โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เทรนด์คอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569 กลุ่มทุนเจ้าสัวแข่งอัพราคาขายตารางเมตรละ 1 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2568 เวลา 03.08 น.

ร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่จริง ๆ ตลาดคอนโดมิเนียมมหานครกรุงเทพ ราคาตารางเมตรละ 1 ล้านบาท

เจ้าของสถิติทำไว้คนแรกสำหรับโครงการใหม่เป็นของ “ปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ แบงค็อก” ทำเลประชิดปากซอยสุขุมวิท 38 ของค่ายอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2567 จำนวนจำกัด 22 ยูนิต ราคา 500-1,400 ล้านบาท/ยูนิต ซึ่งอาจเป็นปรากฏการณ์เฉพาะตัว ในขณะที่ราคารีเซลตารางเมตรละ 1 ล้านบาท เจ้าของสถิติไม่ใช่ใครที่ไหน โครงการในตำนาน “98 ไวร์เลส” ของค่ายแสนสิริ ที่มีราคาเปิดขาย 3-8 แสนบาท/ตารางเมตร และไต่ราคาซื้อขายเปลี่ยนมือจนกระทั่งมีราคาห้องชุดมือสองแตะตารางเมตรละ 1 ล้านบาท เป็นรายแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

เทรนด์ 10 ปีคอนโดฯตารางเมตรละ 1 ล้านพรึ่บ

จุดโฟกัสอยู่ที่ตลาดอสังหาฯซูเปอร์หรู มีฐานลูกค้ากำลังซื้อเหนือกาลเวลา ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ถ้าหากมีโปรดักต์ที่พึงพอใจ แพ็กคู่มาพร้อมกับบริการหรูเริ่ดสนองทุกนี้ดของการใช้ชีวิตเหนือระดับ การตัดสินใจซื้อแบบ “ซื้อเงินสด” สามารถปิดการขายได้ทันที ยกตัวอย่าง ปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ แบงค็อก ณ วันนี้คอนเฟิร์มแล้วว่ามียอดขาย 3 ยูนิต คูณด้วยราคาเริ่มต้นห้องละ 500 ล้านบาท เท่ากับมียอดขายแล้ว 1,500 ล้านบาทบวกลบ

ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่สำนักวิจัยอสังหาฯข้ามชาติ “คอลลิเออร์ส ประเทศไทย” เพิ่งจัดบิ๊กอีเวนต์ “Q3 2025-Ask The Experts” เปิดข้อมูลวิจัยตลาดอสังหาฯทุกแง่มุม หนึ่งในไฮไลต์มีการ Round up ตลาดคอนโดฯกรุงเทพฯในรอบ 20 ปี (2549-2568) โดยฟันธงแนวโน้มปี 2569 เป็นต้นไป ราคาหรูระยับคอนโดฯ ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท กำลังจะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด และเป็นหนึ่งในเทรนด์หลักช่วง 10 ปีหน้า (2569-2578) อีกต่างหาก

ยุคโควิด-จุดเปลี่ยนคอนโดฯลักเซอรี่

ผู้บริหารระดับคีย์แมน “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ระบุว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดฯกรุงเทพฯ มีซัพพลายเปิดขายใหม่สะสม 667,048 ยูนิต มูลค่าสะสมเกิน 2.425 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯไฮไรส์ 434,576 ยูนิต สัดส่วน 65.15% คอนโดฯโลว์ไรส์ 232,472 ยูนิต สัดส่วน 34.85% โดยขายแบบโอนกรรมสิทธิ์ หรือฟรีโฮลด์ 663,002 ยูนิต สัดส่วน 99.39% กับขายแบบสิทธิการเช่า หรือลีสโฮลด์ 4,046 ยูนิต สัดส่วน 0.61% เท่านั้น และมีคอนโดฯก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุด 1,797 โครงการ จำนวน 3,900 อาคาร ยูนิตสะสม (สร้างเสร็จ) 701,430 ยูนิต

