"AI Money Machine" อธิบายช็อตต่อช็อต ทำไมสำคัญ? หมุนเงินเป็นวงกลม กว่าล้านล้านเหรียญในระบบ
ท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่องฟองสบู่ AI และการประกาศแผนทุ่มทุนมหาศาลอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างสองผู้นำของวงการอย่าง Nvidia และ OpenAI กำลังถูกจับตาอย่างเข้มข้น
สองสัปดาห์ก่อน Nvidia ประกาศลงทุนสูงสุดถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุน OpenAI สร้างศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์เพื่อแลกกับการใช้ชิปจำนวนนับล้านของตนเองในโครงการนั้น และไม่กี่สัปดาห์ต่อมา OpenAI ก็ได้จับมือกับคู่แข่งของ Nvidia อย่าง AMD ภายใต้ข้อตกลงมูลค่าหลายหมื่นล้านเพื่อใช้ชิปของ AMD พร้อมกับเงื่อนไขที่ทำให้ OpenAI สามารถถือครองหุ้นได้สูงสุดถึง 10% ซึ่งก่อนหน้านี้ OpenAI เองก็ได้ปิดดีลใหญ่กับ Oracle เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ และ Oracle เองก็กำลังซื้อชิป Nvidia จำนวนมหาศาลสำหรับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้
ข้อตกลงทางธุรกิจและการร่วมลงทุนเหล่านี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบ “วงกลม” หรือ Circular Deal ที่เงินลงทุนมหาศาลกำลังไหลกลับไปสู่จุดเริ่มต้นและวนไปวนมาเป็นวัฏจักร หลายคนตั้งคำถามถึงมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ ตลอดจนการเติบโตที่แท้จริงของตลาดและระบบนิเวศของอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
- ดีล 10,000 ล้านที่เปลี่ยน AMD สู่คู่แข่งตัวจริง ข้อตกลงใหม่เปิดทางOpenAI ใช้ชิป-ถือหุ้นสูงสุด 10%
- Nvidia เตรียมลงทุน OpenAI ไม่ต่ำกว่าแสนล้านเหรียญ ร่วมสร้าง Data Center ดึงชิปฝึกโมเดล AI
- Nvidia ลงทุน Intel ควัก 1.5 แสนล้าน อุ้มคู่แข่ง จับมือทำชิป ต่อลมหายใจสมบัติชาติอเมริกา
ทำความเข้าใจ “AI Money Machine” วงจรให้เงินเป็นวงกลม
จากบทความ “OpenAI, Nvidia Fuel $1 Trillion AI Market With Web of Circular Deals” ที่เผยแพร่ใน Bloomberg โดย Emily Forgash and Agnee Ghosh ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า
“ตลาด AI ที่ปัจจุบันมีเงินทุนไหลเวียนอยู่กว่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นกำลังถูกสร้างขึ้นบนเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เงินลงทุนไหลกลับไปมาและในเกือบทุกเส้นทางของการลงทุน มักจะมีชื่อของ Nvidia และ OpenAI เป็นศูนย์กลาง”
จากภาพจะเห็นว่าวงจรเงินทุนที่หมุนเวียนไปมาระหว่างบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ นักลงทุน และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ มาจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
- Equity/Warrants - การลงทุนไขว้และถือหุ้นระหว่างกัน
- Hardware-Cloud Infrastructure - การซื้อขายชิปและบริการคลาวด์
- AI Startup Ecosystem - การเชื่อมโยงระหว่างสตาร์ตอัป AI ที่ใช้เทคโนโลยีจากสองยักษ์ใหญ่
วัฏจักรดังกล่าวสร้างระบบเศรษฐกิจที่แต่ละบริษัทพึ่งพาและส่งต่อรายได้ รวมถึงผลประโยชน์อื่นๆ ร่วมกันจนเกิดเป็นเครื่องจักรเงินสดขนาดยักษ์หรือที่นักวิเคราะห์เรียกว่า“AI Money Machine” โดยมีผู้เล่นยักษ์ใหญ่ที่รับบทบาทหลัก ดังนี้
OpenAI ศูนย์กลางของจักรวาล AI
OpenAI ที่มูลค่าประเมินล่าสุดอยู่ที่ราว 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาโมเดล AI อย่าง ChatGPT, GPT-4, หรือ Sora เท่านั้น แต่เป็นศูนย์กลางของการไหลเวียนเงินลงทุนที่หล่อเลี้ยงทั้งระบบ โดย OpenAI ทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตัวกลาง” ที่เชื่อมเงินจากนักลงทุน, บริษัทเทคฯ, และผู้ผลิตชิปเข้าด้วยกันผ่านดีลขนาดมหึมา เช่น
- Nvidia ลงทุนสูงสุดถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นผู้จัดหาชิปหลักให้
- Oracle ทำดีล Cloud Infrastructure มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับการเทรนโมเดล AI
- AMD เซ็นสัญญาใช้ GPU MI450 ขนาดกำลังรวม 6 GW พร้อมให้ OpenAI สิทธิ์ซื้อหุ้นสูงสุด 10% ของ AMD
- Microsoft ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ให้บริการคลาวด์ผ่าน Azure
- CoreWeave ผู้ให้บริการ AI Cloud ที่ดีลรวมกับ OpenAI มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- xAI, Mistral, Figure AI, Nscale ตกลงใช้เทคโนโลยีของ Nvidia รวมถึงสามารถใช้โมเดลและแพลตฟอร์มของ OpenAI
Nvidia หัวใจของ Hardware
Nvidia ที่มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่น “บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก” รับบทบาทเป็นศูนย์กลางของฝั่ง “ฮาร์ดแวร์” และทำรายได้หลักจากการขาย GPU และระบบ AI Server ให้กับบริษัทอย่าง OpenAI, Oracle, Microsoft, xAI, CoreWeave เพราะบริษัทเหล่านี้ต้องใช้ชิป GPU จาก Nvidia เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI
นอกจากนี้ Nvidia เองก็ได้ลงทุนในสตาร์ตอัปด้าน AI หลายสิบแห่งซึ่งเพื่อผูกระบบนิเวศไว้กับตัวเองเช่นเดียวกัน และเงินที่ Nvidia ลงทุนออกไปก็จะหมุนกลับมาเป็นยอดขายของตัวเองอีกครั้ง โดยข้อมูลล่าสุดจาก PitchBook ระบุว่า Nvidia เข้าร่วมการลงทุนในบริษัท AI ถึง 52 ดีลในปี 2024 และอีก 50 ดีลในปี 2025 (จนถึงกันยายน)
ดีลล่าสุดที่หลายคนจับตาอย่าง การลงทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน xAI ของ Elon Musk โดยดีลนี้ยังเกี่ยวข้องกับการซื้อชิป Nvidia ผ่านโครงสร้างทางการเงินพิเศษ (SPV) ซึ่งจะให้ xAI เช่าชิปเหล่านั้นต่อเป็นเวลา 5 ปี
หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ CoreWeave สตาร์ตอัปด้านคลาวด์ AI ที่ Nvidia ถือหุ้นอยู่ 7% และเพิ่งทำ IPO สำเร็จ Nvidia ไม่เพียงลงทุนใน CoreWeave แต่ยังตกลงจะซื้อบริการคลาวด์จากบริษัทนี้มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขณะเดียวกันที่ OpenAI ก็ได้รับเงินลงทุน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก CoreWeave พร้อมทั้งขยายข้อตกลงด้านคลาวด์อีก 22,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Microsoft - Oracle - AMD ผู้เล่นรายรอบของวงจร
ขณะที่ Microsoft ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน OpenAI และให้บริการคลาวด์ผ่าน Azure รวมถึงดีลเช่า Compute กับ Nebius มูลค่า 17.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Oracle ทำหน้าที่เป็น “Data Center Partner” ของ OpenAI และต้องซื้อ GPU ของ Nvidia มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อรองรับดีล Cloud มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ AMD ได้กลายเป็น “ผู้ท้าชิงรายสำคัญ” จากดีลล่าสุดที่ OpenAI เลือกเข้ามากระจายความเสี่ยงจาก Nvidia พร้อมดีลสิทธิ์ถือหุ้นขนาดใหญ่ นอกจากนี้ Intel แม้จะอยู่นอกวงหลัก แต่ก็เชื่อมโยงผ่านการร่วมลงทุนของ Nvidia มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
