โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยื่นภาษีแล้วได้เงินคืนภายในกี่วัน ได้เงินคืนช่องทางไหน ทำไงให้ได้เงินคืนไว ๆ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

ยื่นภาษี 2568 แล้วจะได้เงินคืนภาษีภายในกี่วัน ได้เงินคืนผ่านช่องทางไหน เปิด 5 เทคนิคยื่นภาษีให้ได้เงินคืนไว ๆ เช็กเลย!

เริ่มแล้ว!! เทศกาลยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปี 2568 ที่เริ่มยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งการยื่นภาษีด้วยตัวเองแบบกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569 และสำหรับการยื่นภาษีออนไลน์จะเปิดให้ยื่นได้ถึงวันที่ 8 เม.ย. 2569

เงินคืนภาษี

ขั้นตอนการยื่นขอเงินคืนภาษีแบบออนไลน์

การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรเป็นวิธีที่สะดวก และรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะระบบโฉมใหม่ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลให้คุณทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • เข้าสู่ระบบ : ไปที่เว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th/rd-cms/ โดยคุณสามารถเลือกเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID (เช่น ThaID หรือแอปฯ เป๋าตัง) เพื่อความสะดวก หรือใช้เลขบัตรประชาชนควบคู่กับรหัสผ่านและยืนยันด้วย OTP
  • เลือกแบบภาษี : สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากเงินเดือนหรือรายได้ทั่วไป ให้เลือกเมนู “ยื่นแบบ” ในหัวข้อ ภ.ง.ด. 90/91
  • ตรวจสอบ และกรอกข้อมูลรายได้ : ระบบ My Tax Account ในปัจจุบันจะช่วยดึงข้อมูลรายได้บางส่วนมาให้คุณโดยอัตโนมัติ ให้คุณตรวจสอบความถูกต้อง และระบุรายได้เพิ่มเติมตามมาตราต่าง ๆ ให้ครบถ้วนตามใบ 50 ทวิ
  • ระบุสิทธิลดหย่อนภาษี : กรอกรายการลดหย่อนภาษีที่คุณมีสิทธิ เช่น ประกันชีวิต กองทุนรวม หรือดอกเบี้ยบ้าน โดยระบบจะคำนวณยอดภาษีที่ต้องจ่ายหรือยอดเงินคืนให้อัตโนมัติในหน้าถัดไป
  • ยืนยันการขอคืนเงิน : ในหน้าสรุปผล หากมียอดภาษีชำระไว้เกิน ต้องกดเลือก “มีความประสงค์ขอคืนเงิน” ในหัวข้อการขอคืนเงินภาษี จากนั้นตรวจสอบข้อมูลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกดยืนยันการยื่นแบบ

เงินคืนภาษี

วิธีเช็กสถานะเงินคืนจากภาษีและตรวจสอบสถานะคืนภาษีด้วยตัวเอง

หลังจากกดยืนยันการยื่นแบบเรียบร้อยแล้ว การหมั่นติดตามผลเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณรู้ว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว หรือมีเอกสารใดที่ต้องส่งเพิ่มเติมหรือไม่ โดยสามารถใช้ช่องทางเพื่อตรวจสอบสถานะภาษีได้ ดังนี้

1. ตรวจสอบสถานะคืนภาษีผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร

เป็นช่องทางหลักที่สะดวกรุ่นที่สุด ให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากรแล้วเลือกเมนู “My Tax Account ตรวจสอบข้อมูลทางภาษี” จากนั้นเลือกเมนูติดตามสถานะ ระบบจะแสดงความคืบหน้าว่าอยู่ในขั้นตอนพิจารณา อนุมัติ หรือโอนเงิน เพื่อให้คุณตรวจสอบสถานะคืนภาษีได้แบบเรียลไทม์

2. เช็กสถานะคืนภาษีผ่านแอปพลิเคชัน My Tax Account

สำหรับใครที่ถนัดใช้สมาร์ตโฟน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Tax Account เพื่อใช้เช็กสถานะคืนภาษีได้ง่าย ๆ เพียงแค่ Login ระบบจะแสดงข้อมูลสถานะการคืนเงินในหน้าแรก พร้อมแจ้งเตือนหากเจ้าหน้าที่ต้องการเอกสารเพิ่มเติม

3. ตรวจสอบสถานะภาษีผ่านสายด่วน RD Call Center 1161

หากไม่สะดวกใช้งานออนไลน์ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดเงินคืนที่ไม่ตรงตามคาด คุณสามารถโทรสายด่วน 1161 ในวัน และเวลาราชการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบสถานะคืนภาษี และให้คำแนะนำในกรณีที่มีปัญหาติดขัดได้โดยตรง

จะได้รับเงินคืนภาษีผ่านช่องทางใดบ้าง?

กรมสรรพากรได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการคืนเงินเพื่อความปลอดภัย และความรวดเร็ว โดยมีช่องทางหลักดังนี้

  • พร้อมเพย์ (PromptPay) : เป็นช่องทางที่เร็วที่สุด โดยต้องผูกบัญชีธนาคารกับเลขบัตรประชาชน 13 หลักเท่านั้น
  • บัญชีธนาคารกรุงไทย หรือ ธ.ก.ส. : สำหรับผู้ที่ไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งความประสงค์ให้โอนเข้าบัญชีของสองธนาคารนี้ได้
  • เช็กธนาคาร : จะออกให้ในกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น (อาจใช้เวลานานกว่าปกติ)
เงินคืนภาษี

ยื่นภาษีไปแล้วจะได้เงินคืนภาษีภายในกี่วัน ?

โดยปกติแล้วกรมสรรพากรจะใช้เวลาดำเนินการตรวจสอบ และโอนเงินคืนภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน อย่างไรก็ตาม หากคุณมีการยื่นแบบออนไลน์ ข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง และมีการผูกพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้า หลายกรณีอาจได้รับเงินคืนรวดเร็วภายใน 3-5 วันทำการเท่านั้น แต่หากช่วงที่ยื่นมีผู้ใช้งานจำนวนมาก หรือเอกสารไม่ชัดเจน ระยะเวลาอาจขยับออกไปตามคิวงานของเจ้าหน้าที่

Krungsri The COACH แนะนำ 5 เทคนิคยื่นภาษีให้ได้เงินคืนภาษีไวทันใจ

หากอยากเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับเงินคืนเร็วแบบไม่ต้องรอนาน ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดู

  • เลือกยื่นภาษีแบบออนไลน์ : ระบบประมวลผลเร็วกว่าการยื่นกระดาษหลายเท่า และช่วยลดข้อผิดพลาดในการคำนวณ
  • ยื่นภาษีตั้งแต่ต้นปี : ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปริมาณคนยื่นจะยังไม่หนาแน่น ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เร็วขึ้น
  • ผูกพร้อมเพย์ล่วงหน้า : การผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนช่วยให้ระบบโอนเงินเข้าบัญชีทันทีที่ได้รับอนุมัติ
  • อัปโหลดเอกสารลดหย่อนทันที : ในขั้นตอนการยื่นออนไลน์ ให้ทำการอัปโหลดไฟล์เอกสารประกอบไว้เลย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นข้อมูลครบถ้วนโดยไม่ต้องเรียกขอเพิ่มภายหลัง
  • ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง : เช็กตัวเลขรายได้ และค่าลดหย่อนให้ตรงกับหลักฐาน ป้องกันการตีกลับแบบเพื่อแก้ไขซึ่งจะทำให้เสียเวลา

ที่มา : Krungsri The COACH

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...