แน่นอนว่าผ่านร้อนผ่านหนาวหลายวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตซับไพรม (2549-2551) เหตุการณ์รัฐประหาร (2553-2557) น้ำท่วมใหญ่ (2554) มาตรการ LTV (บังคับเงินดาวน์แพงในการขอสินเชื่อซื้อบ้านและคอนโดฯของ ธปท. (2562) และสถานการณ์โควิด (2563-2564) นั่นหมายความว่าตลาดคอนโดฯ มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

จุดพีกต้องยกให้ช่วงปี 2559-2561 ซึ่งถือเป็นยุคทองที่มีซัพพลายเปิดขายใหม่เฉลี่ยปีละ 50,000-60,000 หน่วย จนทำให้มีซัพพลายใหม่ 3 ปีรวมกันสูงกว่า 162,720 ยูนิต และราคาขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลหลักเกิดจากกำลังซื้อลูกค้าจีนทะลักแบบไม่ทันตั้งตัว อาจเพราะรับอิทธิพลจากหนัง Lost in Thailand ใครที่เปิดโครงการได้ยอดขายโควตาต่างชาติ 49% ปิดได้ปั๊บทันที ที่เหลืออีกครึ่งตึกขายลูกค้าคนไทย จนทำให้ดีเวลอปเปอร์หลายรายมีความว่อกแว่กเข้ามาแข่งขันลงทุน และเปลี่ยนกลยุทธ์ขายลูกค้าคนไทยที่เป็นนักลงทุนซื้อปล่อยเช่ามากขึ้น ปักป้ายบิลบอร์ดซื้อคอนโดฯ การันตีค่าเช่า 6-7% นาน 3-10 ปี ทำให้แบงก์ชาติต้องออกมาแตะเบรกด้วยมาตรการ LTV เพื่อสกัดการเก็งกำไร

หลังยุคโควิดในปี 2565-2568 เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะลองโควิด มีปัญหาเศรษฐกิจเติบโตช้า หนี้ครัวเรือนระดับสูง ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อหรือกู้ไม่ผ่านสูงถึง 70%

Polycentric City เมืองกระจายปลุกอสังหาฯ

ขณะเดียวกัน ในรอบ 20 ปีมีแนวโน้มสำคัญในเรื่องการกระจายศูนย์กลางเมือง (Polycentric City) จากเดิมคอนโดฯ ส่วนใหญ่กระจุกตัวในย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือ CBD เริ่มขยายออกสู่ชานเมืองตามแนว BTS/MRT เช่น บางนา-ศรีนครินทร์, รัชโยธิน-รามอินทรา, พระราม 9-รามคำแหง และรังสิต ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านราคาที่เข้าถึงได้และความสะดวกในการเดินทาง ทำให้ขยายฐานเซ็กเมนต์กำลังซื้อกลุ่มแมส-มิดเอนด์ ราคาไม่เกิน 150,000 บาท/ตารางเมตร ครองสัดส่วน 66.0% ของยูนิตทั้งหมด

ส่วนตลาดบนและอัลตราลักเซอรี่แม้มาร์เก็ตแชร์จะบางมาก แต่กลายเป็นเซ็กเมนต์ที่บูมอย่างคงเส้นคงวาในยุคเศรษฐกิจฝืด ณ ราคาขาย 3-5 แสนบาท/ตารางเมตร และแน่นอนว่าบางโครงการและอาจจะหลายโครงการกำลังทำงานเบื้องหลังเพื่อนำไปสู่การตั้งราคาขายตารางเมตรละ 1 ล้านบาท

คาดการณ์แนวโน้ม 10 ปีข้างหน้า ตลาดจะเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านจำนวน สู่การแข่งขันด้านคุณภาพและนวัตกรรม โครงการใหม่หันมาเน้น Smart Living, Sustainable Design และบริการครบวงจร (One Stop Service) กลุ่มผู้ซื้อหลักคือ Gen Y-Z ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและประสบการณ์การอยู่อาศัยโมเดลใหม่ เช่น Coliving, Serviced Condominium และ Long-term Rental จะเติบโตอย่างชัดเจน

