‘สุชาติ’ สั่งรับมือภัยแล้งรุนแรง ยกระดับคุมเข้มการเผา
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 10.58 น. • The Bangkok Insight"สุชาติ" สั่งรับมือภัยแล้งรุนแรง เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ คาดปริมาณฝนรวมของประเทศ แนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติ ยกระดับคุมเข้มการเผา
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยสถานการณ์ประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนก.พ. 2569 โดยปริมาณฝนรวมของประเทศมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติ
ทั้งนี้ ภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีฝนต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 40% ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 30% ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก NOAA ระบุว่า ปัจจุบันสภาพอากาศโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะเป็นกลางตั้งแต่ช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนลดลงและเกิดความแห้งแล้ง มีโอกาสที่การจุดติดไฟและการลุกลามของไฟเกิดขึ้นได้ง่ายและรุนแรง
นายสุรินทร์ กล่าวว่า เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่อาจร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ นายสุชาติฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในทุกพื้นที่ ลาดตระเวนบริเวณพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก พื้นที่เสี่ยง ตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่สูงเพื่อมองเห็นไฟได้อย่างรวดเร็ว เตรียมกำลังพลและเครื่องมือดับไฟป่าเคลื่อนที่เร็วตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมกันนี้ ให้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจและดับไฟในพื้นที่เข้าถึงยาก การจัดการเชื้อเพลิงแบบมีการควบคุม จำกัดการเข้าพื้นที่ป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ท้องถิ่น เพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร ชุมชน ริมทาง พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ส่งข้อความเตือนภัย เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ฝุ่นและจุดความร้อนได้ทันที
สำหรับการติดตามข้อมูลจุดความร้อน พบว่าช่วงวันที่ 13–16 ก.พ. 2569 มีจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 2,806 จุด โดยเป็นการเผาในพื้นที่ป่าสูงถึง 1,730 จุด หรือคิดเป็น 62% ของจุดความร้อนทั้งหมด นอกจากนี้ จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
ส่วนในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 19–21 ก.พ. 2569 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากทิศทางลมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง จะเป็นลมใต้พัดขึ้นเหนือ ทำให้ภาคกลางเป็นพื้นที่ท้ายลม ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลมตะวันออก ซึ่งอาจพัดพามลพิษจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยได้
ทั้งนี้ เป้าหมายการลดการเผาไหม้ในพื้นที่ป่า และพื้นที่ป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า อย่างน้อย 10% พื้นที่เกษตร ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ในนาข้าว ข้าวโพด และอ้อยให้ลดลง 10-15% โดยเน้นมาตรการ ลด-งดเผา ในทุกจังหวัด จึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามเข้มงวดห้ามเผา และพี่น้องประชาชนทุกท่าน งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และป้องกันมลพิษทางอากาศ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนในชุมชนและสังคมส่วนรวม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สะพรึง!! GISTDA เผยพื้นที่เผาทั่วไทยเดือนม.ค. สะสมสูงถึง 2.26 ล้านไร่ ส่งผลฝุ่นพุ่ง
- ทบ.รับมีเหตุเผาป่าชายแดนไทย–กัมพูชา ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
- ไฟป่าลามบึ้มชายแดน! เผาไหม้ใกล้ 'ปราสาทตาเมือนธม' 80 เมตร
ติดตามเราได้ที่