ต้นทุนซีรีส์พุ่ง! Netflix คุมเข้มค่าตัว ดาราดังเกาหลีเจอเพดานใหม่
จากเดิมที่เคยทุ่มค่าตัวมหาศาลจนทำให้ต้นทุนการผลิตในเกาหลีสูงขึ้น ล่าสุด มีรายงานว่า Netflix กำหนดเพดานค่าตัวใหม่ที่ 300 ล้านวอน (ราว 6.9 ล้านบาท) ต่อหนึ่งตอน ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ราว 400 ล้านวอน (9.2 ล้านบาท) และต่ำกว่าปีก่อนที่ค่าตัวนักแสดงระดับท็อปบางรายพุ่งทะลุ 1,000 ล้านวอน (23 ล้านบาท)
ผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุว่า การปรับนี้เป็นความพยายามของ Netflix ในการควบคุมต้นทุนที่พุ่งสูงต่อเนื่องมาหลายปี โดยปัจจุบันตัวเลข 300 ล้านวอน ได้กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ในอุตสาหกรรมแล้ว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ "บยอนอูซอก" นักแสดงหนุ่มที่โด่งดังจาก Lovely Runner ยืนยันรับบทนำในซีรีส์ Netflix เรื่องแรก Solo Leveling ท่ามกลางกระแสคาดการณ์เรื่องค่าตัวที่อาจทำสถิติ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเขาจะอยู่ภายใต้เพดานใหม่ แม้ยังมีข้อยกเว้นขึ้นอยู่กับขนาดโครงการ และในกรณีซีรีส์ต่อเนื่อง ค่าตัวอาจเพิ่มได้สูงสุดราว 40% จากสัญญาแรก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Netflix ถูกมองว่าเป็นแรงขับสำคัญให้ K-Content ดังไปทั่วโลก แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นตัวการทำให้ต้นทุนบานปลาย เช่น When Life Gives You Tangerines ที่ใช้งบกว่า 60,000 ล้านวอน และ Squid Game ซีซันแรกที่แตะ 100,000 ล้านวอน จนจำนวนซีรีส์ที่ผลิตในประเทศลดลงจาก 141 เรื่องในปี 2022 เหลือราว 80 เรื่องในปีนี้
ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวลือว่า อีจองแจ ได้ค่าตัว 1,000 ล้านวอนต่อตอนใน Squid Game 2 แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าตัวเลข “เกินจริง” แต่ก็ยืนยันว่าค่าตัวสูงขึ้นมากจากเดิม ขณะที่ Netflix เองก็ออกมายอมรับว่าต้นทุนที่สูงเกินไปอาจส่งผลเสีย
โดย คิมแทวอน ผู้อำนวยการทีมคอนเทนต์ เน็ตฟลิกซ์เกาหลี ระบุเมื่อปี 2023 ว่า “การกำหนดค่าตัวและงบประมาณที่เหมาะสม ไม่เพียงเป็นผลดีต่อเน็ต Netflix แต่ยังช่วยให้นักแสดงและโปรเจกต์อยู่ได้ในระยะยาว”
ที่มา allkpop