โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Job Hopper’ ระบาดทุกเจน! ไม่ได้มีแค่ Gen Z อีกต่อไป แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไร?

Mission To The Moon

เผยแพร่ 25 ก.ย 2568 เวลา 05.58 น. • Mission To The Moon Media

กระแส Job Hopper อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ขององค์กร แต่ในยุคนี้ไม่ได้มีแค่ Gen Z ที่พร้อม ‘ย้ายงาน’ แล้วองค์กรจะรับมืออย่างไร?
.
เมื่อต้องรับสมัคร หรือเปิดรับพนักงานใหม่ แล้วได้รับใบสมัครจากเด็กจบใหม่วัย Gen Z ผู้จัดการหรือ HR จากหลายองค์กรอาจพร้อมกันส่ายหัว เพราะเป็นที่รู้กันดีในกลุ่มคนทำงานรุ่นพี่ว่า เด็กสมัยนี้หนักไม่เอาเบาไม่สู้ อยู่ไม่ทน ผ่านโปรเดี๋ยวก็ออกไปทำที่อื่น แบบที่ใครๆ เรียกกันว่าเป็น ‘Job Hopper’
.
แต่การศึกษาล่าสุดกลับรายงานว่า ณ ปัจจุบันเทรนด์ Job Hopper ในกลุ่มพนักงานยังคงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังขยายไปถึงกลุ่มวัยอื่นๆ ไม่ได้เป็นที่นิยมแค่ในกลุ่มของ Gen Z อีกต่อไปแล้ว
.
ผลสำรวจของ Gallup รายงานว่า 48% ของพนักงานในสหรัฐฯ กำลังมองหาอาชีพหรืองานใหม่ และการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ ได้กลายเป็นลักษณะสำคัญของเส้นทางอาชีพยุคใหม่ไปแล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดแค่เฉพาะในกลุ่ม Gen Z อย่างที่เคยเข้าใจด้วย
.
แล้วองค์กรต่างๆ จะต้องรับมือกับเทรนด์ Job Hopper ในตลาดแรงงานยุคใหม่ รวมถึงเปลี่ยนปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะวิกฤตให้เป็นโอกาสที่ดีขององค์กรได้อย่างไร?
.
.
เข้าใจปรากฏการณ์: ทำไม Job Hopper ถึงกลายเป็นเทรนด์?
.
เทรนด์ Job Hopper ที่เคยแพร่หลายในกลุ่มของคนทำงานยุคใหม่อย่าง Gen Z กลายเป็นกระแสความนิยมที่กำลังแพร่หลายในที่ทำงาน ซึ่งจากบทความของ Forbes พนักงานที่เปลี่ยนงานบ่อยมักถูกเรียกว่า ‘Office Frogs’ หรือกบที่พร้อมกระโดดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั่นเอง
.
ซึ่งในมุมขององค์กรเทรนด์ Job Hopper มักจะทำให้ผู้จัดการทีมหรือ HR หลายองค์กรหนักใจ เพราะการรับพนักงานเข้ามาหนึ่งคนจะต้องใช้ทั้งเวลา และต้นทุนค่อนข้างสูงในการฝึกฝนทักษะให้พนักงานหนึ่งคน แต่ถ้าพนักงานเข้าทำงานเพียงสั้นๆ แล้วลาออก จนองค์กรต้องรับพนักงานใหม่เข้ามาเรื่อยๆ นี่อาจจะทำให้องค์กรสูญเสียทรัพยากรในการพัฒนาบุคคลไปโดยใช่เหตุ
.
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ Gallup รายงานว่า 48% ของพนักงานในสหรัฐฯ กำลังมองหาอาชีพหรืองานใหม่ และการเปลี่ยนงานบ่อย ๆ ได้กลายเป็นลักษณะสำคัญของเส้นทางอาชีพยุคใหม่ไปแล้ว
.
นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Culture Amp ซึ่งรวบรวมจากพนักงาน 3.3 ล้านคนใน 4,600 บริษัทเผยให้เห็นว่า พนักงานเกือบครึ่งหนึ่งกำลังจะลาออก ความผูกพันของพนักงานลดลง และความภาคภูมิใจในองค์กรลดลง 4% ตั้งแต่ปี 2022
.
ดีดิเยร์ เอลซิงกา (Didier Elzinga) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Culture Amp กล่าวว่า “ข้อมูลบอกเราว่า ในปัจจุบันพนักงานมีความสามารถในการทำงานในขอบเขตของตัวเองได้ดีมากขึ้น และบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ประสบปัญหาความเชื่อมั่นในผู้นำลดลง และมีแรงจูงใจที่น้อยลงด้วย”
.
ผู้เชี่ยวชาญยังเผยอีกว่า พนักงานชาวอเมริกันหลายล้านคนทำงานในอาชีพที่ไม่มีทางก้าวหน้าและเกลียดงานของตัวเอง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดความมั่นคงในอาชีพ อีกเหตุผลหนึ่งคือฝ่าย HR ขององค์กรไม่สนับสนุนให้เปลี่ยนงานบ่อย เนื่องจากถูกมองว่าไม่มั่นคงและขาดความรับผิดชอบ
.
ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียดจากการหางานใหม่ยังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตสำหรับผู้สมัครด้วย คนยุคใหม่จึงหาทางออกด้วยการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือไม่ก็เปลี่ยนสังคมการทำงานไปเลย เพื่อตามหาอาชีพหรือองค์กรที่ตรงกับใจตัวเอง
.
แต่ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนไป ในขณะที่คนทำงานจำนวนมากกำลังกระโดดหางานที่ตรงกับความคาดหวังของตัวเองอยู่นั้น ความไม่มั่นคงในที่ทำงานกลับทำให้ความกังวลและความวิตกกังวลเพิ่มสูงขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเปรียบเทียบแล้วคนทำงานจำนวนมากขึ้นพบว่า Job Hopping แล้วไปเสี่ยงเอาโอกาสน่าอาจจะคุ้มค่ากว่าการอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่ดีต่อสุขภาพจิตก็ได้
.
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพและตลาดแรงงานกลับยืนยันว่า การเปลี่ยนงานหรือกระแส Job Hopper ไม่ได้เป็นเรื่องที่ควรถูกมองในแง่ลบเสมอไป เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อตัวพนักงานเอง รวมถึงองค์กรด้วย
.
.
เข้าใจ Job Hopper: ข้อดีและข้อเสียที่คนทำงาน ‘คิดมาแล้ว’ ก่อนจะย้าย
.
แม้ว่าเทรนด์ Job Hopper จะพบเห็นได้บ่อยในยุคปัจจุบัน แต่ผู้ใหญ่ในที่ทำงานจำนวนไม่น้อยมองว่าพฤติกรรมการตัดสินใจลาออก เพื่อไปหางานใหม่ในระยะเวลาสั้นๆ ของคนรุ่นใหม่อาจเป็นภัยสำหรับองค์กร
.
แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างปีเตอร์ ดูริส (Peter Duris) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Kickresume แอปพลิเคชันสร้างเรซูเมออนไลน์กล่าวว่า Office Frogs หรือพนักงานที่ไม่อยู่ในงานเดิมนานเกินไปมักจะไม่กลัวที่จะก้าวกระโดด หรือตัดสินใจที่จะย้ายงานอย่างกล้าหาญ
.
ปีเตอร์ยังบอกอีกว่า ไม่ได้มีแค่ Gen Z เท่านั้นที่ไม่อยากทำงานที่เดียวไปนานๆ อีกทั้งการยึดติดกับงานเดียว หรือเกาะติดอยู่กับองค์กรเดียวไปตลอดตามที่เรียกกันว่า ‘Job Hugging’ นั้นอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ไม่ว่าเราจะเป็น Gen Z หรือไม่ก็ตาม
.
ยิ่งไปกว่านั้น แทนที่จะอยู่กับบริษัทเดียวไปนานๆ เหล่า Job Hopper อาจพบว่าการย้ายงานหลายๆ ที่เป็นวิธีที่ดีที่สุด และง่ายที่สุดในการพัฒนาทักษะและเพิ่มเงินเดือน
.
แต่ถึงอย่างนั้น ปีเตอร์เสริมว่า การชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียของการย้ายงานก่อนตัดสินใจเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และให้คำแนะนำแก่เหล่า Job Hopper เอาไว้ดังนี้
.
[ ] ทำให้ ‘การย้ายงานบ่อยๆ’ กลายเป็นจุดแข็งของเรา
.
แม้ผู้เชี่ยวชาญจะบอกว่า Job Hopping อาจมีข้อดี แต่ต้องไม่ลืมว่าเมื่อนายจ้าง หรือบริษัทใหม่เห็นประวัติการทำงานแล้วก็อาจจะคิดกับตัวผู้สมัครในแง่ลบได้ ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนประวัติการทำงานที่เปลี่ยนหรือย้ายงานบ่อยๆ ให้กลายเป็น ‘จุดแข็ง’ และอธิบายเหตุผลของการลาออกจากที่เก่าให้ชัดเจน
.
นอกจากนี้ การพูดถึงทักษะดีๆ ที่ได้เรียนรู้มาจากที่ทำงานเก่า หรือความสำเร็จของเราในประสบการณ์ทำงานทั้งหมดที่ผ่านมาก็จะช่วยเปลี่ยนให้ ‘ประวัติการย้ายงานบ่อย’ กลายเป็นจุดแข็งของเราก็ได้
.
[ ] เราต้องแน่ใจว่าการย้ายงานในแต่ละครั้งคุ้มค่าจริงๆ
.
ปีเตอร์กล่าวว่าข้อดีอย่างหนึ่งของ Job Hopping หรือการย้ายงานบ่อยๆ จะช่วยให้คนทำงานมีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์การทำงาน และทักษะที่หลากหลายยิ่งขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม Job Hopping จะไม่เกิดผลดี ถ้าหากเราไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องมารองรับการตัดสินใจย้ายงานในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่างานปัจจุบันของเรายังมีโอกาสในการเรียนรู้และเติบโตอีกมาก ในขณะที่ที่ทำงานใหม่อาจจะไม่ได้ให้ทักษะใหม่ๆ กับเราขนาดนั้นก็ไม่ควรรีบตัดสินใจย้ายงาน
.
