กมธ…หน้าที่ไกล่เกลี่ย?
ปีนู้นน..
เห็นนั่งถกเถียง-ตอบโต้กับคุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ ชนิดหน้าดำ-หน้าแดง แต่มาปีนี้-16 กุมภา. “คุย สามเถ” เอ๊ย “เค สามถุยส์” ได้โพสต์..
“ตั้งแต่เมื่อวาน พอผมรู้ว่า พรรคเพื่อไทยจะไปยกมือสนับสนุนให้ไอ้พวกโจรเขากระโดงเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเปลี่ยนความคิดทันที
ที่ผมเคยมองว่า ไอ้เหลือง ไอ้ส้ม ไอ้น้ำเงิน มันน่ากลัว จริงๆ แล้ว “อีแดง” นี่แหละ น่ากลัวที่สุด”
55555..เปล่า เค สามถุยส์ ไม่ได้หัวเราะตบท้าย ผมเองที่หัวเราะ-ขำ แต่กระนั้นก็ให้เข้าใจ-เห็นใจ ว่าการทุ่มเทความรักให้ใครแบบบ้าคลั่งนั้น..
เมื่อพลันผิดหวังขึ้นมา ก็เป็นธรรมดาที่จะให้รู้สึกเกลียด-แค้นเป็นทวี!
ว่าแต่.. “อีแดง” ที่ว่านี้ หมายถึงพรรคเพื่อไทยแน่นะ ที่สงสัย เพราะกับพรรคอื่น เค สามถุยส์ใช้คำ “ไอ้เหลือง ไอ้ส้ม ไอ้น้ำเงิน..
ไหง..พอเป็นเพื่อไทยกลับเรียก “อีแดง” มันเลยดูทะแม่งๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ หรือเคจะสื่อไปถึงใครคนนั้น?
เออ..แล้วนั่นก็ดูทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้ ก็ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธาน กมธ. ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีกับประชาชน
ผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี นั่นแหละ!
โดยนายนรเศรษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทน กกต. และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดย กมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง
ส่วนตัวมองว่าหาก กกต.เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัย อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้
เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก
“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน
จะให้ กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์
กรณีที่ กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก
เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้”
เอ๊ะ..เดี๋ยวนะ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) คือคณะบุคคลที่สภาแต่งตั้งขึ้น (จาก สส./สว./คนนอก) เพื่อทำหน้าที่ศึกษารายละเอียด, พิจารณาร่างกฎหมาย, สอบหาข้อเท็จจริง
และติดตามการบริหารงานของรัฐบาลในเรื่องเฉพาะทางอย่างลึกซึ้งแทนสภาใหญ่ เพื่อแบ่งเบาภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ก่อนรายงานผลต่อที่ประชุมสภา มิใช่หรือ?
แล้ว “การไกล่เกลี่ย” คู่กรณีนี่เป็นหน้าที่ตั้งแต่เมื่อไหร่? อีกอย่างการที่ กกต.ฟ้องประชาชนจะถือเป็นการ “ปิดปาก” ได้อย่างไร?
การใช้กฎหมายก็ถูกต้องตามเจตนาแล้วที่ต้องการให้ประชาชนหวาดกลัวไม่กระทำผิด และกรณีของประชาชน (3 คน) ที่รุกล้ำเข้าไปในเขตต้องห้าม..
ทั้ง 3 ท่านก็สามารถที่จะต่อสู้ได้หากเชื่อมั่นว่าสิ่งที่กระทำไปนั้นไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่จำเป็นจะต้องไกล่เกลี่ยอะไรกัน นายนรเศรษฐ์-กมธ. ก็ไม่เห็นจะต้องไปเปลืองตัวทำไม!
ผิด (กฎหมาย) ก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ผิดก็รอดตัวไป ก็เท่านั้น กมธ.จะไกล่เกลี่ยได้ไง เพราะนี่ไม่ใช่ความผิดฉ้อโกง ยักยอก หมิ่นประมาท หากแต่..
เป็นการเปิดหีบเลือกตั้ง ข้อหาหนัก บุกรุก-ทำลาย โทษจำคุกสูงสุด 10 ปีเชียวนา และถ้าไกล่เกลี่ย-ยอมความกันได้ เลือกตั้งคราวหน้า..
ประชาชนจะไม่ “เปิดหีบ” (ปรู๊ฟดีๆ นะ) นับคะแนนเองรึนั่น?.
สันต์ สะตอแมน