โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AI กับเพศ: เมื่อเทคโนโลยี ซ้ำเติมอคติเดิมของมนุษย์ สะท้อนอำนาจทางเพศในโลกสมัยใหม่

The Momentum

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 10.35 น. • THE MOMENTUM

ในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โลกของเรากำลังถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ทุกการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทางบวก AI ไม่เพียงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่ยังสามารถซ้ำเติมอคติเดิมของมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องเพศและอำนาจทางสังคม

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือคลิป ‘AI bikini interviews’ ที่สร้างผู้หญิงใส่ชุดวาบหวิวออกสัมภาษณ์ผู้ชายบนท้องถนน ทุกอย่างดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก แต่ผู้หญิงในคลิปเหล่านั้นไม่มีตัวตนในชีวิตจริง วิดีโอเหล่านี้ได้สะท้อนการคุกคามผู้หญิงในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘ความรุนแรงทางเพศแบบดิจิทัล’ ซึ่ง AI กลายเป็นเครื่องมือในการผลิตและกระจายเนื้อหาที่เหยียดเพศในวงกว้าง

ไม่เพียงแค่การสร้างภาพเพื่อความบันเทิงหรือไวรัล AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อลบตัวตนของกลุ่มเพศหลากหลายออกไปจากพื้นที่สาธารณะ ในกรณีภาพยนตร์ The Together (2025) ที่ฉากงานแต่งงานของคู่รักชาย-ชายถูก AI ดัดแปลงให้กลายเป็นคู่รักชาย-หญิง การกระทำนี้ไม่ได้เพียงตัดเนื้อหาออก แต่บิดเบือนสาระสำคัญและเจตนารมณ์ของผู้สร้าง

แล้วในยุคที่ AI สามารถสร้างภาพและเรื่องราวได้เอง เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังช่วยสร้างความเท่าเทียมหรือซ้ำเติมอคติเดิมทางเพศที่ฝังลึกอยู่ในสังคมของเรากันแน่

เมื่อเทคโนโลยีเปิดช่องให้ความรุนแรงทางเพศรูปแบบใหม่ถือกำเนิด

อีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ ‘ความรุนแรงทางเพศแบบดิจิทัล’ (Tech-Facilitated Sexual Violence) รูปแบบใหม่ของการคุกคามที่เกิดจากการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ละเมิดศักดิ์ศรีของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้หญิง

ไม่นานมานี้ South China Morning Post รายงานกระแส ‘AI bikini interviews’ คลิปที่สร้างด้วย AI แสดงให้เห็นผู้หญิงสวมชุดบิกินีออกสัมภาษณ์ผู้ชายบนถนน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำพูดลามกของผู้ชายในคลิป ทั้งหมดเป็นภาพปลอม แต่กลับถูกแชร์นับล้านครั้งบนโซเชียลมีเดีย วิดีโอเหล่านี้สมจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าปลอมหรือจริง และถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือ AI ที่ใช้งานง่ายและราคาถูก ซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ผลิตเนื้อหาเหยียดเพศจำนวนมาก

เนื้อหาแบบนี้ถูกเรียกว่า ‘AI slop’ หมายถึงผลงานที่ผลิตจำนวนมหาศาลด้วย AI จากเพียงข้อความสั้นๆ ก็สามารถสร้างภาพหรือวิดีโอเหมือนจริงได้ภายในไม่กี่นาที จนทำให้โลกออนไลน์เต็มไปด้วยสื่อเทียมที่เลือนเส้นแบ่งระหว่าง ‘ความจริง’ กับ ‘ของปลอม’ มากขึ้นเรื่อยๆ

กระแสนี้ยังเปิดทางให้อุตสาหกรรมย่อยของอินฟลูเอนเซอร์ AI ผุดขึ้นมากมาย หลายคนสร้างคอนเทนต์แนวลามกเพื่อหวังยอดวิวและรายได้จากระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม ซึ่งมักให้รางวัลกับคลิปที่ไวรัล วิดีโอเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกอ้างว่าเป็นคลิปจากท้องถนนในอินเดียหรือสหราชอาณาจักร เต็มไปด้วยมุกตลกหยาบโลนและคำพูดเหยียดเพศ จนผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายกังวลว่าจะยิ่งตอกย้ำภาพจำว่าผู้หญิงคือวัตถุทางเพศ

ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของ AFP พบว่า วิดีโอปลอมเหล่านี้ปรากฏอยู่บน Instagram นับร้อยคลิป โดยเฉพาะในภาษาฮินดี หลายคลิปแสดงให้เห็นชายหนุ่มพูดจาหยาบคายหรือแตะเนื้อต้องตัวหญิงสาว ขณะที่คนรอบข้างหัวเราะหรือส่งเสียงเชียร์ บางคลิปมียอดเข้าชมสูงถึงหลายสิบล้านครั้ง และบางส่วนยังถูกใช้โปรโมตแอปฯ หาคู่หรือแชตสำหรับผู้ใหญ่ด้วย

สิ่งที่น่ากังวลคือความสมจริงของภาพเหล่านี้มากเสียจนผู้ชมบางคนเริ่มตั้งคำถามว่า ผู้หญิงในคลิปมีตัวตนจริงหรือไม่ บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ GetReal Security วิเคราะห์แล้วพบว่า คลิปจำนวนมากถูกสร้างด้วย Veo 3 โปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหวของ Google ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมจริงระดับสูง

นีราลี ภาเทีย นักจิตวิทยาไซเบอร์จากอินเดีย อธิบายว่า ความเกลียดชังผู้หญิง (Misogyny) ที่แต่ก่อนจำกัดอยู่ในกลุ่มปิด กำลังถูกแต่งแต้มใหม่ในรูปของภาพ AI เธอมองว่านี่คือความรุนแรงทางเพศรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ทัศนคติที่เหยียดเพศฝังลึกในสังคมมากยิ่งขึ้น

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นภาพของอินเทอร์เน็ตในยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยภาพและวิดีโอที่สร้างขึ้นด้วย AI จนกำลังกลืนกินเนื้อหาจริง แม้ภาพเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่กลับทำให้การคุกคามผู้หญิงดูเหมือนเรื่องปกติ

อีกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ‘Deepfake Porn’ การนำภาพของผู้หญิงจริง ทั้งคนดังและคนทั่วไป ไปตัดต่อใส่ในคลิปโป๊โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัญหานี้ลุกลามไปทั่วโลก จนหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และญี่ปุ่น ต้องเร่งออกกฎหมายเอาผิด แต่ถึงอย่างนั้นความเร็วของเทคโนโลยียังคงวิ่งนำหน้ากฎหมายอยู่หลายก้าว

เมื่อเทคโนโลยีถูกใช้เพื่อลบ ‘ความหลากหลายทางเพศ’

ในขณะที่ AI ถูกใช้สร้างภาพของผู้หญิงแบบที่ ‘ระบบ’ อยากเห็น อีกด้านหนึ่งมันกลับถูกใช้เพื่อลบ ‘ตัวตน’ ของคนที่ไม่เข้ากับบรรทัดฐานทางเพศออกไปอย่างแนบเนียน

ตัวอย่างล่าสุดคือกรณีภาพยนตร์สยองขวัญThe Togetherของ เดฟ ฟรานโก (Dave Franco) ที่ถูกถอนออกจากการฉายในจีน หลังผู้จัดจำหน่ายในประเทศใช้ AI ดัดแปลงฉากงานแต่งงานของคู่รักชาย-ชาย ให้กลายเป็นคู่รักชาย-หญิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้สร้าง

ค่ายภาพยนตร์ Neon ซึ่งถือสิทธิจัดจำหน่ายในสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทจัดจำหน่ายในจีนอย่าง Hishow ละเมิดข้อตกลง เพราะตามหลักแล้ว ผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศไม่มีสิทธิ์แก้ไขเนื้อหาของภาพยนตร์ต้นฉบับ Neon จึงเรียกร้องให้ยุติการฉายเวอร์ชันที่ถูกเปลี่ยนแปลงทันที

สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายตกใจคือ การแก้ไขไม่ได้ทำด้วยการ ‘ตัดต่อแบบดั้งเดิม’ แต่ใช้เทคโนโลยี AI Face Swap การสลับใบหน้าตัวละครชายให้กลายเป็นผู้หญิง ทำให้ฉากดังกล่าวดูสมจริงราวกับไม่ได้ถูกเปลี่ยนอะไรเลย การใช้ AI แบบนี้สร้างความกังวลอย่างมาก เพราะแทบตรวจจับไม่ได้และทำให้ผู้ชมไม่รู้เลยว่ากำลังดูเวอร์ชันจริงหรือของปลอม

