จับตา “บิตคอยน์” จ่อหลุด 70,000 ดอลลาร์ วิตกเฟดสายเหยี่ยว-เงินไหลออก ETF
จับตาตลาดคริปโตฯ เผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง "บิตคอยน์" จ่อหลุด 70,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่าประธานเฟดคนใหม่อาจเดินหน้าลดขนาดงบดุล เงินไหลออก ETF
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) เกือบหลุดระดับสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี หลังแรงเทขายในสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของโลกยังไม่แสดงสัญญาณชะลอลง โดย บิตคอยน์ ร่วงลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายช่วงเอเชีย มาอยู่ที่ 70,052.38 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567
ด้านEthereum (Ether) ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีใหญ่อันดับสองของโลก ปรับตัวลงเกือบ 2% มาอยู่ที่ 2,086.11 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ ระบุว่า การร่วงลงรอบล่าสุดของตลาดคริปโตฯ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยมีชนวนจากการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ซึ่งตลาดคาดว่าเขาอาจเดินหน้านโยบายลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ
ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ บิตคอยน์ร่วงลงแล้วมากกว่า 7% ส่งผลให้การปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปีแตะเกือบ 20% ขณะที่ Ether ลดลงใกล้ 30% ในปี 2569 ทั้งนี้คริปโตฯ มักถูกมองว่าได้ประโยชน์จากสภาพคล่องจำนวนมากในระบบการเงิน และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในช่วงที่เฟดอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาด ซึ่งเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง
มานูเอล วิลเลกัส ฟรานเชสกี จากทีมวิจัย Next Generation ของ Julius Baer กล่าวว่า “ตลาดกลัวว่าเขาจะเป็นสายเหยี่ยว และงบดุลที่เล็กลงจะไม่ช่วยหนุนคริปโตฯ เลย”
ทั้งนี้ตลาดคริปโตฯ เผชิญแรงกดดันมาหลายเดือนแล้ว นับตั้งแต่เกิดการเทขายครั้งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ซึ่งทำให้บิตคอยน์ร่วงจากจุดสูงสุด หลังสถานะการลงทุนแบบใช้เลเวอเรจถูกบังคับปิดจำนวนมาก ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล และบรรยากาศการลงทุนยังเปราะบาง
นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า การปรับตัวลงรอบกว้างของตลาดคริปโท ส่วนใหญ่เกิดจากเงินไหลออกจำนวนมากจากกองทุน ETF ของนักลงทุนสถาบัน โดยกองทุนเหล่านี้มีเงินไหลออกหลายพันล้านดอลลาร์ต่อเดือนนับตั้งแต่ตลาดทรุดในเดือนตุลาคม 2568
พวกเขาเสริมว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม หลังจากไหลออกประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม และ 7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า “แรงขายอย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนว่า นักลงทุนดั้งเดิมกำลังสูญเสียความสนใจ และมุมมองเชิงลบต่อคริปโตฯ กำลังเพิ่มมากขึ้น”
อ้างอิง : www.reuters.com