“ทรัมป์” ส่งสัญญาณร่วมวงเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร
"ทรัมป์" ส่งสัญญาณร่วมวงเจรจาอิหร่าน ขณะสหรัฐเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลาง-เตรียมแผนสำรองหากการพูดคุยล้มเหลว ด้านอิหร่านย้ำพร้อมเจรจาเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.37 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่าเขาจะมีส่วนร่วมทางอ้อมในการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารนี้ที่กรุงเจนีวา พร้อมระบุว่าเชื่อว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า “ผมจะมีส่วนร่วมในการเจรจานี้ทางอ้อม และนี่จะเป็นการพูดคุยที่สำคัญมาก”
บรรยากาศก่อนการเจรจาเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยสหรัฐได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าสู่ตะวันออกกลาง และเจ้าหน้าที่สหรัฐให้ข้อมูลกับรอยเตอร์สว่า กองทัพกำลังเตรียมพร้อมต่อความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารในระยะยาว หากการเจรจาล้มเหลว
เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการทำข้อตกลง ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านเคยยึดท่าทีแข็งกร้าวในการเจรจามาโดยตลอด แต่ได้เรียนรู้ผลลัพธ์ของแนวทางดังกล่าวเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว หลังจากสหรัฐโจมตีเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ทรัมป์กล่าวว่า“ผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการเผชิญกับผลลัพธ์ของการไม่ทำข้อตกลง” พร้อมเสริมว่า เขาหวังว่าอิหร่านจะมีท่าทีสมเหตุสมผลมากขึ้น
ก่อนการโจมตีของสหรัฐ ในเดือนมิถุนายน การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเคยชะงักงัน จากข้อเรียกร้องของสหรัฐให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในประเทศ ซึ่งวอชิงตันมองว่าเป็นเส้นทางไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ทรัมป์กล่าวว่า“เราน่าจะมีข้อตกลงได้ แทนที่จะต้องส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ไปทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของพวกเขา แต่เราจำเป็นต้องส่ง B-2 ไป”
ท่าทีดังกล่าวแตกต่างจากคำพูดของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาเคยแสดงท่าทีเปิดรับแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน และแสดงความผิดหวังต่อการเจรจาที่ล้มเหลวมาหลายทศวรรษ
ด้านAbbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบกับผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เมื่อวันจันทร์ และโพสต์บน X ว่า เขาอยู่ที่เจนีวาเพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียม พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ไม่อยู่บนโต๊ะเจรจา คือการยอมจำนนต่อคำข่มขู่
IAEA เรียกร้องให้อิหร่านชี้แจงมาหลายเดือนว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงราว 440 กิโลกรัมอยู่ที่ใด หลังการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ และขอให้กลับมาเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในสามจุดสำคัญ ได้แก่ นาตานซ์ ฟอร์โดว์ และอิสฟาฮาน ซึ่งถูกโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
อิหร่านเคยขู่หลายครั้งว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีใด ๆ ซึ่งจะกระทบต่อการไหลเวียนน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก และดันราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรุนแรง ล่าสุดอิหร่านได้จัดการซ้อมรบทางทหารในช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเรียกร้องให้ใช้การทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง
แม้ทรัมป์จะมองว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่การเจรจายังมีอุปสรรคสำคัญ โดยสหรัฐต้องการขยายกรอบการพูดคุยไปยังประเด็นที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ เช่น โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานยืนยันว่าจะเจรจาเฉพาะเรื่องโครงการนิวเคลียร์ แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และจะไม่ยอมรับเงื่อนไข “ศูนย์การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” รวมถึงไม่เจรจาเรื่องขีปนาวุธ
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนฮังการี กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเป็นเรื่องยาก
“ผมคิดว่ายังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการทูต แต่ก็ไม่อยากพูดเกินจริง มันจะเป็นเรื่องยากมาก” รูบิโอกล่าว พร้อมเสริมว่า การเจรจากับอิหร่านเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะผู้นำของประเทศตัดสินใจบนพื้นฐานทางศาสนา มากกว่าการคำนวณเชิงภูมิรัฐศาสตร์
อ้างอิง : reuters.com