โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

น่าอยู่มาก! เปิด 11 ประเทศ ปลอดภัยที่สุดในโลก หากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายทั่วโลก หลังนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า ความรุนแรงอาจลุกลามจนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ หรือเลวร้ายที่สุดคือสงครามโลกครั้งที่ 3

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายทั่วโลก หลังนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า ความรุนแรงอาจลุกลามจนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ หรือเลวร้ายที่สุดคือสงครามโลกครั้งที่ 3

ล่าสุด สื่อต่างประเทศอย่าง Metro ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ได้วิเคราะห์และเปิดเผยรายชื่อ 11 พื้นที่ที่มีโอกาสปลอดภัยมากที่สุด หากเกิดหายนะนิวเคลียร์หรือสงครามเต็มรูปแบบ โดยพิจารณาจากความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ ความสามารถพึ่งพาทรัพยากรตนเอง และความเป็นกลางทางการเมือง

1. นิวซีแลนด์ และ 2. ออสเตรเลีย (สวรรค์แห่งซีกโลกใต้)

สองประเทศในซีกโลกใต้ถูกมองว่าเป็นทางรอดสำคัญ หากเกิดปรากฏการณ์ Nuclear Winter เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ยังสามารถทำการเกษตรได้ แม้ซีกโลกเหนืออาจถูกปกคลุมด้วยความหนาวเย็นและรังสีเป็นเวลานาน อีกทั้งภูมิประเทศที่มีแนวเทือกเขายังช่วยเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ

3. ไอซ์แลนด์ (ดินแดนแห่งความสงบ)

ประเทศที่ครองอันดับต้น ๆ ของดัชนีสันติภาพโลกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมีประวัติไม่เกี่ยวข้องกับสงครามรุกราน ทำให้มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองต่ำ

4. สวิตเซอร์แลนด์ (ความเป็นกลางระดับตำนาน)

ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แม้ในความขัดแย้งระดับโลกหลายครั้งยังคงรักษาจุดยืนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกดึงเข้าสู่สงครามโดยตรง

5. อาร์เจนตินา (อู่ข้าวอู่น้ำ)

ในภาวะสงคราม ทรัพยากรอาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญ อาร์เจนตินามีพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะทุ่งข้าวสาลีจำนวนมหาศาล สามารถรองรับการยังชีพของประชากรได้แม้โลกถูกตัดขาดจากการค้า

6. ภูฏาน (ป้อมปราการเทือกเขา)

ประเทศขนาดเล็กในเทือกเขาหิมาลัยที่ประกาศจุดยืนเป็นกลางมาตั้งแต่ปี 1971 พร้อมภูมิประเทศภูเขาสูงชันซึ่งทำให้การรุกรานทางบกทำได้ยาก

7. ชิลี และ 8. แอฟริกาใต้ (แหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืน)

ทั้งสองประเทศมีแนวชายฝั่งยาวและทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งแหล่งน้ำสะอาดและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้หากระบบการค้าระหว่างประเทศหยุดชะงัก

9. ฟิจิ และ 10. ตูวาลู (เกาะสวรรค์ที่โลกลืม)

หมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจโลก โดยเฉพาะตูวาลูที่มีประชากรราว 11,000 คน จึงไม่ใช่เป้าหมายยุทธศาสตร์ทางทหารและมีความเสี่ยงถูกโจมตีต่ำ

11. แอนตาร์กติกา (ทางเลือกสุดท้าย)

แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรงและการดำรงชีวิตยากลำบากที่สุด แต่แอนตาร์กติกาถือเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เลือกพื้นที่นี้อาจต้องเผชิญชีวิตท่ามกลางความหนาวจัดและพายุหิมะตลอดเวลา

การจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญของความปลอดภัยในยุคสงครามสมัยใหม่ ไม่ได้อยู่ที่กำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการพึ่งพาทรัพยากร ความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ และความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่รอด หากโลกเข้าสู่ยุควิกฤตครั้งใหญ่ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...