โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมจีนแห่ใช้ OpenClaw? บริษัทเปิดแข่งสร้างโปรดักต์ รัฐบาลหนุนเต็มที่ แม้ยังไม่รู้จะทำเงินยังไง

Thairath Money

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 09.53 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2025 ผ่านมาไม่นาน ความนิยมของ OpenClaw ผู้ช่วย AI แบบอัตโนมัติก็ได้แผ่ขยายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในจีนที่ทำให้เกิดกระแส “OpenClaw ฟีเวอร์” ตั้งแต่นักเรียน คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ต่างเริ่มทดลองใช้งานเครื่องมือนี้จนเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จำนวนมาก

กระแสนี้นำมาซึ่งผลตอบรับสองแบบ คือ ฝั่งที่ตื่นเต้นผลักดันการใช้งานอย่างหนักและมองว่าสิ่งนี้จะทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุคของ Agentic AI ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็ได้เพิ่มเงินสนับสนุนการพัฒนา AI อย่างเต็มที่ตลอดมา ส่วนอีกฝั่งเริ่มกังวลเนื่องจากการแข่งขันที่สูง กดดันคนทำงานให้สร้างโปรดักต์มาต่อสู้กัน อีกทั้งเมื่อการใช้งานขยายเป็นวงกว้าง รัฐบาลก็เริ่มออกคำเตือนในการใช้งานในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว อย่างธนาคารหรือกลาโหม

กระแส AI Agents ที่กำลังลุกลามไปทั่วจีน

การเปิดตัว OpenClaw ได้จุดกระแสความตื่นเต้นครั้งใหญ่ในจีน จนเกิดเป็นคำพูดติดปากในหมู่ผู้ใช้งาน OpenClaw ว่า “เลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์” ซึ่งมีที่มาจากโลโก้ของระบบนี้ ผู้คนแห่กันใช้งานระบบนี้กันเป็นวงกว้าง โดยกระแสขยายจากกลุ่มคนเทคโนโลยีเฉพาะทางไปสู่ประชาชนทั่วไปภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

การใช้งาน OpenClaw จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการหลากหลายจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน เช่น เครื่องมือช่วยเขียนโพสต์โซเชียล วิเคราะห์การเงิน หรือแม้แต่สร้างเว็บไซต์ อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถทดลอง OpenClaw ได้ง่ายเพียงสมัครบัญชีออนไลน์

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: รู้จัก OpenClaw ผู้สร้างบอตอัจฉริยะที่ แซม อัลท์แมน ดึงมาปั้น “AI Agent” รุ่นถัดไป

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในจีนได้มีการจัดงานพบปะผู้สนใจ OpenClaw ในหลายเมือง เช่น หางโจว กวางโจว และเซินเจิ้น โดยมีผู้เข้าร่วมครั้งละ 200-300 คน ตั้งแต่วิศวกร นักลงทุน นักศึกษา ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจ และยังมีแผนจัดงานเพิ่มเติมในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

ความนิยมของ OpenClaw ยังทำให้รัฐบาลจีนเริ่มตระหนักถึงโอกาสของเทคโนโลยี AI Agents ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐอเมริกามากขึ้นเรื่อย ๆ มองว่าในสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังพัฒนา AI Agents เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถสร้างฐานผู้ใช้งานที่เติบโตรวดเร็วแบบในจีนได้

นักลงทุนจำนวนหนึ่งมองว่า ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในพัฒนาการของ AI ของจีน หากก่อนหน้านี้ DeepSeek เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีจีนใหม่ เพราะเชื่อว่าบริษัทในประเทศสามารถเอาชนะข้อจำกัดด้านกำลังประมวลผลได้ OpenClaw ก็อาจเป็นสัญญาณของจุดเปลี่ยนอีกแบบหนึ่ง

นั่นคือ แม้บริษัทจีนไม่ได้ครองโมเดลภาษา AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก แต่ก็ยังสามารถแข่งขันในด้านแอปพลิเคชัน หรือการต่อยอด AI ได้ ด้วยการสร้างระบบจัดการ Agents ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

หรือ OpenClaw เป็นแค่กระแสชั่วคราว?

