โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DIF ยังแข็งแกร่งแต่ขาด Upside กสิกรไทยหั่นคำแนะนำเหลือ “ถือ”

ทันหุ้น

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 02.26 น.

#ทันหุ้น – บล.กสิกรไทย พรีวิวไตรมาส 3/2568 กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF คาดจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2568 ในวันที่ 12 พ.ย. โดยมีกำไรปกติประมาณ 2,992 ล้านบาท (+2.6% YoY, +0.1% QoQ) การเติบโต YoY คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากอัตราค่าเช่าที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นราว 2.7% สำหรับสินทรัพย์เสาสัญญาณส่วนใหญ่ภายใต้สัญญาเช่าหลักกับ TRUE ขณะที่การปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงตามอัตรา THOR หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps ในช่วงกลางเดือนส.ค. โดยคาดว่ากำไรปกติต่อหน่วย (Core EPU) จะอยู่ที่ 0.281 บาท ส่งผลให้กำไรปกติ 9 เดือนแรกของปี 2568 คิดเป็น 77.3% ของประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิจัย

การจ่ายเงินปันผล คาดว่า DIF จะประกาศ DPU ไตรมาส 3/2568 ที่ 0.2222 บาทต่อหน่วย (ทรงตัว YoY และ QoQ) เนื่องจากในไตรมาสนี้ไม่มีการชำระคืนเงินต้น อัตราการจ่ายปันผลคิดเป็น 79% และให้อัตราตอบแทนเงินปันผลประจำปีประมาณ 9.7% เมื่อเทียบกับราคาหน่วยลงทุนปัจจุบัน ส่งผลให้เงินปันผลรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 คิดเป็น 77.3% ของประมาณการทั้งปีของเรา

แนะนำ “ถือ” คงประมาณการกำไรปกติปี 2568–86 และราคาเป้าหมายอิงวิธีคิดลดเงินสด (DCF) ที่ 8.6 บาท (กลางปี 2569) ภายใต้สมมติฐานกรณีฐานของเรา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยปรับลดคำแนะนำสำหรับ DIF จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากราคาหน่วยลงทุนปัจจุบันได้ปรับขึ้นเกินมูลค่าประเมินในกรณีฐานไปแล้ว โดยสะท้อนปัจจัยบวกบางส่วนจากความคาดหวังการต่ออายุสัญญาเช่ากับ TRUE ในระดับปัจจุบัน จึงมี upside จำกัด

ขณะที่ความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้น หากการต่ออายุสัญญาเช่าไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นในเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวย ฝ่ายวิจัยยังเห็นความเสี่ยงจากการรีไฟแนนซ์ เนื่องจากประมาณครึ่งหนึ่งของหนี้กองทุนจะครบกำหนดในเดือน พ.ย. 2570 ซึ่งอาจทำให้ต้องชำระคืนเงินต้นเร็วขึ้นในระยะกลาง และสร้างแรงกดดันต่อการจ่ายเงินปันผล

ภายใต้ความไม่แน่นอนของการต่อสัญญาเช่า ในกรณีฐาน DIF ให้อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 6.5% โดยอิงอายุสัญญาเช่าคงเหลือเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WALE) ที่ 17.93 ปี ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากไม่มีการต่อสัญญาเช่าสำหรับทรัพย์สินเสาและสายไฟเบอร์ออปติกเลย IRR อาจลดลงเหลือ 4.5% และราคาเป้าหมายอยู่ที่ 7.4 บาท

ขณะที่ในกรณีดีที่สุด หากมีการต่อสัญญาเช่าทั้งสองประเภทต่อไปหลังปี 2586 ราคาเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นเป็น 10.0 บาท และให้ IRR ที่ 8.2% เมื่อเทียบกับระดับราคาปัจจุบัน สัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนดูไม่เอื้ออำนวย เนื่องจาก upside ที่จะไปถึง 10.0 บาทมีเพียง +9.3% ขณะที่มี downside อยู่ที่ –19.1% ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ในช่วงนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...