โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีการตรวจวินิจฉัยภาวะเข่าบวมน้ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 08.43 น.

คอลัมน์ : สุขภาพดีกับรามา ผู้เขียน : ผศ.นพ.กุลพัชร จุลสําลี ศัลยกรรมกระดูกและข้อ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

การตรวจวินิจฉัยภาวะเข่าบวมน้ำเริ่มต้นจากขั้นตอนพื้นฐาน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

การซักประวัติเบื้องต้น แพทย์จะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการบาดเจ็บ เช่น เคยเกิดอุบัติเหตุหรือกระแทกที่เข่าหรือไม่ มีโรคประจำตัวใด ๆ หรือมีอาการร่วมอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญในการประกอบการวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการเข่าบวมน้ำ

ตรวจสภาพข้อเข่า แพทย์จะตรวจดูความบวมของข้อเข่า ตรวจความสามารถในการขยับข้อและความมั่นคงของเข่า หากสงสัยว่ามีความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

-เอกซเรย์ (X-ray) ช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระดูก เช่น กระดูกบาดเจ็บ ข้อเข่าเสื่อม หรือรูปทรงข้อเข่าผิดปกติ รวมถึงรอยโรคในเนื้อกระดูก

-อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ใช้ตรวจการอักเสบหรือบวมน้ำของข้อเข่า รวมถึงตรวจเนื้อเยื่ออ่อนรอบหัวเข่าและช่วยวินิจฉัยโรคเนื้องอกบริเวณข้อเข่า

-เอ็มอาร์ไอ (MRI) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ ทำให้เห็นรายละเอียดของข้อเข่าได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของเส้นเอ็น กระดูก รอยร้าว หรือแม้แต่ปริมาณน้ำในข้อเข่า นอกจากนี้ยังช่วยวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมถึงโรคกระดูกขาดเลือดได้อีกด้วย

-การเจาะข้อ (Aspiration) ในกรณีที่ต้องการหาสาเหตุที่ชัดเจน แพทย์จะใช้เข็มดูดน้ำจากข้อเข่าเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ วิธีนี้สามารถช่วยแยกโรคได้ เช่น ข้อเข่าติดเชื้อ โรคเกาต์แท้ โรคเกาต์เทียม หรือข้อเข่าบวมจากอุบัติเหตุ

วิธีการรักษาภาวะเข่าบวมน้ำ

-การรักษาภาวะเข่าบวมน้ำต้องเริ่มจากการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน เพื่อให้การรักษาตรงจุดและได้ผลดีที่สุด แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ ดังนี้

-กรณีเกิดจากอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บ หากข้อเข่าบวมน้ำจากการบาดเจ็บ แพทย์จะส่งตรวจเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อประเมินการฉีกขาดของเส้นเอ็นหรือโครงสร้างภายในข้อเข่า จากนั้นจะรักษาตามอาการ เช่น ให้พักการใช้งาน ประคบเย็น หรือในบางกรณีอาจต้องผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็น

-กรณีเกิดจากการติดเชื้อในข้อเข่า หากตรวจพบการติดเชื้อ แพทย์จะทำการผ่าตัดล้างข้อเข่าเพื่อลดการติดเชื้อ พร้อมกับให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

-กรณีเกิดจากโรคเรื้อรัง เช่น เกาต์แท้ หรือเกาต์เทียม หากเข่าบวมน้ำเกิดจากโรคเกาต์ หรือโรคข้อเรื้อรังอื่น ๆ แพทย์จะให้ยาตามชนิดของโรค เช่น ยาลดกรดยูริก หรือยาต้านการอักเสบ หากอาการไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบเข้าสู่ข้อเข่าโดยตรง

วิธีป้องกันภาวะเข่าบวมน้ำ

การป้องกันภาวะเข่าบวมน้ำ สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

-ดูแลน้ำหนักตัว ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อลดแรงกดทับที่ข้อเข่า

-ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เลือกกิจกรรมที่ไม่กระแทกเข่ามาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว
-ลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของข้อเข่า เช่น การใส่อุปกรณ์พยุงข้อเข่าขณะเล่นกีฬา หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ เป็นต้น

-เลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสม มีพื้นรองรับแรงกระแทกดี ลดโอกาสข้อเข่าบาดเจ็บ

-บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อกลุ่มหน้าขา หลังขา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น

-ใส่ใจอาการผิดปกติ หากเริ่มมีอาการเจ็บหรือบวม ควรหยุดพักและหาวิธีดูแล ไม่ฝืนใช้เข่าจนเกินไป

ภาวะเข่าบวมน้ำ อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยในช่วงแรก แต่หากละเลย ไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามจนกระทบการใช้ชีวิตได้ในระยะยาว ดังนั้น หากคุณมีอาการเข่าบวม งอไม่ได้ เดินลำบาก หรือรู้สึกปวดตึงบริเวณเข่า ควรหมั่นสังเกตตนเอง และรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการดูแลที่เหมาะสม เพราะยิ่งรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวและกลับมาใช้งานข้อเข่าได้อย่างปกติก็จะยิ่งมีมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิธีการตรวจวินิจฉัยภาวะเข่าบวมน้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...