โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มหากาพย์ ‘กระเช้าภูกระดึง’ กว่า 40 ปี...เป็นรูปเป็นร่างพร้อม ‘แจ้งเกิด’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 09.01 น.

กว่า 4 ทศวรรษที่โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้า “ภูกระดึง” จ.เลย ถูกหยิมาถกกันถึงผลดี-ผลเสีย และความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่

ด้วยเหตุผลว่า “กระเช้าไฟฟ้า” จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่มีข้อสรุป

มหากาพย์กว่า 4 ทศวรรษ

หากจำกันได้ “อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” ได้เสนอโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างระบบขนส่งขึ้นภูกระดึง โดยใช้ยานพาหนะเดินทางด้วยสายเคเบิลตั้งแต่ปี 2525

แค่เปิดตัว “กรมป่าไม้” ก็ทำหนังสือด่วนคัดค้านโครงการ เพราะห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากนั้นคณะกรรมการอุทยานฯ ได้ให้คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบ โดยคณะกรรมการอุทยานฯ เห็นชอบและให้บริษัทเอกชนเสนอโครงการก่อสร้างปี 2529 แต่กรมป่าไม้ก็สั่งระงับโครงการอีกครั้งในปี 2532

ความพยายามในการขับเคลื่อนแผนสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และก็ถูกคัดค้านมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะจากกลุ่มนักอนุรักษ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กระทั่งปี 2555 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง

โดย อพท.เสนอ และให้ ทส.รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน และเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและธรรมชาติน้อยที่สุด

ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 4 ธ.ค. 2566 ได้มีมติมอบหมายสำนักงบประมาณ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณางบประมาณเป็นค่าจ้างออกแบบโครงการ เพื่อประกอบการขอ EIA จำนวน 28 ล้านบาท และล่าสุดสำนักงบประมาณมีหนังสือแจ้งให้ อพท.ทบทวนรายละเอียดประกอบการขอรับจัดสรรงบประมาณของโครงการให้ครอบคลุมทุกมิติและเป็นปัจจุบัน (Design and Build) ในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา

ล่าสุดกำลังออกแบบก่อสร้าง

โครงการดังกล่าวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเมื่อ “สรวงศ์ เทียนทอง” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง พร้อมรับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากประชาชนในพื้นที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

และมีประชุมร่วมระหว่างกรมอุทยานฯ และ อพท. เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมอุทยานฯ และ อพท. ตลอดจนประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568

โดยจัดทำและเสนอบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับคือ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริม การสนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงานการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และตั้งคณะทำงานร่วมประสานงานโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

ป้ายอุทยาน

“ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. บอกว่าปัจจุบันกองนิติการ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว และรอเสนอให้อธิบดีกรมอุทยานฯเห็นชอบ MOU ทั้ง 2 ฉบับ คาดว่าจะจัดพิธีลงนามในเดือนตุลาคม 2568 นี้

ส่วนการออกแบบก่อสร้างนั้น ได้ลงนามในสัญญาจ้างบริษัท เทสโก้ จำกัด ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสัญญาเริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม 2568 สิ้นสุด 27 มิถุนายน 2569

อพท.เดินหน้าเต็มที่

“ศิริปกรณ์” ให้ข้อมูลอีกว่า สำหรับแผนการก่อสร้างมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1.การจ้างออกแบบก่อสร้าง (ลงนามในสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว) 2.ขยายเวลาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และ EIA และขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อออกแบบในเขตอุทยานฯ 3.จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการออกแบบ 4.ยื่นเสนอรายงาน EIA

5.เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อก่อสร้างและผ่อนผันการก่อสร้างในเขตลุ่มน้ำชั้น 1A 6.ของบฯกลางเพื่อก่อสร้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 7.ขั้นตอนการก่อสร้าง และ 8.ก่อสร้างประมาณ 12 เดือน (ธ.ค. 69-พ.ย. 70)

“ถ้าไม่มีเหตุอะไรคาดว่าจะสามารถปักลงเสาแรกได้ในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งใจจะก่อสร้างกระเช้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยวภูกระดึง หรืออย่างช้าคือต้นปี 2571”

โดยแนวเส้นทางและตำแหน่งที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้านั้นมีความยาว (ทางราบ) ประมาณ 4.40 กิโลเมตร สถานีต้นทางจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 3.50 กิโลเมตร ใกล้กับบ้านห้วยเดื่อ

ส่วนสถานีปลายทางตั้งอยู่ระหว่างผาหมากดูก และห่างจากบริเวณหลังแปไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 เมตร

สำรวจพื้นที่ปักเสา

ลุ้นปักเสาต้นแรกปลายปี’69

โดยมีเป้าหมาย 3 ส่วนหลักคือ เป้าหมายเชิงอนุรักษ์ เป้าหมายทางการท่องเที่ยว และเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเป้าหมายเชิงอนุรักษ์นั้น จะช่วยจัดการและสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมของภูกระดึง โดยเฉพาะการลำเลียงขยะและของเสียเพื่อนำลงมาจัดการได้อย่างสะดวก ช่วยเสริมขีดความสามารถในการบริหารของอุทยานฯ

และอำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉิน เช่น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้มีอาการฉุกเฉินอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยว รวมถึงสัตว์ป่าที่เจ็บป่วยด้วย

ส่วนเป้าหมายทางการท่องเที่ยว มองว่าโดยโครงการดังกล่าวจะทำให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงภูกระดึงอย่างเท่าเทียม ตามหลักการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ผู้พิการ เด็กเล็ก ฯลฯ

ลดจำนวนการพักค้างแรมบนภูกระดึง โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไป-กลับภายใน 1 วัน เป็นการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาขยะ นักท่องเที่ยวสามารถเพิ่มความถี่ในการท่องเที่ยว รวมทั้งสามารถในการจัดการ Carrying Capacity สามารถกำหนดปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะอนุญาตให้ขึ้นภูกระดึงในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม

สำหรับเป้าหมายในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจนั้น จะทำให้เพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้คนในท้องถิ่น จากการที่จะได้โอกาสในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ และเกิดบริการด้านต่าง ๆ ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านนวดแผนไทย ฯลฯ

และเพิ่มความสามารถในการดึงดูดและเชื่อมโยง Market Development สร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในพื้นที่พิเศษเลย ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา

เช่น โครงการสร้างทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อำเภอหนองหิน การพัฒนาเชียงคานภายใต้มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวโลก รวมถึงเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในบริเวณจังหวัดเลียบน้ำ การท่องเที่ยวกับ สปป.ลาว เพื่อใช้ประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road

ส่วนจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ ต้องลุ้นให้สามารถปักเสาต้นแรกในช่วงปลายปี 2569 นี้ให้ได้ก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหากาพย์ ‘กระเช้าภูกระดึง’ กว่า 40 ปี…เป็นรูปเป็นร่างพร้อม ‘แจ้งเกิด’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...