[ ] อย่าพูดถึงที่ทำงานเก่าในทางที่ไม่ดี
.
จริงอยู่ว่าสาเหตุของ Job Hopping มีหลากหลาย และความเครียด ความกดดัน หรือความไม่พอใจจากที่ทำงานเก่าอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุเหล่านั้นด้วยเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นในระหว่างที่สัมภาษณ์เข้าทำงานที่ใหม่ เราไม่ควรพูดถึงเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือองค์กรเก่าในทางไม่ดี เพราะพฤติกรรมนี้อาจทำให้บริษัทใหม่ไม่สนใจเราก็ได้
.
ทางที่ดีที่ปีเตอร์แนะนำคือ เราควรเน้นเล่าถึงข้อดีของงานเก่า ความสำเร็จหรือความภูมิใจที่เราได้รับในเวลาที่ผ่านมา วิธีนี้จะทำให้นายจ้างหรือบริษัทใหม่ประทับใจในตัวเราได้มากยิ่งขึ้น
.
.
เข้าใจองค์กร: จะรักษาคนเก่า และลดอัตราการลาออกอย่างไร?
.
เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คำถามสำคัญที่องค์กรต้องหาคำตอบคือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจยังคงเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางกระแสการลาออกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง?
.
ปีเตอร์ ดูริส เชื่อว่าผู้บริหารและฝ่าย HR สามารถช่วยกระตุ้นให้พนักงานไม่ "กระโดด" จากองค์กรไปได้ โดยเขามีคำแนะนำสำหรับนายจ้างเพื่อช่วยลดอัตราการลาออกที่สูงดังนี้
.
[ ] เสนอเงินเดือนที่เป็นที่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย
.
ปีเตอร์ชี้ว่าหนึ่งในแรงจูงใจหลักของคนทำงานที่เป็น Job Hopper ก็คือ ‘เงิน’ ดังนั้นเป็นไปได้สูงว่าการเพิ่มเงินเดือน หรือข้อตกลงเรื่องรายได้ที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายจะช่วยให้องค์กรสามารถรักษาพนักงานที่มีทักษะของตัวเองเอาไว้ได้ดีที่สุด
.
[ ] พิจารณา ‘สวัสดิการ’ แบบใหม่ที่ตอบโจทย์พนักงานมากขึ้น
.
นอกจากเงินเดือนหรือรายได้แล้ว ปีเตอร์ยังกล่าวอีกว่า สิทธิประโยชน์และสวัสดิการก็มักเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พนักงานเลือกอยู่ต่อ ดังนั้นถ้าองค์กรสามารถปรับสวัสดิการที่ทันสมัย และครอบคลุมความต้องการของคนทำงานได้ก็จะเพิ่มความพึงพอใจให้กับพนักงานได้เช่นกัน
.
[ ] ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ ‘สนับสนุน และช่วยเหลือกัน’
.
อีกหนึ่งสาเหตุที่ช่วยเพิ่มความสุข และความพึงพอใจในชีวิตให้กับคนทำงานก็คือ ‘วัฒนธรรมองค์กร’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้ามาแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของทีมและองค์กร สามารถรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิตได้ หรือมีกิจกรรมทางสังคมที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราและเพื่อนร่วมงานดีขึ้น
.
สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มกำลังใจในการทำงาน และทำให้พนักงานรู้สึกภักดีต่อองค์กร รวมถึงอยากอยู่ทำงาน หรือสร้างผลงานร่วมกับองค์กรต่อไปอีกนานๆ
.
.
สำหรับคนทำงานไม่ว่าจะอายุเท่าไร Job Hopping อาจเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเติบโต แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตัวเอง ส่วนองค์กรก็จำเป็นต้องเปิดใจให้กว้างขึ้น มองเห็นศักยภาพของคนทำงานรุ่นใหม่ที่มาพร้อมทักษะที่หลากหลาย และพร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน
.
การรับมือกับกระแสที่ถาโถมของเหล่า Job Hopper อย่างชาญฉลาดจึงไม่ใช่แค่การหาทางกันคนออก แต่คือการสร้างโอกาสให้คนอยากอยู่ต่อ และดึงดูดคนที่มีศักยภาพให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
.
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็น Job Hopper ที่พร้อมย้ายงานใหม่ แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอน หรือเป็นองค์กรที่กำลังหาทางรับมือกับปัญหาคนในลาออก การสร้างความเข้าใจร่วมกันและยอมรับในความเปลี่ยนแปลงจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของทั้งสองฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
แล้วทุกคนคิดว่าในยุคที่ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่องค์กรอีกต่อไป คนทำงานควรยึดมั่นกับงานที่รัก หรือกระโดดไปหาโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง?
.
.
อ้างอิง
- ‘Office Frogging’: Gen Z’s Career Trend Disrupts Employer Expectations: Bryan Robinson, Ph.D., Forbes - http://bit.ly/4gCz5GB
.
.
#jobhopper
#worklife
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...