'โลกกำลังหมุนเร็วขึ้น' คุณรู้สึกไหม?
บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นปรากฏการณ์น่าทึ่งอันหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อโลกในระยะยาว
นั่นก็คือ “โลกกำลังหมุนเร็วขึ้น”
ปกติแล้ว โลกหมุน 1 รอบ จะใช้เวลา 86,400 วินาที หรือเท่ากับ 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี ตามทฤษฎีฟิสิกส์แล้ว โลกไม่ได้หมุนด้วยความเร็วคงที่แบบนี้ตลอดเวลา
เพราะมีปัจจัยต่างๆ เข้ามาประกอบ ไม่ว่าจะเป็น แกนโลกขยับ การสั่นภายใน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย แรงโน้มถ่วงเปลี่ยน แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ฯลฯ
ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้การหมุน 1 รอบของโลกกำลังสั้นลงอย่างช้าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ที่มีการบันทึกว่า “โลกหมุนเร็วขึ้น” หลายวันด้วยกัน
เช่น วันที่ 9 กรกฎาคม วันที่ 22 กรกฎาคม และวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า “โลกหมุนเร็วขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยปกติ” อย่างมีนัยสำคัญ
ในอดีต โลกเคย “หมุนช้าลง” ทว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า “โลกหมุนเร็วขึ้น”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี ค.ศ.2020 ซึ่งมีการบันทึก “วันสั้นที่สุด” ซึ่งเกิดขึ้นในรอบหลายทศวรรษ และแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ.2025
ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า การที่ “โลกกำลังหมุนเร็วขึ้น” ได้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่น่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบต่อระบบแม่เหล็ก ไฟฟ้า การวัดเวลา ฯลฯ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกที่เรามีต่อคำว่า “เวลา”
โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ต้องถือว่า เป็นหนึ่งในวันที่ “โลกหมุนเร็วที่สุด” โดยใช้เวลาน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงประมาณ 1.30 มิลลิวินาที (millisecond หรือ ms)
วันที่ 22 กรกฎาคม พบค่าเบี่ยงเบนที่ใกล้เคียงกับวันที่ 9 กรกฎาคม คือ 1.38 มิลลิวินาที และวันที่ 5 สิงหาคม พบค่าเบี่ยงเบนใกล้เคียงกันอีก คือ 1.51 มิลลิวินาที
แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ขี้ผงมาก เพราะ 1 มิลลิวินาที เท่ากับ 0.001 วินาที แต่ในบางวงการ เช่น การวัดเวลาแบบแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาอะตอม หรือระบบ GPS การเปลี่ยนแปลงเพียง 1.3 มิลลิวินาที จะส่งผลกระทบต่อการคำนวณตำแหน่ง และการสื่อสาร
เพราะการที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” จะส่งผลโดยตรงต่อ“ระบบวัดเวลาสากล” หรือ UTC (Co-ordinated Universal Time) ซึ่งใช้ในการกำหนดเวลาทั่วโลก
โดยทั่วไปแล้ว หาก “โลกหมุนช้าลง” นักวิทยาศาสตร์จะเพิ่ม Leap Second เข้าไปในระบบ UTC เพื่อให้เวลาสอดคล้องกับการหมุนของโลก
แต่หาก “โลกหมุนเร็วขึ้น” นักวิทยาศาสตร์จะต้อง “ลบวินาที” ออกจากเวลา (Negative Leap Second) แทนที่จะเพิ่มมันอย่างที่เคยทำมา
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์!!
แน่นอนว่า การที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของดาวเทียม ระบบนำทาง GPS และการสื่อสารผ่านเครือข่าย Internet ซึ่งต้องอาศัยการ Synchronize เวลาที่แม่นยำ
ถ้า “โลกหมุนเร็วขึ้น” แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่ปรับเวลา อาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการคำนวณตำแหน่ง การรับ-ส่งข้อมูล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกรรมทางการเงิน เช่น ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ต้องการความแม่นยำระดับมิลลิวินาที
ดังที่กล่าวไป ไม่เพียงผลกระทบทางเทคโนโลยี แต่ความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อ “เวลา” อาจเปลี่ยนไปนิรันดร เมื่อ “เวลา” ไม่ใช่สิ่งคงที่อีกต่อไป
ที่ผ่านมา มนุษย์เคยเชื่อว่า “เวลา” เป็นสิ่งคงที่ การที่ 1 วันไม่เท่ากับ 24 ชั่วโมงอีกต่อไป ทำให้เราต้องกลับมาทบทวน ว่าเราจะเอาอย่างไรกับ “เวลา” ที่เราเคยใช้ “วัดชีวิต”
หากมองย้อนกลับไปในอดีต มนุษย์ใช้การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ในการกำหนดเวลา โดยที่ต่อมาเราใช้เครื่องมือที่แม่นยำมากขึ้น คือนาฬิกา
แต่เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น เวลาทางฟิสิกส์เกิดการเปลี่ยนแปลง อาจจะถึงเวลาที่ต้องยอมรับ ว่า “เวลา” เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
