โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘โกลเบล็ก’จับตาราคาทองพุ่ง นักลงทุนแห่หาที่หลบภัยสงคราม

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำหลังอิสราเอลและอิหร่านปะทะเดือดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หากความตึงเครียดยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งหาที่หลบภัย แนะรออ่อนตัวหาจังหวะ ให้กรอบการแกว่งตัวของราคาทอง 5,250–5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

2 มี.ค. 2569 -นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทางทหารในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่าน เสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวงจนรัฐบาลอิหร่านต้องสั่งปิดน่านฟ้าและหยุดเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดทันที

สำหรับการตอบโต้ของอิหร่านยิ่งสร้างความรุนแรงมากขึ้น หลังสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศ อิหร่านจึงตัดสินใจยิงขีปนาวุธถล่มเมืองสำคัญในอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องขนส่งผ่าน ถือเป็นการใช้ “อาวุธเศรษฐกิจ” ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อตลาดโลก

จากการโจมตีในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นเกือบ 10% ภายในวันเดียว ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แนะกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่อยากลงทุนทองคำ หรือสำหรับกลุ่มนักลงทุนคนที่มีสามารถ let profit run รอจังหวะราคาย่อตัวทยอยเก็บ โดยมองกรอบราคาทองคำที่ 5,250 – 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและขยายวงกว้าง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...