โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 พรรคใหญ่ชูนโยบายฟื้นท่องเที่ยว ดันลงทุนแมนเมดดึงต่างชาติเที่ยวซ้ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 04.04 น.

3 พรรคใหญ่ชูนโยบายท่องเที่ยว “เพื่อไทย” หนุน Event Hub ระดับโลก สร้างแหล่งท่องเที่ยว Man Made ปลุกเที่ยวซ้ำ ใช้สิทธิภาษีกระตุ้นลงทุน “พรรคประชาชน” เร่งจัดการ “ทุนเทา-นอมินี” ต้นเหตุทำลายท่องเที่ยวไทย-สร้างจุดขายใหม่ 25 จังหวัด “ประชาธิปัตย์” เผยรัฐต้อง “เปิดทาง-ชี้ทาง-ไม่ขวางทาง” ตั้งกองทุนส่งเสริม

ฟื้นท่องเที่ยว

สมาคมโรงแรมไทย (THA) และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัดเวที Thailand Tourist Debate 2026 “ท่องเที่ยวไทย เอายังไงดี” โดยมี 3 พรรคการเมืองชูนโยบายการท่องเที่ยว ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ในวาระที่ประเทศไทยกำลังจะเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญอุปสรรคทั้งตัวเลขจำนวน รายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ความปลอดภัย และความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

ปั้นอีเวนต์สร้าง Man Made

นายสุรเกียรติ เทียนทอง ตัวแทนพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นโยบายหลักพรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ส่วนภาคบริการหรือการท่องเที่ยว ประเด็นที่ต้องผลักดันมี 3 เรื่องหลักคือ 1.ผลักดันให้ไทยเป็น Event Hub และดึง World Class Event เข้ามาจัดในประเทศ

2.สนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ และ Health and Beauty Hub เพราะเป็นตลาดที่มีการใช้จ่ายสูง ที่สำคัญไทยมีจุดแข็งด้านการแพทย์และบริการเป็นที่ยอมรับระดับสากล และ 3.ส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานแต่งงาน (Wedding Destination) โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเช่นกัน

ที่สำคัญคือ การพัฒนาด้านซัพพลายไซด์ โดยเฉพาะเมืองรองด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกว่า Man Made Attraction เสริมศักยภาพให้เมืองรองที่มีศักยภาพขยับเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักใน 10 ปีข้างหน้า และขยายขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวโดยไม่เกิดปัญหาความแออัด หรือ Over-Tourism

หนุนมาตรการภาษีกระตุ้นลงทุน

ขณะที่หน่วยงานรัฐก็ต้องปรับตัว อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ต้องคิดใหม่ โฟกัสเฉพาะงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ และทำให้เกิดตารางอีเวนต์ประจำปีที่จะจัดในเมืองรอง พร้อมจัดทำแผนกิจกรรมล่วงหน้า 3-5 ปี โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโรงแรมระดับ 3 ดาวในพื้นที่ และการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อให้เกิดระบบห่วงโซ่ของซัพพลายไซด์ครบวงจร

พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายยกระดับทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการผ่าน Upskill และ Reskill โครงการ “เรียนได้งบ จบได้งาน” โดยเสนอนโยบายจ่ายเงินชดเชยให้เดือนละ 10,000 บาทระหว่างอบรม เมื่อจบหลักสูตรจะมีงานให้ทำทันที เพื่อนำแรงงานกลับเข้าสู่ระบบพร้อมทักษะที่สูงขึ้น

เร่งล้าง “ทุนเทา-นอมินี”

ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ตัวแทนพรรคประชาชน กล่าวว่า นโยบายของพรรคมองการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในมุมที่ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเอกชนได้อย่างไร เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น โดยมองโจทย์ท้าทาย 5 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวของไทยยังกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลักแค่ 5 จังหวัด และกระจุกตัวในเชิงฤดูกาล 2.นักท่องเที่ยวไม่กลับมาเที่ยวซ้ำ เนื่องจากรู้สึกว่าประเทศไทยไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ

3.มองว่ารายได้ท่องเที่ยวของประเทศอยู่ในกลุ่มทุนเทา ทำให้รายได้ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย 4.การใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งทุกหน่วยงานมีแอปพลิเคชั่นของตัวเองแต่ไม่มีคนใช้งาน และ 5.จัดการงบประมาณให้เกิดความสมดุลและสร้างความยั่งยืนในอนาคต