AI Money Machine จะกลายเป็นเครื่องจักรการเงินยุคใหม่หรือไม่ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงวงจรการลงทุนที่ผูกพันซึ่งกันและกันอย่างแนบแน่นระหว่างผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรม แต่ยังสะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า ตลาด AI กำลังหมุนรอบด้วยระบบการลงทุนที่ปิดวงจรในตัวเอง บริษัทหนึ่งลงทุนในอีกบริษัท อีกบริษัทนำเงินนั้นมาซื้อชิปหรือบริการคืน และรายได้กลับไปหาผู้ลงทุนเดิม
บทบาทและสถานภาพที่เห็นชัดในตอนนี้ คือ Nvidia จะกลายเป็นผู้สร้าง “เครื่องยนต์” หรือ AI Infrastructure Platform ให้กับอุตสาหกรรม
OpenAI จะกลายเป็น “ผู้จัดระเบียบใหม่” ของตลาดในฐานะ AI Operating System ของโลกผ่านการสร้างแพลตฟอร์มที่ AI สามารถแปลงเป็นบริการเชิงพาณิชย์ได้ในทุกมิติ จาก ChatGPT สู่ GPT Store, จากโมเดล GPT-4o สู่ระบบ Agentic AI
แม้ในระยะสั้น AMD และ Nvidia จะถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรง แต่ในระยะยาว ทั้งสองกลับอาจกลายเป็น “ฟันเฟืองร่วม” ของระบบเดียวกัน Nvidia ครองตลาดฝั่ง Training (การฝึกโมเดลขนาดใหญ่) ส่วน AMD เริ่มแทรกซึมในตลาด Inference (การประมวลผลคำตอบจริง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมหาศาลเมื่อ AI ถูกใช้งานเชิงพาณิชย์จริงจัง
Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ดีลเหล่านี้กลายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด AI ในแบบที่หลายฝ่ายเริ่มมองว่า “นี่คือการสร้างฟองสบู่ขึ้นมาอย่างช้าๆ” เพราะไม่เคยมีเทคโนโลยีใดที่เงินจำนวนมหาศาลถูกเทลงไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่หนทางสู่กำไรยังไม่ชัดเจน
นักวิชาการหลายคนมองว่ามีความคล้ายคลึงกับ “ฟองสบู่ดอทคอม” ในช่วงปลายยุค 1990 ที่ขณะนั้นบริษัทสตาร์ตอัปต่างซื้อโฆษณาและบริการข้ามกันเพื่อทำให้ตัวเลขเติบโตดูสวยงาม อย่างไรก็ตาม บางฝ่ายมองว่าความสัมพันธ์เหล่านี้เป็น “วงจรเชิงบวก” (Virtuous Cycle) ที่จำเป็นต่อการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และสิ่งนี้ถือเป็นฟองสบู่ที่ดี
เมื่อทุกฝ่ายยังคงลงทุนไขว้ ซื้อขายกัน และได้ผลประโยชน์ร่วมกัน วงจรนี้จะไม่หยุดหมุน และ “AI Money Machine” จะกลายเป็นรูปแบบใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลกที่เงินทุน เทคโนโลยี และข้อมูลไหลเวียนอยู่ในวงจรเดียวกัน กลายเป็น “เครื่องจักรการเงิน” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่มี AI เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถขยายตัวได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อ่านเพิ่มเติม
- Jeff Bezos เชื่อ AI เป็น "ฟองสบู่ที่ดี" สร้างประโยชน์ระยะยาาว แม้ราคาหุ้นอาจร่วงเหมือนยุคดอทคอม
- AI Winter รอบนี้จะหนาวแค่ไหน คาดหวังสูง ผลตอบแทนต่ำ ทำไมคลื่นขาลง AI ครั้งนี้น่าจับตากว่าทุกครั้ง
ที่มาข้อมูล Bloomberg
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "AI Money Machine" อธิบายช็อตต่อช็อต ทำไมสำคัญ? หมุนเงินเป็นวงกลม กว่าล้านล้านเหรียญในระบบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บิ๊กเทคเล็ง ย้าย Data Center ขึ้นสู่ “อวกาศ” หลังใช้ทรัพยากรโลกมหาศาล ทั้งน้ำ ไฟ แถมปล่อยมลพิษ
- พลังแห่ง OpenAI แค่เอ่ยชื่อกับใคร หุ้นก็พุ่ง! เขย่าตลาดตั้งแต่บิ๊กเทคถึงรายเล็ก
- World ยันไม่ได้แจกเงิน! ตอบทุกปมร้อน ซื้อ-ขาย-เก็บข้อมูลจริงไหม มั่นใจได้ยังไงว่าไม่รั่วไหล
- AI บูม หนุน Huawei รายได้พุ่งแต่กำไรสะดุดเพราะลงทุนหนัก ทุ่มเงินให้ชิปและ R&D หวังท้าชน Nvidia
- ChatGPT อายุเกือบ 3 ขวบ คนใช้งาน 10% ของประชากรโลก วิจัยเผยคนขอคำปรึกษาเรื่องส่วนตัวกับ AI มากขึ้น
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath