โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชะตากรรมโลกการเงิน หลังระเบียบโลกเก่าพังทลาย Ray Dalio ชี้ นี่คือ ยุคแห่งสงคราม 5 มิติ

Thairath Money

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 11.42 น.
ภาพไฮไลต์

เสียงเตือนจากผู้นำโลกและนักลงทุนระดับตำนาน

ช่วงที่ผ่านมาผู้นำประเทศมหาอำนาจเริ่มพูดตรงกันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนว่า “ระเบียบโลก” เดิมที่เรายึดถือกันมาตั้งแต่ปี 1945 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ในเวทีระดับโลก ตั้งแต่ World Economic Forum 2026 ต่อด้วย Munich Security Conference ผู้นำยุโรปและสหรัฐฯ ประกาศชัดว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของมหาอำนาจ

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี Friedrich Merz ระบุว่า “ระเบียบโลกที่ดำรงอยู่มาหลายทศวรรษไม่มีอยู่อีกต่อไป” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron เตือนว่า “ยุโรปต้องเตรียมพร้อมรับมือสงคราม เพราะโครงสร้างความมั่นคงเดิมหมดสภาพแล้ว” ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ Marco Rubio ยืนยันว่า “โลกเก่าได้จากไป” และกำลังเข้าสู่ยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่

แต่นี่ไม่ใช่เพียงเสียงจากนักการเมือง เพราะล่าสุด Ray Dalio มหาเศรษฐีนักลงทุน ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า ระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองได้พังทลายลงแล้วอย่างแน่นอน

ในมุมมองของดาลิโอ โลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักรอำนาจ (Big Cycle) “ระยะที่ 6” หรือ “ช่วงแห่งความไร้ระเบียบ” การปะทะกันของมหาอำนาจ และการแข่งขันเพื่อกำหนดกติกาโลกใหม่ ซึ่งกรอบคิดดังกล่าวถูกหยิบมาจากหนังสืออันโด่งดัง “Principles for Dealing with the Changing World Order” ที่เขาได้อธิบายไว้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกลไกของระเบียบโลก ผ่านการแบ่งวัฏจักรระเบียบโลกออกเป็น 6 ระยะ

เมื่อผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางการเงินพูดตรงกันในประเด็นเดียวกัน คำถามสำคัญในตอนนี้ จึงไม่ใช่ว่าโลกกำลังเปลี่ยนหรือไม่ แต่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะสั่นสะเทือน “ระบบเศรษฐกิจ” และ “การเงิน” โลกมากเพียงใดหลังจากนี้

ช่วงแห่งความไร้ระเบียบ “ระยะที่ 6” ของ Big Cycle

“The Big Cycle of External Order and Disorder” ดาลิโออธิบายว่า สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังเข้าสู่ ระยะที่ 6 ของวัฏจักร ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความระส่ำระสาย เพราะกฎกติกาสากลไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง องค์กรระหว่างประเทศไร้อำนาจและมหาอำนาจหันมาปะทะกันโดยตรง องค์กรอย่าง UN จะล้มเหลวเพราะไม่มีอำนาจและเงินทุนมากไปกว่าประเทศมหาอำนาจ เมื่อผลประโยชน์ขัดกัน ประเทศที่มีอำนาจมากกว่าจะเป็นผู้กำหนดกฎ

ดาลิโอบอกว่า พลวัตโลกถูกขับเคลื่อนด้วย "กฎแห่งป่า" (Law of the Jungle) มากกว่ากฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะมีองค์กรที่ขึ้นชื่อว่าเหนือรัฐ แต่หากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีนมีอำนาจเหนือกว่าฉันใด องค์กรเหล่านี้ก็ไม่สามารถกำหนดทิศทางโลกได้จริง เพราะในเวทีระหว่างประเทศ ไม่มีตำรวจ ไม่มีศาลที่บังคับหรือเอาผิดใครได้ สุดท้ายใครมีอำนาจมากกว่า คนนั้นกำหนดกติกา

ซึ่งกติกาที่ว่า คือ การใช้พลังอำนาจในการกดดันฝ่ายตรงข้ามผ่านสงคราม 5 รูปแบบที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่

