โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลัดกระทรวงแรงงาน ยืนยันแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงกว่า 80,000 คน ยังปลอดภัย ไม่มีรายงานบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สวพ.FM91

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 05.52 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 05.48 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์และมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ว่า กระทรวงแรงงานมีความพร้อมในการปฏิบัติในทุกสถานการณ์ ปัจจุบันอยู่ในสถานะคงที่จากการประเมินพบว่าการโจมตีมีการจํากัดเป้าหมายไปที่จุดยุทธศาสตร์สําคัญของแต่ละประเทศโดยเฉพาะทางการทหารหรือสนามบินยังไม่กระจายไปในพื้นที่โดยรอบ

ในส่วนของแรงงานไทยที่เดินทางไปในประเทศโซนตะวันออกกลางยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตการติดต่อสื่อสารยังสมบูรณ์กว่า 90 % ยกเว้นประเทศอิหร่านที่ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้างคาดเป็นเรื่องระบบสื่อสารภายในประเทศ ส่วนที่ยังติดต่อไม่ได้ก็พยายามติดต่อโดยมอบหมายให้ทางแรงงานจังหวัด โครงการจัดหางาน ลงพื้นที่ติดต่อครอบครัวนั้นๆเพื่อทราบสถานะว่ามีการติดต่อกลับมาหาครอบครัวหรือไม่ รวมถึงจะให้แต่ละจังหวัดมีศูนย์ประสานงานเพื่อให้ญาติพี่น้องติดต่อขอข้อมูลได้เพื่อลดความกังวลและเข้าใจสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

โดยกระทรวงแรงงานแบ่งการปฏิบัติออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1.สถานะคงที่ 2.มีเหตุสู้รบขยายเป็นวงกว้างซึ่งแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน 3.เหตุการณ์มีความยืดเยื้อ ซึ่งมีแผนรองรับทั้งในและต่างประเทศ 4.ไม่มีเหตุการณ์ยุติ ซึ่งจะต้องจัดการเยียวยาและดูแลเรื่องการจัดหางานแต่ละประเทศสถานการณ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ

สําหรับตัวเลขแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบมีทั้งสิ้นกว่า 80,000 คน มากสุดประเทศอิสราเอล 58,000 คน รองลงมา ยูเออี 12,000 ที่เหลือหลักพันและหลักร้อย อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสถานการณ์ยังมีความปลอดภัยทุกคนขอให้ครอบครัวคลายกังวลโดยกระทรวงแรงงานจะติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนแผนปฏิบัติการหากถึงขั้นต้องอพยพเรามีแผนร่วมกันกับทางกระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยแล้วโดยกําหนดเส้นทางและวิธีการรวมถึงจุดพักพิงและพักคอยพร้อมแล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ในประเทศอิสราเอลอยู่ระหว่างสํารวจว่ามีแรงงานประสงค์จะเดินทางกลับหรือไม่ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสถานะทํางานตามปกติหากเกิดเหตุหรือมีความเสี่ยงก็เข้าที่หลบภัยซึ่งต้องมีความระมัดระวัง ส่วนกลุ่มแรงงานใหม่ที่เตรียมจะส่งไปนั้น ตอนนี้ต้องชะลอเอาไว้ก่อนทั้งหมดโดยเฉพาะ 2 ประเทศหลักซึ่งถึงไปก็ไปไม่ได้เพราะน่านฟ้าปิดและรอดูความเหมาะสมตามสถานการณ์

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า พื้นที่ที่มีการโจมตีในประเทศอิสราเอลคือ เมืองเทลอาวีฟ และ เมืองไฮฟา ซึ่งมีแรงงานไทยที่อยู่หลายพันคนก็ต้องระมัดระวังและห้ามเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะเขตท่าเรือและทางการทหาร เบื้องต้นได้ให้แรงงานทุกคนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “SMART TOEA" เพื่อทราบจุดที่อยู่ตลอดเวลา ขอให้สบายใจได้ว่าทุกพื้นที่ที่ส่งไปนั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีการอบรมก่อนส่งไปทํางาน หากมีเสียงเตือนภัยทุกคนจะทราบวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว ยืนยันว่าที่อิสราเอลสามารถติดต่อแรงงานไทยได้ทุกคน

หากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นตอนอพยพต้องใช้เวลาในการดําเนินการมากน้อยแค่ไหน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ยืนยันว่า เรามีแผนหมดแล้วแต่ระยะเวลาการปฏิบัติขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ใช่เพียงกระทรวงแรงงานอย่างเดียวซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพหลักในการกําหนดแนวทางต่างๆ ระยะเวลาคงบอกตอนนี้ไม่ได้แต่ด้วยปริมาณคนไทยจํานวนมากเรียนตามตรงว่าต้องใช้ระยะเวลามากพอสมควร

ทั้งนี้ในส่วนของการเปิดรับสมัคแรงงานไปทํางานต่างประเทศยังเปิดรับปกติเพื่อเตรียมตัวหากพร้อมก็จะส่งไป ยอมรับว่าปัจจุบันค่าแรงยังสูงและจูงใจแรงงานที่อยากไป เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุสู้รบจะต้องมีค่าเสี่ยงภัยเพิ่มให้แรงงานหรือไม่ ทางอธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่าต้องหารือกับทางสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมืองของอิสราเอล หรือ พีบ้า อีกครั้งว่าอัตราค่าจ้างต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...