โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กนภ. ไฟเขียว NDC 3.0 ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 109.2 ล้านตัน ในปี 2035 พร้อมหนุนเทคโนโลยี CCS เดินหน้าเป้าหมาย Net Zero สู่เวทีโลก

Manager Online

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • MGR Online

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 2/2568 พร้อมด้วยนางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณานโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ

การประชุมครั้งนี้ มีมติเห็นชอบร่างเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 โดยยกระดับการกำหนดเป้าหมายเปรียบเทียบกับกรณีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามปกติ ที่ไม่มีการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก (Business as Usual: BAU) ไปเป็นการเปรียบเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจริง (Absolute Emissions Reduction Target) ณ ปี ค.ศ. 2019 โดยตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกที่ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ณ ปี พ.ศ.2578 (ค.ศ. 2035) ภายใต้สัดส่วนจากการดำเนินงานภายในประเทศ ร้อยละ 70 และที่ต้องขอรับสนับสนุนจากต่างประเทศ ร้อยละ 30 รวมถึงการบูรณาการเป้าหมายการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ดิน (LULUCF) 118 MtCO2e ดังนั้น ในปี 2035 ประเทศไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิไม่เกิน 152 MtCO2e ซึ่งสอดคล้องตามเส้นทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาอุณภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

สำหรับด้านเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก ที่ประชุมเห็นชอบให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาและขับเคลื่อนให้เกิดโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ของประเทศ พร้อมมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยประสานงานหลักในการบูรณาการการดำเนินงานและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างองค์ประกอบคณะผู้แทนประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อเตรียมความพร้อมการเจรจาของประเทศในเวทีโลก รวมถึงเห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (ASEAN Joint Statement on Climate Change to UNFCCC COP 30) โดยมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ผลจากประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย รวมถึงเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจกให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตลอดจนสอดรับกับทิศทางของประชาคมโลกในการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...