“ตลาดคอนโดฯกรุงเทพฯ เป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเมืองและพฤติกรรมผู้บริโภค จากซื้อลงทุนและเก็งกำไรสู่ตลาดที่เน้นคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน การกระจายศูนย์กลางเมืองและอินฟราสตรักเจอร์ของรัฐเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในทศวรรษหน้า เป็นเวทีการแข่งขันด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน ยกระดับกรุงเทพฯในฐานะมหานครแห่งคุณภาพชีวิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างสมบูรณ์ที่สุด”

เซ็กเมนต์ห้องชุดซูเปอร์หรู “น้อยแต่มาก”

คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ซัพพลายเปิดขายใหม่ 667,048 ยูนิต เป็นการพัฒนาโดยบิ๊กแบรนด์อสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ฯ 490,264 ยูนิต สัดส่วน 73.49% มูลค่ารวม 1.830 ล้านล้านบาท ที่เหลือพัฒนาโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ 176,784 ยูนิต สัดส่วน 26.51% มูลค่ารวม 595,653 ล้านบาท กลยุทธ์การแข่งขันมีความยืดหยุ่นสูง เน้นทำเลเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)

ทั้งนี้ ในด้านทำเลพบว่า ซัพพลายเปิดขายใหม่ 667,048 หน่วย เกิน 50.12% หรือ 334,349 หน่วย อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอก (Suburban Bangkok) ขณะที่พื้นที่ใจกลางเมือง (City Area) มีเพียง 10.88% หรือ 72,595 ยูนิต สะท้อนทิศทางโครงการใหม่ขยายตัวออกจากศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) มาสู่รอบนอกและเขตต่อขยายของเมือง

อย่างไรก็ตาม คอนโดฯทำเลใจกลางเมืองช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคาแพงแล้วแพงอีก เพราะข้อจำกัดด้านที่ดินและต้นทุนการพัฒนาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนมักเป็นโครงการระดับ Luxury และ Ultra Luxury เจาะลูกค้าระดับบนหรือชาวต่างชาติเป็นหลัก เทรนด์ราคาพบการปรับตัวเกิน 100% และไต่เพดานเปิดขายตารางเมตรละ 1 ล้านบาทดังกล่าว

โดยตลาดคอนโดฯกรุงเทพฯ ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มตลาดแมสและมิดเอนด์เป็นหลัก 66.2% ของยูนิตทั้งหมด มีราคาขายไม่เกิน 1 แสนบาท/ตารางเมตร, สัดส่วน 21.5% อยู่ในช่วง 1-1.5 แสนบาท/ตารางเมตร, ตลาดระดับบนราคา 2 แสนบาท/ตารางเมตรขึ้นไป มีสัดส่วน 8.1% ขณะที่คอนโดฯเริ่ม 5 แสนบาท/ตารางเมตร มีจำนวนไม่ถึง 1,000 ยูนิตทั่วกรุงเทพฯ กระจุกอยู่ในทำเล “สุขุมวิท สาทร สีลม รัชดาภิเษกตอนต้น”

บิ๊กอสังหาฯ-เจ้าสัวปัดฝุ่นแลนด์แบงก์ลงสนาม

ข้อมูลรัว ๆ เกี่ยวกับเทรนด์คอนโดฯตารางเมตรละ 1 ล้านบาท ก่อตัวมาจากการเปลี่ยนแปลงของเมือง ให้น้ำหนักจุดโฟกัสโซน “สวนลุมพินี” ที่มีโครงการ วัน แบงค็อก ใช้เวลาพัฒนา 10 ปี เปิดหน้าดินโครงการซูเปอร์หรูให้กับทำเลโดยอัตโนมัติ ล่าสุดโครงการ นิมิต หลังสวน ของค่ายเพซ ดีเวลลอปเม้นท์ เหลือขาย 20 ยูนิตสุดท้าย ณ วันนี้เปิดราคา 8 แสนบาท/ตารางเมตร ถ้าหากซัพพลายเหลือขายข้ามปี คาดว่าราคาทะลุ 1 ล้านบาทแน่นอน

ล่าสุด กลุ่มทุนเจ้าสัว “ชาลี โสภณพนิช” แห่งแบงก์กรุงเทพ เจ้าของซิตี้ เรียลตี้ เพิ่งปัดฝุ่นแลนด์แบงก์ที่ถือครอง 40 ปี ร่วมทุนกับ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ จากฮ่องกง พัฒนา 2 คอนโดฯหรูแบรนด์ อัปเปอร์เฮาส์ เรสซิเดนเซส แบงค็อก กับ เดอะ ไวร์เลส เรสซิเดนเซส บาย อัปเปอร์เฮาส์ ชูจุดขายที่ดินฟรีโฮลด์แปลงใหญ่ 8 ไร่ บนถนนวิทยุ อยู่ใกล้ 2 สวน “สวนลุมพินี-สวนเบญจกิติ” ตามแผนคาดว่าก่อสร้างเสร็จและส่งมอบในปี 2572 เบื้องต้นราคาขายแพงคาดว่า 7 แสนบาท/ตารางเมตรบวกลบ และเนื่องจากใช้เวลาพัฒนาเกิน 4 ปี เมื่อถึงตอนนั้นคาดหวังว่าจะดันราคาเกิน 1 ล้านบาท/ตารางเมตร ในอนาคตอันใกล้

อีกโครงการของไพรเวทอีควิตี้ นำโดย “ภูมิ จิราธิวัฒน์” ที่ลงขันกับกัลยาณมิตรไฮโซในนามกลุ่ม CG เปิดขายแบรนเดดเรสซิเดนซ์ “InterContinental Residences Bangkok Asoke” ทำเลสุขุมวิท 16 มูลค่า 5,500 ล้านบาท ตารางเมตรละ 3 แสนบาท ทำเลข้างเคียงกับคอนโดฯหรูแท่งใหม่ค่ายเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน โครงการ Still Sukhumvit เริ่มตารางเมตรละ 4 แสนบาท

แต่ที่เด็ดสุดน่าจะเป็นค่ายแสนสิริ ที่ปักป้ายรอเปิดตัวคอนโดฯ ห้องละร้อยล้าน แต่ทางลึกแจ้งว่าแสนสิริอัพเกรดโครงการใหม่เป็นแฟลกชิปอัลตราลักเซอรี่ บนที่ดินแปลงสามเหลี่ยมทำเลทองหล่อ กะจะเปิดขายเพียง 11 ยูนิต ห้องชุด 1 ห้องต่อ 1 ฟลอร์ ราคาเริ่มต้นคาดว่าอยู่ที่ 500 ล้านบาท อยู่ในคอลเล็กชั่นคอนโดฯ ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท อีกโครงการในปี 2569

“คอนโดฯกรุงเทพรอบ 20 ปี เซ็กเมนต์เกินตารางเมตรละ 5 แสนบาท มีไม่ถึง 1,000 ยูนิต แต่กลายเป็นว่าขายค่อนข้างดี ยิ่งเซ็กเมนต์อัลตราลักเซอรี่ซัพพลายถือว่าแน่นมาก ทยอยเปิดตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/68-4/68 และในปีหน้า โดยมีกำลังซื้อจากลูกค้าเศรษฐี ทายาทเศรษฐี นักการเมือง คนรุ่นใหม่ซื้อ บ่งบอกฐานะและใช้ทำงาน ที่สำคัญซื้อด้วยเงินสดค่อนข้างมาก จึงไม่มีข้อกังวลเรื่องรีเจ็กต์เรต” คำกล่าวของภัทรชัย ทวีวงศ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์คอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569 กลุ่มทุนเจ้าสัวแข่งอัพราคาขายตารางเมตรละ 1 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...