  • สงครามการค้า/เศรษฐกิจ (Trade/Economic War) การตั้งกำแพงภาษีกีดกันการนำเข้าส่งออกการสร้างข้อจำกัดทางการค้าเพื่อตัดกำลังและทำลายเศรษฐกิจของคู่แข่ง
  • สงครามเทคโนโลยี (Technology War) การช่วงชิงและปิดกั้นนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงการครอบครองเทคโนโลยีที่เหนือกว่าคือกุญแจสู่ชัยชนะทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร
  • สงครามภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics War) การแย่งชิงพันธมิตรและพื้นที่ยุทธศาสตร์
  • สงครามการเงิน (Capital War): การใช้เครื่องมือทางการเงินคว่ำบาตรเพื่อปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงตลาดทุนและกระแสเงินสดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงและการแช่แข็งสินทรัพย์
  • สงครามทางทหาร (Military War) การใช้อาวุธห้ำหั่นกันจริงในท้ายที่สุด

ดาลิโอ ยกกรณีศึกษา“ช่วงปี 1930 และระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง” หลังจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกทำให้เกือบทุกประเทศเผชิญปัญหาภายใน ซึ่งผลักดันให้ผู้นำแบบเผด็จการประชานิยมเรืองอำนาจ เช่น นาซีในเยอรมนี ฮิตเลอร์ใช้นโยบายชาตินิยม ยกเลิกการจ่ายหนี้ต่างประเทศ และพิมพ์เงินจำนวนมากเพื่อสร้างกองทัพ แม้จะดูเสี่ยง แต่ในช่วงแรกเศรษฐกิจกลับฟื้นตัวได้ดีจากการจ้างงานเต็มอัตราและตลาดหุ้นที่พุ่งสูงขึ้น

หรือลัทธิทหารในญี่ปุ่นที่ขณะนั้นเผชิญภาวะคล้ายกัน การส่งออกลดลงเกือบ 50% ระหว่างปี 1929-1931 ประเทศล้มละลาย ต้องเลิกผูกค่าเงินกับทองคำ ค่าเงินอ่อนหนัก เกิดความวุ่นวายทางการเมือง กระแสชาตินิยม-ทหารนิยมพุ่งสูง เริ่มรุกรานเพื่อนบ้านและขยายอำนาจในจีนและเอเชียเพื่อแย่งทรัพยากร

ขณะเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา หลังปี 1929 ธนาคารอเมริกันประสบปัญหาหนี้เสียรุนแรง ลดการปล่อยกู้ทั่วโลก เศรษฐกิจเข้าสู่วงจรหดตัว ทำให้ต้องหันไปใช้นโยบายกีดกันทางการค้าผ่านกฎหมาย Smoot-Hawley ปี 1930 ซึ่งยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกทรุดหนัก โดยทั่วไปการขึ้นภาษีศุลกากรในช่วงเศรษฐกิจแย่เป็นเรื่องปกติ แต่ทำให้ประสิทธิภาพโลกโดยรวมลดลง และกระตุ้นสงครามการค้า

จากนั้นไม่นาน สหรัฐฯ ออกกฎหมาย Lend-Lease ส่งอาวุธช่วยอังกฤษ โซเวียต และจีน พร้อมทั้งคว่ำบาตรญี่ปุ่น โดยเฉพาะการตัดการส่งออกน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 80% ของน้ำมันที่ญี่ปุ่นใช้ ญี่ปุ่นจึงตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ถ้าไม่ขยายอำนาจ ก็จะขาดพลังงาน ถ้าขยายอำนาจ ก็ต้องเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ จนนำไปสู่เหตุการณ์โจมตีที่ Pearl Harbor ในปี 1941 ชนวนสู่สงครามโลกเต็มตัว

จากตัวอย่างของดาลิโอยกมา ฉายภาพให้เราเห็นว่า การบรรจบกันของ 3 วงจรใหญ่ ได้แก่ วงจรเงินและสินเชื่อ วงจรความไร้ระเบียบภายในประเทศ และวงจรความไร้ระเบียบระหว่างประเทศ ความวุ่นวายจากภายนอกบีบให้หลายประเทศต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองที่เข้มงวด รุนแรง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติและการอยู่รอด และมากไปกว่านั้นที่ต้องเผชิญกับประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของชาตินำไปสู่ความหวาดระแวงระหว่างกัน (Prisoner’s Dilemma)

เหล่านี้ คือ ต้นเหตุที่นำไปสู่สงครามโลกและวางรากฐานของระเบียบโลกใหม่ ซึ่งคล้ายคลึงกับปัจจุบันและสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอเมริกาและจีนที่กำลังอยู่ในสงครามเศรษฐกิจที่อาจพัฒนาไปเป็นสงครามทหารได้

แล้วโลกการเงินกำลังจะไปทางไหน ?