“เวลา” ไม่ใช่กรอบที่แน่นอนสำหรับการดำรงชีวิตอีกต่อไป
ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงคำอุปมาอุปไมยที่ว่า “โลกหมุนเร็ว” เพราะเทคโนโลยีทำให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น “เวลาเดินเร็วขึ้นในความรู้สึก” แต่ “เวลา” จริงๆ ยังเท่าเดิม
ทว่า เมื่อเกิดปรากฏการณ์ “โลกหมุนเร็วขึ้น” ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ กำลังสะท้อนความรู้สึกภายในที่มนุษย์มีต่อโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง หาใช่เพียงคำอุปมาอุปไมยไม่
การที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” กระตุ้นให้มนุษย์เราหันกลับมาทบทวนวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และตั้งคำถามว่าเรากำลังใช้ “เวลา” อย่างมีคุณค่าหรือไม่
เพราะที่ผ่านมา เรามักรู้สึกว่าเราต้องการเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงใน 1 วัน
เรามักรู้สึกว่า “เวลาไม่เคยพอ” เพราะ “โลกหมุนเร็วเกินไป”
แน่นอนว่า “เวลา” คือ “สิ่งล้ำค่า” และตอนนี้มันอาจกำลังไหลเร็วขึ้นกว่าที่เราคิด
เพราะการที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” ในทางฟิสิกส์ อาจเป็นภาพสะท้อนของความเร่งรีบในชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูล ความคาดหวัง และการเปลี่ยนแปลงแบบทวีคูณ
ดังนั้น เมื่อ “โลกหมุนเร็วขึ้น” เราอาจต้องเรียนรู้ให้เร็วขึ้นตาม เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ดังที่กล่าวไป การที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” ในวันที่ 9 กรกฎาคม วันที่ 22 กรกฎาคม และวันที่ 5 สิงหาคม นักวิทยาศาสตร์หลายคนมองว่า เป็นภัยคุกคามที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์บางคนมองว่า นี่คือโอกาสในการแก้ไขปรับปรุง และพัฒนา “เทคโนโลยีวัดเวลา” ให้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่เกี่ยวกับธรรมชาติของโลก และจักรวาลในอนาคตอันใกล้
และหากกล่าวถึงการศึกษาทางธรณีฟิสิกส์ นักธรณีฟิสิกส์กำลังพยายามหาคำอธิบายที่ชัดเจน ว่าเหตุใด “โลกจึงหมุนเร็วขึ้น” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
หนึ่งในสมมุติฐานที่ได้รับความสนใจก็คือ การเปลี่ยนแปลงของการกระจายมวลภายในโลก เช่น การละลายของธารน้ำแข็ง ทั้งที่ขั้วโลกเหนือ และที่ขั้วโลกใต้ ซึ่งทำให้มวลน้ำเคลื่อนเข้าสู่เส้นศูนย์สูตรมากขึ้น และส่งผลให้ “โลกหมุนเร็วขึ้น”
อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนแปลงแกนหมุนของโลก ซึ่งเกิดจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ รวมถึงการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ที่ส่งผลต่อสมดุลของแรงภายใน
แม้ปรากฏการณ์ “โลกหมุนเร็วขึ้น” จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของมนุษยชาติอย่างชัดเจน แต่ในระยะยาวจะส่งผลต่อระบบการคำนวณเวลาทั่วทั้งโลก
ทำให้ต้องมีการปรับปฏิทินใหม่ กำหนดเวลาทางดาราศาสตร์ใหม่ ไปจนถึงวางแผนการเดินทางในอวกาศใหม่ ที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูงสุดในการคำนวณระยะทาง และเวลา
เพราะหาก “โลกหมุนเร็วขึ้น” อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการปรับระบบเวลาให้สอดคล้อง อาจเกิดความคลาดเคลื่อนที่ส่งผลต่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีขั้นสูงได้
ดังนั้น การที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” หาใช่เพียงปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งของธรรมชาติที่กระทบต่อสังคมมนุษย์
ปรากฏการณ์ “โลกหมุนเร็วขึ้น” เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม วันที่ 22 กรกฎาคม และวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า “โลกไม่ได้หยุดนิ่ง”
และ “เวลา” ไม่ได้เป็น “สิ่งคงที่” อย่างที่เราเคยเชื่อ
การทำความเข้าใจว่า “โลกหมุนเร็วขึ้น” จะช่วยให้เราปรับตัวได้ดีขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยี การดำรงชีวิต และการตั้งคำถามต่อความหมายของ “เวลา” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
เพราะบางที การที่ “โลกหมุนเร็วขึ้น” อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของ “วินาทีที่หายไป” แต่เป็นการเตือนให้เราหันกลับมาทบทวนว่า เรากำลังใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
หรือเพียงแค่วิ่งตาม “โลกที่หมุนเร็วขึ้น”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘โลกกำลังหมุนเร็วขึ้น’ คุณรู้สึกไหม?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly