โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ซานาเอะ ทากาอิจิ’ ผู้สร้างประวัติศาสตร์! ว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 07.17 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก "ซานาเอะ ทากาอิจิ" อดีตผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ ผู้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคการเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่น และว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของแดนอาทิตย์อุทัย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่น เลือก "ซานาเอะ ทากาอิจิ" วัย 64 ปี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ทำให้อดีตรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจรายนี้ กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแแอลดีพี พรรคการเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่น

ว่าที่นายกฯ หญิง

นางทากาอิจิ ยังอาจสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หากรัฐสภาญี่ปุ่น ลงมติรับรองให้เธอขึ้นเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลขาดเสียงข้างมากในทั้งสภาผู้แทรราษฎร และวุฒิสภา ทั้งยังไม่ชัดเจนว่า พรรคฝ่ายค้านจะรวมตัวกันสนับสนุนทางเลือกอื่นหรือไม่

"แทนที่จะเฉลิมฉลองแค่อย่างเดียว ดิฉันทราบว่าความท้าทายที่แท้จริงนั้นเริ่มขึ้นแล้ว ดิฉันเชื่อว่ายังมีงานอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า และเราต้องร่วมกันฝ่าฟันไปด้วยการสนับสนุนจากทุกคน ดิฉันและทุก ๆ คนจะร่วมกันจุดประกายให้พรรคแอลดีพี เป็นพรรคที่สดใส ซึ่งจะเปลี่ยนความวิตกกังวลของผู้คนให้กลายเป็นความหวัง" นางทากาอิจิทกล่าว หลังได้รับเลือกเป็นพัวหน้าพรรค

ผู้นำหญิงคนแรกของพรรคแอลดีพี เป็นอดีตผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ เธอก้าวเข้าสู่วงการการเมืองญี่ปุ่นในปี 2536 และชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้สมัครอิสระ เธอเป็นตัวแทนของจังหวัดนารา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ

เธอเข้าร่วมพรรคแอลดีพีในปี 2539 และได้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกิจการโอกินาวาและดินแดนทางเหนือ

ว่าที่นายกฯ หญิง

ต่อมาเธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้เป็นประธานคณะกรรมการวิจัยนโยบายของพรรค เธอยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร โดยอยู่ในตำแหน่งนานถึง 1,438 วัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

จากนั้นเธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเธอได้จัดตั้งระบบ "การจัดการความมั่นคง" เพื่อปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้ดียิ่งขึ้น

นางทากาอิจิ เป็นผู้ชื่นชมในตัวนางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร เธอยังเป็นพันธมิตร และลูกศิษย์ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ นักการเมืองสายอนุรักษนิยม ที่มีจุดยืนแข็งกร้าว

เป็นที่ทราบกันดีว่า นางทากาอิจิ คัดค้านการสมรสของคนเพศเดียวกัน และมักเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิอันอื้นฉาว ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพเป็นเกียรติแก่อาชญากรสงครามระดับเอ

ในอดีต เธอไม่ค่อยถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนประเด็นสิทธิสตรีมากนัก แต่เมื่อไม่นานนี้ ท่าทีของเธอเริ่มเปลี่ยนไป โดยเธอให้คำมั่นระหว่างการหาเสียงว่า จะผลักดันให้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาหักลดหย่อนภาษีได้บางส่วน และเสนอให้มีการลดหย่อนภาษีสำหรับบริษัทที่จัดหาบริการดูแลเด็กภายในองค์กร

ว่าที่นายกฯ หญิง

เธอยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มขนาดเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเป็น 2 เท่าภายในระยะเวลา 10 ปี ด้วยการลงทุนจากภาครัฐอย่างมหาศาลในด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปจนถึงด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นจริง เธอจะต้องรับมือกับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ ซึ่งอยู่ในช่วงตึงเครียด รวมถึงดำเนินการตามข้อตกลงด้านภาษีที่รัฐบาลของฯษญ๙ฺฌ.ณู อิชิบะได้ตกลงกับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ลุล่วงไปได้

สำหรับปัญหาในประเทศ ผู้นำคนใหม่ต้องหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา รับมือกับภาวะเงินเฟ้อ และวิกฤตฺด้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังต้องรับมือกับปัญหากระแสการเมืองขวาจัด ที่เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

\

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...