ตำรวจเชื่อ มีข้อมูลชายปริศนา ผู้บงการทีมอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่มตัวจริง คาดสาเหตุไม่พอใจ มีคลิปลับสาวคนสนิท
ความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท๊อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้า และจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังญาติไปแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สน.สุทธิสาร เพราะไม่สามารถติดต่อนายรุทธ์ได้ โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฎภาพชัดว่ามีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ
โดยวันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังบริเวณบ่อตกกุ้งดังกล่าว ซึ่งพบว่าร้านยังไม่เปิด มีเพียงคนงานชาวเมียนมาร์ 1 คน แต่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่องและไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร ก่อนบอกว่าร้านจะเปิดอีกครั้งช่วงเวลา 16.00 น.
สอบถามไปยังพลตำรวจตรีเกียรติคุณ สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ระบุถึงความคืบหน้าทางคดีนี้ ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลเดียวกับนายรุทธ์หรือไม่ เบื้องต้นตำรวจคาดว่าเป็นบุคคลเดียวกัน แต่ต้องรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ส่วนแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมา พบว่า ทีมอุ้มถูกตำรวจขอศาลออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว รวม 8 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน หลบหนีอีก 1 คน คาดว่าอดีตข้าราชการ สังกัด กอ.รมน.
โดยเบื้องต้นพบว่าทีมอุ้มชุดแรก 6 คน ได้อุ้มนายรุทธ์ไปตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อไปยังบ้านเช่า อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนหมดหน้าที่ ซึ่งกลุ่มนี้อ้างว่าเจอนายภูเมธเพียงคนเดียว / จากนั้นมีทีมอุ้มอีก 1 ชุด เข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน แต่มีนายภูเมธอยู่ในชุดที่ 2 แน่นอน โดยคาดว่าชุดที่ 2 มีการสังหารนายรุทธ์ที่ จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งคราบเลือดที่บ้านเช่าดังกล่าวแล้ว แต่จุดนี้ไม่พบร่องรอยการเผา จึงอยู่ระหว่างขยายผลต่อว่าทีมอุ้มชุดที่ 2 ได้นำร่างนายรุทธ์ออกจาก จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดไหนต่อ แต่จากข้อมูลพบว่าได้มีการนำร่างนายรุทธ์ใส่รถ เดินทางไปยัง จ.นครสวรรค์ ต่อ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนที่จะมาพบร่างนายรุทธ์ ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่ที่บ้านร้าง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยที่เกิดเหตุยังพบผ้าปิดตา ผ้าปิดปาก มืออยู่ในลักษณะไขว้หลัง รวมทั้งยังมีผ้าห่อศพด้วย
นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังได้มีการเชิญญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้หญิงในคลิปที่ถูกถ่าย มาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยยืนยันว่าได้สอบปากคำในทุกประเด็นตั้งแต่เรื่องธุรกิจ เรื่องประโยชน์ ตลอดจนเรื่องชู้สาว
ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุขณะนี้ ตำรวจได้มีการขยายผล นอกเหนือจากรายชื่อ 8 คน โดยมีรายงานว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 3 คน ส่วนผู้ต้องหารายที่ 8 คือ นายภูเมธ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง จากข้อมูลพบว่าเจ้าตัวมีการเคลื่อนไหวอยู่ที่ จ.นครพนม และ จ.หนองคาย คาดว่าเจ้าตัวน่าจะหลบหนีออกชายแดนไปแล้ว
สำหรับบุคคลที่ได้ประกันตัวในชั้นศาลแล้ว 2 คน วงเงินประกัน 20,000 บาท คือ นายเผ่าทอง และนายวีรวิชญ์ ถ้าหากหลักฐานมีความชัดเจนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ทำให้ผู้เสียชีวิตเสียชีวิต ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ส่วนสาเหตุการอุ้ม จากรายงานพบว่า ขบวนการอุ้ม ได้ค่าจ้าง 300,000 บาท แต่นายภูเมธ ผู้สั่งการได้เน้นย้ำให้เอาโทรศัพท์มาให้ได้ จะให้ค่าจ้างเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยขณะนี้ตำรวจเองก็ยังไม่ได้โทรศัพท์ที่เป็นหลักฐานสำคัญ
นอกจากนี้ รายงานข่าวจากชุดสืบสวน ทราบว่า ชนวนเหตุ คือ มีคนบงการใหญ่กว่านายภูเมธ ซึ่งเป็นผู้ชาย 1 คน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากผู้ชายคนดังกล่าวมีแฟนสาว ซึ่งไปมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตได้ถ่ายคลิปเอาไว้ ทำให้ฝ่ายชายของผู้หญิงคนดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ จึงไปว่าจ้างนายภูเมธ หาทีมอุ้มฆ่า แต่อย่างไรก็ตามตำรวจต้องติดตามนายภูเมธ เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญที่จะเป็นผู้ระบุตัวตนผู้จ้างวานตัวจริงว่าเป็นใคร
ทั้งนี้มีข้อมูลว่า แม้ทางโฆษก กอ.รมน. จะออกมายืนยันว่านายภูเมธ ไม่ใช่กำลังพลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน แต่จาพภาพข้อมูล ยืนยันชัดว่าเคยปรากฎภาพและชื่อร่วมกิจกรรมใน กอ.รมน. จริง