ระวัง ส้มโอ ผลไม้สารพัดประโยชน์ อาจมีโทษ หากกินกับสิ่งนี้
ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ระวัง! ใครชอบกิน "ส้มโอ" ราชาผลไม้สารพัดประโยชน์ อาจมีโทษอันตรายต่อร่างกาย ทำลายตับ หากกินคู่กับสิ่งนี้
"ส้มโอ" ราชาผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ในการแพทย์แผนโบราณ ส้มโอถูกใช้เป็นยาขับลม ขับเสมหะ ลดอาการไอ ช่วยย่อยอาหาร และป้องกันอาการเมารถ อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคส้มโอในเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้ากินผิดเวลา โดยเฉพาะกินแกล้มเหล้า หรือกินเพื่อแก้เมา อาจเปลี่ยนสถานะจาก "ยาดี" เป็น "เพชฌฆาตเงียบ" ที่ทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว
ส้มโอไม่ได้ช่วยอาการเมาค้าง
หลายคนเชื่อว่าส้มโอสามารถช่วย "แก้" อาการเมาค้างได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านี่เป็นความเข้าใจผิดที่จริงแล้ว ส้มโอมีสารฟูราโนคูมาริน ซึ่งเป็นสารประกอบที่สามารถยับยั้งเอนไซม์เมตาบอลิซึมในลำไส้และตับ เมื่อรวมกับแอลกอฮอล์ สารประกอบนี้สามารถเพิ่มความเป็นพิษของเอทานอลในร่างกาย ทำให้ตับทำงานหนักขึ้น
บุย ดั๊ก ซาง แพทย์แผนโบราณแนะนำว่า หลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงก่อนรับประทานส้มโอ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้
ผู้กินยาควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ส้มโอไม่เพียงแต่มีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังมีปฏิกิริยากับยาหลายชนิดด้วย งานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่บางชิ้นแสดงให้เห็นว่าส้มโอสามารถเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของยาในเลือด ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังรับประทานยาบางชนิดสำหรับรักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือยาที่ถูกเผาผลาญโดยตับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หากรับประทานอย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม
เปลือกส้มโอ – ยาพื้นบ้านที่คุ้นเคย
ไม่เพียงแต่เนื้อส้มโอเท่านั้น แต่เปลือกส้มโอก็ถูกนำมาใช้ในแพทย์แผนโบราณมานานแล้วเช่นกัน ตามตำราแพทย์แผนจีน เปลือกส้มโอมีรสขม เผ็ดเล็กน้อย มีกลิ่นหอม และมีฤทธิ์เป็นกลาง ใช้ในการขับลม ขับเสมหะ ลดอาการบวม และบรรเทาอาการปวดท้อง
ปัจจุบัน เปลือกส้มโอถูกนำมาใช้ทำแชมพูบำรุงเส้นผม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมและลดการหลุดร่วงของเส้นผม นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหยในเปลือกส้มโอยังช่วยบรรเทาอาการเบื่ออาหารและคลื่นไส้ในหญิงตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ในการแพทย์พื้นบ้านยังใช้น้ำต้มเปลือกส้มโอแห้งผสมเกลือเพื่อลดกลิ่นปาก ครอบครัวหลายครอบครัวยังนำเปลือกส้มโอและใบไม้หอมอื่นๆ มาต้มเป็นยาสูดดมเพื่อบรรเทาอาการหวัดอีกด้วย
สารออกฤทธิ์ที่มีคุณค่าในเปลือกส้มโอ
จากข้อมูลทางการแพทย์ เปลือกส้มโอมีสารฟลาโวนอยด์ นาริงกิน เฮสเปอริดิน รวมถึงวิตามินเอและซี สารประกอบออกฤทธิ์เหล่านี้ช่วยปกป้องหลอดเลือด ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
เนื่องจากเปลือกส้มโอมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ช่วยชะลอความแก่ ลดริ้วรอยและฝ้า กระ
เปลือกส้มโอช่วยลดไขมันในเลือดและปกป้องกระเพาะอาหาร
ในแพทย์แผนจีนโบราณ เปลือกส้มโอมีรสชาติเผ็ดหวาน ขมเล็กน้อย และมีฤทธิ์ร้อน สารเพคตินในเปลือกส้มโอช่วยจำกัดการดูดซึมไขมันและช่วยลดระดับไขมันในเลือด
เพคตินยังสร้างชั้นป้องกันบนเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการปวดและระคายเคือง เปลือกส้มโอแห้งสามารถนำมาต้มเป็นชาหรือต้มในน้ำผสมน้ำผึ้งเพื่อช่วยบรรเทาอาการไอได้
ในชีวิตประจำวัน เปลือกส้มโอถูกนำมาใช้ในของหวาน สลัด และปอเปี๊ยะมังสวิรัติ ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร และยังช่วยควบคุมความผิดปกติของไขมันในเลือดอีกด้วย
ข้อควรทราบเมื่อกินปลือกและเนื้อส้มโอ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรรับประทานเปลือกหรือเนื้อในของส้มโอขณะท้องว่าง เพราะอาจทำให้ปวดท้องและย่อยอาหารไม่สบาย นอกจากนี้ เปลือกส้มโออาจมีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง จึงควรล้างให้สะอาดและผ่านกระบวนการที่เหมาะสมก่อนนำไปใช้
สำหรับผู้ที่กำลังรับการรักษาทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือโรคมะเร็ง การบริโภคส้มโอ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์
ที่มา: soha
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระวัง ส้มโอ ผลไม้สารพัดประโยชน์ อาจมีโทษ หากกินกับสิ่งนี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th