จากกระแสการใช้งาน OpenClaw ที่กระจายไปทั่วจีนนั้น ยังนำมาสู่ผลกระทบต่อคนทำงานอีกหลายรูปแบบ ตามรายงานของ Bloomberg สัมภาษณ์ Cindy Weng ผู้จัดการผลิตภัณฑ์วัย 35 ปี ที่ทำงานอยู่ในบริษัทการเงินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น เธอระบุว่า “ตั้งแต่มี OpenClaw เข้ามา ทุกอย่างกลายเป็นการแข่งขันที่บ้าคลั่งมากขึ้น”

“เราถูกกดดันจากการทำงานหนักแทบจะหายใจไม่ออก” เธอกล่าว ความกดดันนี้เกิดขึ้นจากการที่บริษัทจัดการแข่งขันให้พนักงานพิสูจน์ความสามารถในการใช้ AI ผ่านการใช้งาน OpenClaw โดยตอนแรกตั้งใจจะจัดขึ้นในวันหยุด แต่เนื่องจากพนักงานต่างแสดงความไม่พอใจ งานแข่งขันจึงจำเป็นต้องเลื่อนไป

แต่แล้วความกดดันในการทำงานกลับยังไม่ลดลง โดยทางบริษัทยังคงออกมาเตือนพนักงานว่า พวกเขาอาจถูกแทนที่หรือเลิกจ้างทันที หากไม่ยอมใช้ AI ตามที่บริษัทกำหนด

นอกจากเรื่องการแข่งขันที่กดดันคนทำงานแล้ว พอมามองในเรื่องของการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ชัดเจนว่า OpenClaw จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงหรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราว คำตอบนี้อาจขึ้นอยู่กับว่า บริษัท AI ของจีนจะสามารถสร้างรายได้จากบริการเหล่านี้ได้เร็วเพียงใด รวมถึงสามารถจัดการความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้หรือไม่

แม้ทางรัฐบาลจีนจะมีการอัดฉีดเงินอุดหนุนในการพัฒนา AI เพื่อส่งเสริมโครงการโอเพ่นซอร์ส รวมถึง OpenClaw แต่เครื่องมือแบบโอเพ่นซอร์สนี้ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเช่นกัน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ส่งหนังสือเตือนหน่วยงานรัฐและบริษัทต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือนี้ และเริ่มจำกัดการใช้งานในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว เช่น ธนาคารและกลาโหม และมีการห้ามใช้ OpenClaw บนคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐแล้วด้วย

การทำงานของ OpenClaw จำเป็นต้องขอสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในระดับกว้าง และสามารถติดต่อกับระบบภายนอกได้ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ จนทำให้นักวิชาการด้านเทคโนโลยีออกมาระบุว่า ทางการจีนไม่ควรสนับสนุน OpenClaw อย่างเต็มที่เหมือนที่เคยทำกับ DeepSeek

หุ้นเทคทะยาน รับกระแส OpenClaw

กระแส OpenClaw ยังจุดประกายการเปิดตัวเครื่องมือ AI Agents จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนก็เริ่มเปิดตัวเวอร์ชันของตัวเองด้วย อย่างเช่น AutoClaw ของ Zhipu, QClaw ของ Tencent, DuClaw ของ Baidu, ArkClaw ของ ByteDance และ MaxClaw ของ MiniMax ส่งผลให้มูลค่าตลาดของหุ้นเทคโนโลยีจีนเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้นของบริษัท Minimax ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทเคนสำหรับระบบเอเจนต์ พุ่งขึ้นมากกว่า 30% ในสัปดาห์เดียว และเพิ่มขึ้นถึง 550% ในเวลาเพียงสองเดือนหลังเข้าจดทะเบียน จนมีมูลค่าตลาดแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ

นักธุรกิจด้านคลาวด์ AI ระบุว่า ความตึงเครียดระดับโลกกำลังผลักดันให้ประเทศและบริษัทต่าง ๆ มองหาเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ที่จะเติบโตได้ และเมื่อมีสิ่งที่ดูเหมือนแสงสว่างเกิดขึ้น (ซึ่งก็คือ AI Agents) ความคาดหวังก็พุ่งสูงทันที

อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้อาจสูงเกินจริง คุณค่าที่แท้จริงของ OpenClaw อยู่ที่การเปิดพื้นที่ทดลองใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสให้ผู้คนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดได้ แต่เส้นทางสู่การทำเงินเชิงพาณิชย์ยังต้องใช้เวลา

ที่มา: Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมจีนแห่ใช้ OpenClaw? บริษัทเปิดแข่งสร้างโปรดักต์ รัฐบาลหนุนเต็มที่ แม้ยังไม่รู้จะทำเงินยังไง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...