“ประเด็นเหล่านี้ทางพรรคจะขับเคลื่อนแบบเร่งด่วน เราต้องปราบทุนเทาและธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เนื่องจากเม็ดเงินท่องเที่ยว 20-30% อยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งทำธุรกิจผิดกฎหมาย และทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำถูกกฎหมายไม่สามารถแข่งขันได้เพราะถูกตัดราคา”

อัดหมื่นล้านสร้างจุดขายใหม่

นอกจากนี้ ต้องมีการลงทุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หรือ Man Made Attraction ให้เป็น New Destination เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง และดึงให้มีการเที่ยวซ้ำ เป็นการแก้โจทย์ โดยมองว่าไทยควรมี Man Made ขนาดใหญ่ 5-10 แห่งทั่วประเทศ โดยเตรียมงบฯเบื้องต้น 5,000-10,000 ล้านบาทไว้แล้ว

รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณให้มี Man Made Attraction ขนาดเล็กในเมืองรองอีก 25 แห่ง โดยรัฐสนับสนุนแห่งละ 200 ล้านบาท โดยเปิดกว้างให้เอกชนท้องถิ่นเข้ามาลงทุน หรือร่วมทุนในรูปแบบ PPP เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เน้นความมีเอกลักษณ์

ทั้งหันมาเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะทางที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มกีฬา มีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเฉลี่ย 20% กลุ่ม Wellness การแพทย์ ที่ใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยว 50-100% กลุ่ม LGBTQ+ จะใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปมหาศาล เป็นต้น พร้อมสร้าง Community-Based เช่น กลุ่มคนรักคอนเสิร์ต กลุ่มนักวิ่ง ฯลฯ เพื่อให้การใช้งบฯตรงเป้าหมาย ไม่ใช่ใช้งบฯแบบเหวี่ยงแหเหมือนที่ผ่านมา

“เราต้องปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณและการกระจายอำนาจด้วย เพราะที่ผ่านมางบฯท่องเที่ยวส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการตลาดเพื่อดึงคนมา แต่ขาดการลงทุนหลังบ้าน เช่น ถนน และโครงสร้างพื้นฐาน เราต้องบูรณาการงานข้ามกระทรวง เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน รวมถึงต้องปรับบทบาทคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมและสะท้อนปัญหา” ดร.สิทธิพลกล่าว

รัฐต้องสนับสนุน

นายวีระพงษ์ ประภา ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสร้างรายได้มากถึง 12% มีการจ้างงานกว่า 1 ล้านคน แต่วันนี้ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ 4 ด้านคือ ภาวะโลกร้อนที่กระทบต่อเทรนด์ท่องเที่ยวทั่วโลก การนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในการเข้าถึงทรัพยากร และภูมิทัศน์ทางการค้าที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและบทบาทของไทยในเวทีโลก

พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายให้รัฐทำหน้าที่เป็น Enabler หรือผู้สนับสนุนภาคเอกชน ผ่าน 3 กลไกหลักคือ ชี้ทาง เปิดทาง และไม่ขวางทาง โดยรัฐต้องกำหนดเป้าหมายใหม่ ๆ

ส่วนการเปิดทางคือ การลดอุปสรรคทางกฎหมายที่ซับซ้อนและล้าหลัง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานของเอกชน และไม่ขวางทางคือ การลดขั้นตอนทางราชการ เพื่อให้เอกชนทำงานได้คล่องตัวขึ้น

พร้อมวางนโยบายไว้ 3 ระยะคือ ระยะสั้น เร่งแก้ไขประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีระบบรับเรื่องร้องเรียน และปิดเคสอย่างรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชั่นร่วมกับเอกชน

รวมถึงระบบการสื่อสารแบบ Open Data ให้ทุกหน่วยงานแชร์ข้อมูลนักท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว เหมือนกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่

ตั้ง “กองทุน” ส่งเสริมเมืองรอง

ระยะกลาง คือต้องเปิดตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง และมีความสนใจเฉพาะ เช่น กลุ่ม Wellness กลุ่ม Medical Tourism กลุ่มฮาลาล ฯลฯ และจัดสรรงบประมาณเพื่อตั้งกองทุนส่งเสริมเมืองรอง ยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นให้มีคอมมิวนิตี้ มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เช่นเดียวกับการพัฒนาย่านทรงวาดที่ได้รับความนิยม เป็นต้น

ส่วนระยะยาว คือต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้าง Connectivity ระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง สนับสนุนการสร้าง Man Made Destination ในรูปแบบมาตรการทางภาษี เพื่อจูงใจการลงทุน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 พรรคใหญ่ชูนโยบายฟื้นท่องเที่ยว ดันลงทุนแมนเมดดึงต่างชาติเที่ยวซ้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...