รายงานจาก China Digital Times ระบุว่า ไม่เพียงแต่ฉากรักเพศเดียวกันที่ถูกเปลี่ยน แต่ยังมีการตัดฉากรักระหว่างชาย-หญิงบางส่วนออกด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการเซนเซอร์ของรัฐจีน เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนรูปแบบใหม่ของการเซนเซอร์ที่ไม่ได้เพียง ‘ลบ’ หรือ ‘ตัด’ แต่คือการ ‘ปลอมแปลง’ เนื้อหาให้ตรงตามกรอบที่อำนาจต้องการ จนถึงขั้นทำให้โครงสร้างและสาระสำคัญของภาพยนตร์บิดเบือนไปจากเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้สร้าง โดยใช้เทคโนโลยียุคใหม่เป็นเครื่องมือ

ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากแสดงความกังวลว่า หากการใช้ AI ในการเซนเซอร์แพร่หลาย การตรวจสอบความถูกต้องของงานศิลปะและเนื้อหาสื่อในอนาคตอาจแทบเป็นไปไม่ได้ อันจะส่งผลร้ายแรงต่อเสรีภาพทางวัฒนธรรมและการเคารพสิทธิของผู้สร้าง

กรณี The Togetherจึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งเชิงพาณิชย์ หากแต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ปัญญาประดิษฐ์จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนเรื่องราวและลบการแทนที่ของกลุ่มเพศหลากหลายในผลงานศิลปะ ซึ่งอาจถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อเสรีภาพในการเล่าเรื่องในยุคดิจิทัล

เมื่อโลกดิจิทัลท้าทายสิทธิและความหลากหลายทางเพศ

การใช้ AI ทั้งในการสร้างวิดีโอปลอมที่คุกคามผู้หญิง และการแก้ไขภาพยนตร์เพื่อ ‘ลบ’ ตัวตนของคู่รักเพศเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเทคโนโลยี แต่ยังสามารถกลายเป็นกลไกซ้ำเติมอคติทางเพศในสังคมได้อย่างรวดเร็วและแนบเนียน เมื่อ AI ถูกปล่อยให้ทำงานโดยไม่มีกรอบทางจริยธรรมหรือกฎหมายรองรับ สิทธิและความหลากหลายทางเพศของกลุ่ม LGBTQIA+ อาจถูกลดทอนจนกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามหรือถูกลบออกจากพื้นที่สาธารณะ

ในขณะเดียวกัน ความรุนแรงทางเพศแบบดิจิทัลและการผลิตเนื้อหาเหยียดเพศด้วย AI ชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมทางเพศที่ฝังลึกในสังคม ผู้หญิงยังคงเผชิญการคุกคามและการมองว่าเป็นวัตถุทางเพศ ส่วนกลุ่มเพศหลากหลายก็ต้องต่อสู้เพื่อให้การปรากฏตัว และตัวตนของตนได้รับการยอมรับ ซึ่ง AI อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ไม่เพียงสร้างภาพ แต่ยังบิดเบือนและลบล้างความเท่าเทียมในโลกยุคใหม่

แหล่งข้อมูล

https://www.abc.net.au/news/2025-10-04/dave-franco-horror-film-pulled-from-china-over-ai-censorship/105844328

https://www.indiewire.com/news/general-news/ai-censorship-together-china-subplot-makes-no-sense-1235152902/?fbclid=IwY2xjawNh67ZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFhTDNha1BsTDh0RXJobVB1AR48CJi-2PdFwrXGE5mKqB4gz8H6YEbvdb0rSDBdQ_DPrGxrMDHFyLxEPeGXpQ_aem_jxPc7dLHcSGkuGPUM3EEow

https://www.scmp.com/news/world/article/3323964/ai-bikini-interview-videos-flood-internet-sparking-sexism-concerns

https://www.theguardian.com/world/2025/sep/24/horror-film-digitally-altered-china-gay-couple-straight-together

https://www.unfpa.org/TFGBV

https://x2.timesofmalta.com/20250902/pink/ai-bikini-interviews-fuelling-sexism/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...