โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

NUT อีคอมเมิร์ซบูม ออกโปรดักต์ใหม่ ชูฐานลูกค้าแกร่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 16.40 น.

#NUT #ทันหุ้น – NUT ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังโตต่อเนื่อง แพลตฟอร์ม TikTok ฮอตสุดโตก้าวกระโดด ส่วนทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2568 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ต่อยอดนวัตกรรม ชูจุดแข็งฐานลูกค้ากว่า 1.4 ล้านราย

นายภาคิณ กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือ NUT ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 3/2568 เดินหน้าตามแผนขยายธุรกิจภายหลังจากการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง

พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางการขายดิจิทัล และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่าจุดแข็งของบริษัทในด้านการผลิตด้วยโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน การดำเนินงานแบบครบวงจร และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

@ ฐานลูกค้าแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงสร้างความแข็งแกร่งผ่านฐานลูกค้ากว่า 1.41 ล้านราย โดยมีสัดส่วนลูกค้าที่ซื้อซ้ำในระดับสูงราว 60% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนาโครงการ“NUT Voice” การปฏิวัติการสื่อสารด้วยการนำเทคโนโลยีสนับสนุนธุรกิจ

โดยการนำข้อมูลจากฐานลูกค้าที่มีอยู่ (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดกิจกรรมทางการตลาด และการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อยกระดับการจัดการฐานลูกค้าและสร้างมาตรฐานการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการบริการ เพิ่มปริมาณกลุ่มลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ สามารถลดต้นทุนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การจ้างงานและอบรมพนักงงาน รวมถึงเป็นการยกระดับคุณภาพบริการของบริษัทในระยะยาว

ด้านภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยนิยมซื้อสินค้าในช่องทางดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะแพลตฟอร์มTikTok Shop ที่มีอัตราการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม รวมถึงบริษัทด้วย

@ ขยายตลาดในประเทศ

ขณะที่ตลาดในประเทศไทยในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตถึง 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน และ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยการขับเคลื่อนของตลาด โดยคาดว่าประชากรกลุ่มนี้จะมีมากกว่า 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

“บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานวางไว้อย่างจริงจัง ทั้งด้านการผลิต การพัฒนาสูตร และนวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาแผนการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงวางแผนการประชาสัมพันธ์สินค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งเรามุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง” นายภาคิณ กล่าว

ด้านผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 239.49 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 529.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.64% จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2568

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...