โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สยองสวนปาล์ม! ยิงหัว-เจาะหลัง 2 ศพเพื่อนต่างวัยดับคากระท่อมเถียงนา

เดลินิวส์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 2.49 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัวดับสยอง 2 ศพคาเถียงนาสวนปาล์มสกลนคร เพื่อนต่างวัยถูกยิงหัว-กลางหลัง ภรรยายัน ผู้ตายสนิทกันมาก งงชนวนเหตุ ตำรวจเร่งพิสูจน์หลักฐานพบปืนบนหลังคา เล็งปมทะเลาะวิวาทหรือขัดผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 ร.ต.อ.บรรพจน์ บุญไพโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.คำตากล้า จ.สกลนคร รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต 2 ราย บริเวณสวนปาล์มทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านดงแสนสุข ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.วรพงษ์ พุ่มศิโร ผกก.สภ.คำตากล้า พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์เวรโรงพยาบาลคำตากล้าเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุบริเวณเถียงนาภายในสวนปาล์ม เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตรายแรกคือ นายสมปอง อายุ 48 ปี สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นดินข้างกระท่อม มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณกลางหลัง ส่วนรายที่สองคือ นายธนกฤติ อายุ 52 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะนอนจมกองเลือดอยู่บนเถียงนา โดยทั้งคู่เป็นราษฎรบ้านแสนสุข หมู่ 12 ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร

จากการสอบถามภรรยาของนายธนกฤติ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ระบุว่า ปกติสามีจะออกมานอนเฝ้านาเป็นประจำเพื่อออกไปหายิงหนูในช่วงกลางคืน โดยเมื่อวานนี้นายสมปอง ได้เดินทางมาสมทบเพื่อไปหายิงหนูด้วยกันและพักค้างคืนอยู่ที่เถียงนาแห่งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พูดคุยกันปกติ และไม่เคยเห็นว่ามีเรื่องขัดแย้งรุนแรงจนถึงขั้นต้องลงมือก่อเหตุ ตนจึงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเนื่องจากไม่ได้อยู่ในขณะเกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นพบอาวุธปืนลูกซองตกอยู่บนหลังคาเถียงนา ซึ่งเป็นจุดที่น่าสงสัย ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องการทะเลาะวิวาทกันเอง หรืออาจมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อตกลงธุรกิจบางอย่างแต่ไม่ลงตัว จนนำไปสู่การสังหารโหดในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมและรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...