต้องผ่าตัดกระจกตาที่เสียหายออกพร้อมปลูกถ่ายกระจกตาที่มีสุขภาพสมบูรณ์จากผู้บริจาคมาใส่แทน เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นอีกครั้ง โดยสามารถผ่าตัดกระจกตาได้ทั้งแบบบางชั้นและแบบทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคหรืออาการบาดเจ็บที่กระจกตาของแต่ละบุคคลและการประเมินของจักษุแพทย์

ข้อมูลโดย : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลูกถ่ายกระจกตา คืออะไร ต้องรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...