โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ผู้สมัคร สส.ปทุมฯ ปชน.’ จี้ กกต. แจงปมคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ถ้าฟังไม่ขึ้นลุยฟ้องศาล รธน.

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 06.02 น. • เดลินิวส์
‘ผู้สมัคร สส.ปทุมฯ ปชน.’ ร้อง กกต. แจงคิว์อาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ทำการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ถ้าฟังไม่ขึ้นลุยร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 8 ปทุมธานี พรรคประชาชน เดินทางมายื่นร้องให้ กกต. ชี้แจงกรณีบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า พอเราสแกนบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นอาร์โค้ดเดียวกับต้นขั้ว เมื่อสแกนบาร์โค้ดก็เจอต้นขั้วเดียวกัน ตนในฐานะอดีต สส. และประธานคณะอนุกรรมาธิการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทีมงานคืออาจารย์มิว เข้าไปเลือกตั้งแล้วสังเกตว่ามีบาร์โค้ด ก็เลยมานั่งประชุมกัน 3 คน ในทีมแล้วก็พบว่าบาร์โค้ดอาจจะมีปัญหา จากนั้นก็เริ่มต่อมาที่ตัวบัตรสีชมพู แล้วก็มาลองสแกนเพื่อหาต้นขั้ว ก็พบว่าการสแกนนี้ตรงกันจริง ซึ่งจากการที่ตนรวบรวมข้อมูลได้ระดับหนึ่ง จึงมาโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า มีปัญหาจริงๆ เนื่องจากบัตรสีชมพูและบัตรต้นขั้วเป็นเลขเดียวกัน การเป็นเลขเดียวกันจะทำให้เราสามารถรู้ได้เลยว่า บัตรที่กาไปแล้วจะไปถึงต้นขั้วไหน ซึ่งมีลำดับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นเฉพาะตัวแล้ว จะรู้ว่าผู้มีสิทธิกาเบอร์ไหน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก นอกจากนี้ยังพบคิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว ที่จะเป็นเลขเฉพาะ 5 หลัง ถ้าลองคำนวณแล้ว 5 หลัก ก็คือมีตัวเลข 0 ถึง 9 แล้วก็ a-z ทั้งหมด 36 ตัว ซึ่งเมื่อผสมกัน 5 หลัก จะได้ประมาณ 60 ล้านกว่าความแตกต่าง จะสามารถจะสร้างชุดตัวเลขได้ 60 ล้านกว่าชุด ซึ่ง 60 ล้านกว่าชุด เพียงพอแล้วสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคน จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นบาร์โค้ดสีเขียวที่เป็นเฉพาะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเรามองเลขเฉพาะนี้มีไว้ทำไม อ้างว่าเป็นการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยก็ไม่สมเหตุสมผล เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเลขเฉพาะ จะสามารถเชื่อมไปยังเลขต้นขั้วได้ทันที จึงทำให้บัตรเลือกตั้งสีเขียวมีปัญหาด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ตนขอยกตัวอย่างเลขบัตรประชาชนของทุกคน เป็นเลขยูนิค คือเลขที่ไม่ซ้ำกันเลย ถ้ามีข้อมูลจากกรมการปกครอง เราเอาเลขบัตรประชาชนเราไปค้นหาในกรมการปกครองจะรู้เลยว่า เราชื่ออะไร ที่อยู่ไหน เกิดวันที่เท่าไหร่ รู้หมด เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดฐานข้อมูลที่เขียนไว้แล้วว่าบัตรเลข 001 ลิงก์ไปที่ตัว 5 หลังนี้ คือ a5843 สมมุติ และเมื่อเราสแกนกลับมา ไปหาเจอตัวเลข a0001 ทันที แล้วก็จะรู้ว่าใครเป็นคนกาบัตรนี้ และบัตรเขียวนี่อันตรายมาก เพราะคนที่จะซื้อเสียง จะซื้อเสียง สส.เขต มากกว่า สส.บัญชีรายชื่อ เขาจะรู้ทันทีเลยว่า เขาซื้อแล้วคนนี้กาให้เขาหรือเปล่า สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที หัวคะแนนอาจจะเป็นอันตราย และการเลือกตั้งรอบต่อไปก็จะล็อกเป้าซื้อเสียงได้

“ผมอยู่ปทุมธานีเขต 8 ผมลงพื้นที่หาเสียง ลงพื้นที่วัน ไม่มีวันไหนเลยที่ประชาชนบอกว่าไม่มีการซื้อเสียง เข้าทุกหมู่บ้าน มีการซื้อเสียงทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน การซื้อเสียงเยอะมากๆ และการซื้อเสียงไม่ก่อให้เปิดประชาธิปไตย เลือกตั้งไปก็เท่านั้น ยิ่งตอนนี้มีการตรวจสอบได้ว่า ซื้อเสียงแล้วคุณเลือกหรือเปล่า อันนี้ยิ่งอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและเป็นอันตรายต่อประชาชน” นายประสิทธิ์ กล่าวและว่า เท่าที่เห็นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 บัตรเลือกตั้งก็มีคิวอาร์โค้ด แต่ตอนนั้นเราไม่ได้เอะใจ รอบนี้ก็เกือบจะเป็นอย่างนั้น เพียงแต่ทีมงานของตนไปเห็น เลยได้มาคุยกัน

เมื่อถามต่อว่าจะไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ก็คิดว่าจะไปทางนั้น เพราะคุยกับทาง กกต. แล้วก็บอกว่าให้ไปทางผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน ส่วนผู้ที่ต้องรับผิดชอบคิดว่าคนที่จัดพิมพ์มีความผิดแน่นอน ที่ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน และส่วนตัวคิดว่าเบื้องต้น กกต. น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเจ้าของการสั่งจัดพิมพ์ กกต. ต้องรู้ว่าจะพิมพ์อะไรบ้างในบัตร การให้มีคิวอาร์โค้ดตรงกันในบัตร กกต. ต้องเป็นคนกำหนดสเปกทั้งหมด

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวอีกว่า จากที่ตนได้คุยกับทางพรรค บอกให้รวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่เบื้องต้นที่ตนมายื่นเรื่องวันนี้ เพราะต้องการให้ กกต. ชี้แจงให้ชัดเจน ถ้าสิ่งที่ชี้แจงแล้วฟังไม่ขึ้น ก็จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...