โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ดตีกลับ THAI แผนเช่าเครื่องบิน เสี่ยงกดรายได้วูบ

ทันหุ้น

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 19.10 น.

#THAI #ทันหุ้น – บอร์ดการบินไทยสั่งทบทวนแผนเช่าเครื่องบินลำตัวกว้าง 8-10 ลำ ด้าน CEO THAI คาดปี 2569 เครื่องบินลำตัวกว้างออกจากฝูงบินรวม 10 ลำ เสี่ยงสูญรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทใน 6 ปี ย้ำแผนรับ A320neo ใหม่ 17 ลำ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางบินระยะใกล้หวังชดเชยให้ได้มากที่สุด ปลื้มไตรมาส 4/2568 โหลดแฟกเตอร์เฉลี่ย 80% รักษาราคาตั๋วระดับสูงต่อเนื่อง ลั่นพร้อมลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุง (MRO) รองรับแผนไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยถึง กรณีที่คณะกรรมการบริษัท (บอร์ดการบินไทย) มีมติ “ตีกลับ” แผนการเช่าเครื่องบินลำตัวกว้าง 8-10 ลำ เพื่อให้ฝ่ายบริหารกลับไปทบทวนและศึกษาความจำเป็นและความเหมาะสมใหม่ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีของเครื่องบินที่อาจไม่ทันสมัย รวมถึงผลกระทบต่อกลยุทธ์การสร้างไทยเป็นศูนย์กลางการบินและรายได้ให้กับการบินไทย ว่า ได้จ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตามที่บอร์ดแนะนำคาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 1-2 เดือน

เสี่ยงรายได้วูบ

โดยจากการประเมินเบื้องต้นภายในปี 2569 การบินไทยจะไม่มีเครื่องบินลำตัวกว้างประจำในฝูงบินเนื่องจาก เครื่องบิน Boeing 777-200 จะถึงกำหนดปลดประจำการ 6 ลำ, ต้องส่งคืนเครื่องบิน Boeing 787-8 ให้กับผู้ให้เช่า 2 ลำ, ต้องส่งคืนเครื่องบิน Airbus A350 ให้กับผู้ให้เช่า 2 ลำ, นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบิน 787-8 อีก 2 ลำ ที่จอด (Ground) อยู่เนื่องจากไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent 1000 ได้ เบื้องต้นประเมินว่าการบินไทยจะสูญเสียรายได้ไปราว 1 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 6 ปีข้างหน้า แม้ว่าตามแผนการจัดหาเครื่องบินภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยมีแผนรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER เข้ามา 4 ลำช่วงปลายปี 2569 ก็ตาม

“ปีหน้าเครื่องบินลำตัวกว้างที่ต้องออกจากฝูงบินทั้งสิ้น 10 ลำอีก 2 ลำจอดรอซ่อม ซึ่งตลาดที่แข็งแกร่งของการบินไทยคือยุโรป เมื่อไม่มีเครื่องบินเข้ามาสร้างรายได้ ก็ต้องยอมรับว่ารายได้จะหายไป ความล่าช้านี้ส่งผลกระทบต่อแผนการหารายได้และความสามารถด้านการแข่งขันของการบินไทย เนื่องจากสัดส่วนเครื่องบินลำตัวแคบสำหรับเส้นทางบินระยะใกล้ (Short-Haul) กับเครื่องบินลำตัวกว้างสำหรับเส้นทางบินระยะไกล (Long-Haul) ไม่สอดคล้องกัน กดดันศักยภาพการให้บริการการเดินทางเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก”

นายชาย กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการเฉพาะหน้า ว่า ณ สิ้นปี 2569 การบินไทยจะมีเครื่องบินประจำฝูงราว 64 ลำเป็นลำตัวแคบแอร์บัส เอ320นีโอ (A320neo) ซึ่งจะทยอยรับเข้ามาตลอดปี 2569 ทั้งสิ้น 17 ลำ โดยจะมุ่งเน้นการนำเครื่องบินให้บริการให้มากที่สุด ควบคู่กับใช้ศักยภาพของกการเป็นสายการบินเครือข่าย (Network Airline) และการลงนามข้อตกลง Interline กับสายการบินพันธมิตร เช่น Drukair เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารแบบต่อเนื่อง (Through Check-in) และเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายได้สะดวกยิ่งขึ้น

โหลดแฟกเตอร์โค้งสี่พุ่ง

นายชาย กล่าวถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2568 นี้ เบื้องต้นคาดการณ์อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ประมาณ 80% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) โดยยังสามารถรักษาราคาค่าตั๋วโดยสารได้ในระดับสูง

“ไตรมาส 4 เป็นไฮซีซันผู้โดยสารจะยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักนิยมเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้นการบินไทยจึงไม่ต้องแย้งส่วนแบ่งการตลาดกับใครผลการดำเนินงานปีนี้คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้”

พร้อมกันนี้ยังคงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย หลังจากการปรับโครงสร้างโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 12% ของรายได้การบิน จากช่วงปี 2562 ที่มีสัดส่วนราว 23% ของรายได้การบิน หนุนศักยภาพการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ให้เร่งตัวขึ้นมายืนเหนือ 23% ได้อย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมลงทุนศูนย์ซ่อม

ส่วนกรณีที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน(Aviation Hub) ในภูมิภาคเอเชียนั้น การบินไทยมีความพร้อมที่จะลงทุนสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง (MRO) ทั้งการลงทุนเพิ่มเติมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจาก AOT มีแผนพัฒนาส่วนต่อขยาย, ท่าอากาศดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งการบินไทยและพันธมิตรได้ยื่นข้อเสนอไปยังคณะกรรมการ EEC แล้วว่ามีความพร้อมเข้าลงทุนโดยจะพิจารณาศักยภาพของศูนย์ซ่อมบำรุงแต่ละแห่งให้สามารถรองรับเครื่องบินได้อย่างเหมาะสม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...