หากโลกกำลังเข้าสู่ระยะที่ 6 ตาม The Big Cycle ของดาลิโอ นำไปสู่คำถามที่ควรถามว่า ภาพที่อาจเกิดขึ้นในโลกการเงินหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ เราอาจสรุปได้ 5 ฉากทัศน์คร่าวๆ ดังนี้

1. การเงินถูก “ทำให้เป็นอาวุธ” มากขึ้น (Financial Weaponization)

ในระยะที่ 6 เส้นแบ่งระหว่างเศรษฐกิจและการทหารจะเลือนหายไป การเงินจะกลายเป็นแนวรบแรกก่อนเกิดสงครามจริง (Shooting War)

  • การตัดท่อน้ำเลี้ยงและอายัดทรัพย์ เครื่องมือรุนแรงที่จะถูกนำมาใช้ คือ การอายัดทรัพย์สิน (Asset freezes/seizures) และทุนสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูนำทุนสำรองไปใช้ การตัดช่องทางการทำธุรกรรมการเงินระดับโลกอย่าง SWIFT
  • การปิดกั้นตลาดทุน (Capital Market Blockades) ประเทศมหาอำนาจจะกีดกันไม่ให้ศัตรูระดมทุนในตลาดการเงินของตน

2. เงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง (Structural Inflation)

โลกจะเปลี่ยนจากยุคที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด (Efficiency) ไปสู่ยุคของความมั่นคงสูงสุด (Security) ซึ่งมีต้นทุนแพงกว่ามาก การทหาร การย้ายฐานการผลิต การปกป้องอุตสาหกรรม ทำให้ต้นทุนในการยกระดับประเทศสูงขึ้นในระยะยาว

  • ต้นทุนจากการกีดกันทางการค้า การตั้งกำแพงภาษีและนโยบายกีดกันทางการค้า (Protectionism) เพื่อรักษาฐานการผลิตในประเทศจะทำให้การผลิตไม่ได้เกิดขึ้นในจุดที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจโลกโดยรวมลดลง
  • การพิมพ์เงินเพื่อสงคราม รัฐบาลจะเปลี่ยนโหมดจากทำกำไรเป็นการทำสงคราม ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล รัฐจะพิมพ์เงินเพื่อนำมาใช้จ่าย (Monetization of debt) ทำให้ค่าเงินด้อยค่าลงอย่างรุนแรงและเกิดเงินเฟ้อ ซึ่งถือเป็นวิธีการล้างหนี้ผ่านการลดมูลค่าของเงิน

3. การแบ่งโลกเป็น 2-3 ขั้วการเงิน (Multipolar Financial World)

เมื่อความไว้วางใจในระบบการเงินโลกหมดไป โลกการเงินที่เป็นหนึ่งเดียว (Globalization) จะแตกออกเป็นค่ายๆ ระบบการเงินฝั่งตะวันตก ระบบการเงินฝั่งจีน และกลุ่มการค้าอื่นๆ ระบบดอลลาร์อาจถูกท้าทายมากขึ้น

  • เครดิตระหว่างขั้วอำนาจจะถูกปฏิเสธ ในภาวะสงคราม เงินตรา หรือเครดิตของประเทศศัตรูจะไม่ได้รับการยอมรับ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นเศษกระดาษหากแพ้สงคราม การค้าขายและการไหลเวียนของเงินทุนจะเกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มประเทศพันธมิตรของตนเองเท่านั้น
  • พันธมิตรทางเศรษฐกิจ ประเทศต่างๆ จะถูกบีบให้เลือกข้าง ดังเช่นในอดีตที่อังกฤษ สหรัฐฯ และจีน ช่วยเหลือกันผ่านกฎหมาย Lend-Lease ในขณะที่ตัดขาดทางการค้ากับกลุ่มอักษะ

4. ตลาดผันผวนแบบไม่เป็นเส้นตรง (Non-linear Volatility)

จากบทเรียนในอดีต ตลาดหุ้นจะไม่ได้เคลื่อนไหวตามพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะเคลื่อนไหวตามโอกาสชนะหรือแพ้ของชาตินั้นๆ ในสมรภูมิต่างๆ

