โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำได้จริงมั้ย! ส่องมาตรการแบนโซเชียลมีเดีย ในออสเตรเลีย พบยังมีช่องโหว่

Khaosod

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.45 น.

ทำได้จริงมั้ย! ส่องมาตรการแบนโซเชียลมีเดีย เยาวชนต่ำกว่า 16 ปี ในออสเตรเลีย พบยังมีช่องโหว่ 1 ใน 5 ยังเล่นเหมือนเดิม จี้แพลตฟอร์มคุมเข้มให้มากขึ้น

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ (รอยเตอร์) ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่าวัยรุ่นออสเตรเลียที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีประมาณ 1 ใน 5 ยังคงใช้งานโซเชียลมีเดียแม้เวลาจะผ่านไป 2 เดือนหลังจากที่ออสเตรเลียบังคับใช้มาตรการห้ามแพลตฟอร์มต่าง ๆ อนุญาตให้ผู้เยาว์เข้าใช้งาน ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบอายุของแพลตฟอร์มเหล่านั้น

รายงานจาก Qustodio ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า เยาวชนอายุ 13–15 ปีที่ใช้ TikTok และ Snapchat ซึ่งเป็น 2แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่วัยรุ่นออสเตรเลียนั้น มีจำนวนลดลงจากช่วงก่อนมาตรการแบนที่มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังคงมีผู้ใช้มากกว่า 20%

ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในชุดข้อมูลแรก ๆ ที่สะท้อนผลกระทบต่อพฤติกรรมออนไลน์ของเยาวชน หลังจากออสเตรเลียเริ่มใช้มาตรการแบนดังกล่าว ซึ่งกำลังถูกหลายประเทศทั่วโลกนำไปเป็นต้นแบบ เช่น รัฐคาร์นาตากา ทางตอนใต้ของอินเดีย

ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียและงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอย่างน้อยสองแห่งกำลังติดตามผลกระทบของมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการ

Qustodio ระบุในรายงานว่า “ในกลุ่มเด็กที่ผู้ปกครองไม่ได้ตั้งค่าปิดกั้นการเข้าถึง ยังมีจำนวนไม่น้อยที่ยังคงใช้แพลตฟอร์มที่ถูกจำกัดในช่วงหลายเดือนหลังมาตรการมีผลบังคับใช้” โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บจากครอบครัวในออสเตรเลียตั้งแต่ปลายปี 2024 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์

ภายใต้มาตรการดังกล่าว แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Instagram, Facebook และ Threads ของ Meta, YouTube ของ Google รวมถึง TikTok และ Snapchat จะต้องปิดกั้นผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี มิฉะนั้นอาจเผชิญค่าปรับสูงสุดถึง 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 พันล้านบาท)

โฆษกของสำนักงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของออสเตรเลีย (eSafety Commissioner) ระบุว่า หน่วยงานรับทราบรายงานที่ระบุว่าเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปียังคงใช้งานโซเชียลมีเดีย และกำลังเร่ง “ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการ ในส่วนของระบบยืนยันอายุอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามความล้มเหลวเชิงระบบที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย”

โฆษกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานกำกับดูแลกำลังใช้ข้อมูลเชิงลึกจากหลายแหล่งเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ด้านโฆษกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร อนิกา เวลส์ ระบุว่า รัฐบาลย้ำมาโดยตลอดว่า “การเพิ่มอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงโซเชียลมีเดียถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมที่ต้องใช้เวลา”

ขณะที่ตัวแทนของ Snapchat ยังไม่พร้อมให้ความเห็นในทันที และโฆษกของ TikTok ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ข้อมูลจาก Qustodio ยังระบุว่า จำนวนผู้ใช้อายุ 13–15 ปีในออสเตรเลียที่ใช้ Snapchat ลดลงในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ขณะที่ผู้ใช้ TikTok ในช่วงอายุเดียวกันลดลงเช่นเดียวกัน

ส่วนจำนวนผู้ใช้ YouTube ในช่วงอายุเดียวกันลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าผู้ใช้เหล่านี้เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้หรือไม่ โดยกฎหมายของออสเตรเลียยังอนุญาตให้ผู้ใช้ทุกวัยสามารถเข้าถึง YouTube ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

โดยทั่วไปแล้ว การใช้งานโซเชียลมีเดียของวัยรุ่นออสเตรเลียมักลดลงในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนที่ยาวนานของประเทศ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าการลดลงครั้งนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา สะท้อนว่ามาตรการแบนอาจมีผลกระทบจริง ตามรายงานของ Qustodio

นอกจากนี้ ข้อมูลยังไม่พบสัญญาณว่าวัยรุ่นจะย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า WhatsApp จะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13–15 ปี

ที่มา reuters

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำได้จริงมั้ย! ส่องมาตรการแบนโซเชียลมีเดีย ในออสเตรเลีย พบยังมีช่องโหว่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...