โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กต. ประท้วงความรุนแรง เหตุยิงเรือสินค้าไทย นำเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางหารือที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนพรุ่งนี้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 07.23 น.

กต. ประท้วงความรุนแรง เหตุยิงเรือสินค้าไทย นำเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางหารือที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนพรุ่งนี้ ประสานเร่งหา 3 ลูกเรือที่เหลือ ส่วน 20 คนปลอดภัย ไม่มีใครบาดเจ็บ เบื้องต้นเรือพาณิชย์ออกจากฮอร์มุชหมดแล้ว

วันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึง เหตุเรือมยุรีนารีถูกโจมตีที่ช่องแคบฮาร์มุช ว่า เมื่อวานนี้ เวลา 11.00 น ตามเวลาของประเทศไทย เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มยุรี นารี ที่มีลูกเรือไทย 23 คน ประสบเหตุ และได้รับความเสียหาย บริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเดินทางออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา (Khalifa Port) ในเมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ได้รายงานความคืบหน้า เบื้องต้นจากที่ประชุมเมื่อวานนี้

ในส่วนกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันทีและต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย ซึ่งทางกองทัพเรือโอมานสามารถให้การช่วยเหลือลูกเรือไทยได้จำนวน 20 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซาบ (Khasab) ประเทศโอมาน โดยจากการตรวจสอบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ยังคงต้องดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้แทนท้องถิ่นบริษัทเจ้าของเรือได้พาไปพักที่โรงแรมและจัดให้มีการพูดคุยกับจิตแพทย์ และอยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต อยู่ระหว่างการประสานเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวทางรถยนต์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ห้ามบิน เพื่อเยี่ยมเยียนให้การดูแลลูกเรือไทย พร้อมอำนวยความสะดวกในการพากลับประเทศไทย

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า รายงานว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทยได้เดินทางออกจาก บริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว และไม่มีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานการค้นหาและให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกันในทางการทูตกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาคและยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงคนไทย อย่างเช่น กรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวานนี้

ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค และของโลก รวมทั้งขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความกังวลในเรื่องนี้

โดยในช่วงเช้าวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย มาพบ เพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และในช่วงเย็นวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือทางโทรศัพท์ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ให้ความช่วยเหลือ และติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่พัฒนาสถานการณ์ของตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง และยังไม่แน่นอน ไม่มีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องบางฝ่าย ถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไขโดยฝ่ายอิหร่านได้ระบุ เงื่อนไขหลัก 3 ข้อ ได้แก่ การยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ความเสียหาย การให้หลักประกันให้ชัดเจนจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านขึ้นอีกในอนาคต

และในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ต่ออาเซียนและแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือและเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียน และการเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการรับมือกับวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ส่วนความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน ตามที่ได้มีการรายงานไปแล้ว ว่า คนไทยที่ชุดที่ 2 อพยพออกจากอิหร่านถึงตุรกีแล้ว และจะเดินทางกลับถึงไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มแรก จำนวน 34 คน ได้เดินทางกลับถึงไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นแรงงาน อีกกลุ่มจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้

พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ช่วยความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบและออกจากพื้นที่อันตราย ด้วยความปลอดภัยเนื่องจากความปลอดภัยของชาวไทยในตะวันออกกลางตอนนี้คือสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด

ส่วนกรณีที่มีสื่อต่างประเทศรายงานว่าก่อนการโจมตีมีการแจ้งเตือนแล้วถึง 4-5 ครั้งนั้น นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งสาเหตุที่เชิญทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทยมาพบ เพราะอยากตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ขอย้ำอีกครั้งหลังจากได้รับรายงานเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้มีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตของไทยติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศของโอมานทันที ซึ่งก็ให้ความอนุเคราะห์ด้วยดีในการประสานกองทัพเรือโอมาน เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือ ส่วนความชัดเจนในการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ตกค้างอยู่ คงต้องรอฟังการดำเนินการของกองทัพเรือโอมานซึ่งจะมีการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต แต่เท่าที่ทราบการเข้าช่วยเหลือมีอุปสรรคเนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่มาก และข้างในมืดมาก แต่กองทัพเรือโอมานก็จะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายปาณิดล ยังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรือพาณิชย์ของไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธประเภทใด ทราบเพียงว่าถูกโจมตีด้านท้ายเรือ ซึ่งบังเอิญว่าลูกเรือไทยทั้ง 3 คนอยู่ใกล้กับห้องดังกล่าว ส่วนที่มีสื่อไทยรายงานข่าวว่าลูกเรือ 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้ว ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ซึ่งข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ อยากให้รับฟังจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่าความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

สำหรับมาตรการป้องกันการโจมตีเรือพาณิชย์ของไทยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้กองทัพเรือดูแลอยู่แล้ว ได้มีการออกแถลงเตือนเรือที่แล่นอยู่ในพื้นที่ ว่าควรปฏิบัติอย่างไรและมีแผนประเมินความเสี่ยงอย่างไร จึงจะต้องขอให้เรือปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นที่ทราบมีการแจ้งเตือนไปแล้ว 5 ครั้ง แต่ขอย้ำว่าขณะนี้เรือพาณิชย์ของไทยได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวหมดแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...