  • ความเสี่ยงจากการถูกปิดตลาด ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ประเทศผู้แพ้หรือผู้ที่พ่ายแพ้ในสงครามทุน ตลาดหุ้นและทรัพย์สินจะกลายเป็นศูนย์ (Wipeout) ตลาดหุ้นอาจถูกสั่งปิดเป็นเวลาหลายปี เช่น เยอรมนีและญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนของตนเองได้เลย ประเทศผู้ชนะจะเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังการจัดระเบียบโลกใหม่ (New Order) เสร็จสิ้น
  • ความผันผวนตามข่าวสงคราม ทิศทางตลาดจะเหวี่ยงตามสถานการณ์สู้รบ เช่น สงครามเศรษฐกิจทำให้ตลาดตก การกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ตลาดกลับมาพุ่ง หรือความตึงเครียดรอบใหม่ทำให้ตลาดกลับมาดิ่งอีกครั้ง
  • การควบคุมเงินทุน (Capital Controls) รัฐจะจำกัดสิทธิการนำเงินออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อเก็บทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ

5. สินทรัพย์ที่เกี่ยวกับอำนาจรัฐจะสำคัญขึ้น (Strategic Assets)

ในยุคที่เงินกระดาษมีความเสี่ยงสูง สินทรัพย์ที่จับต้องได้และจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของรัฐจะมีค่าสูงสุด

  • ทองคำ คือ “Coin of the Realm” เมื่อความไว้วางใจในระบบสินเชื่อระหว่างประเทศล่มสลาย สินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (Counterparty Risk) จะมีค่าที่สุด ได้แก่ ทองคำและแร่มีค่าอื่น ๆ จะกลับมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียวที่เชื่อถือได้
  • ทรัพยากรพลังงานและเทคโนโลยี สงครามในระยะนี้จะเป็นสงครามแย่งชิงทรัพยากร เช่น น้ำมัน เหล็ก และเทคโนโลยี เพื่อความอยู่รอด ประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรจะยอมทำสงครามเพื่อแย่งชิงแหล่งพลังงานมาป้อนเศรษฐกิจและกองทัพ เทคโนโลยีจะถูกจำกัดการเข้าถึงในฐานะความลับทางความมั่นคง

ชะตากรรมโลกการเงิน หลังระเบียบโลกเก่าพังทลาย

สรุปง่ายๆ คือ เมื่อระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางค่อย ๆ เสื่อมพลัง โลกการเงินจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ระบบที่เคยพึ่งพาเงินดอลลาร์เป็นหลัก การค้าเสรีไร้กำแพง และห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่เชื่อมโยงแน่นแฟ้นกำลังถูกแทนที่ด้วยโลกแบบแบ่งขั้ว

การเงินจะถูกทำให้เป็นอาวุธมากขึ้น การคว่ำบาตร ตัดระบบชำระเงิน อายัดทุนสำรอง จะกลายเป็นเครื่องมือปกติของมหาอำนาจ แต่ขณะเดียวกันที่เงินทุนจะเคลื่อนย้ายระมัดระวังมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ จะสะสมทองคำ กระจายทุนสำรอง และพยายามลดการพึ่งพาสกุลเงินเดียว

เราอาจเห็นระบบการเงินหลายศูนย์กลาง ดอลลาร์ยังสำคัญ แต่ไม่ผูกขาด จีนผลักดันหยวน กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอาจสร้างกลไกการชำระเงินทางเลือก รัฐบาลต้องระดมความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อผันผวนและตลาดทุนที่เหวี่ยงแรงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศต้องประคองตัวให้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ดาลิโอชี้แนะถึงบทสรุปว่า ประเทศที่อยู่รอด ไม่ใช่ประเทศที่รวยที่สุด แต่คือประเทศที่ยืดหยุ่นที่สุด รักษาความสามารถในการผลิตภายในประเทศ และประชาชนยังเชื่อมั่นในระบบของตน หากมหาอำนาจยังเลือกแนวทางแข่งขันแบบทำลายกัน โลกการเงินจะเผชิญกับการแตกขั้วของระบบทุนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ถาวร แต่หากเลือกเจรจาและสร้าง Win-Win วัฏจักรใหม่ก็อาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่านสงครามครั้งใหญ่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชะตากรรมโลกการเงิน หลังระเบียบโลกเก่าพังทลาย Ray Dalio ชี้ นี่คือ ยุคแห่งสงคราม 5 มิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...