“บิ๊กโจ๊ก” ไลฟ์เดือด แฉถูกแทรกแซงคดีศาลปกครองสูงสุด ชี้ถูกสรุปข้อเท็จจริงบิดเบือน-ทำเสียเปรียบคดี
“บิ๊กโจ๊ก” ไลฟ์เดือด แฉถูกแทรกแซงคดีศาลปกครองสูงสุด ชี้ถูกสรุปข้อเท็จจริงบิดเบือน-ทำเสียเปรียบคดี
วันที่ 20 ก.ย. 2568 พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการ แทรกแซงกระบวนการตุลาการในการพิจารณาคดีของตนเอง โดยประธานแผนกคดี อ้างว่ารับคำสั่งจากประธานศาลปกครองสูงสุด
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ระบุว่า สะเทือนใจ และนึกไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะ ไม่เคยคิดว่ากระบวนการยุติธรรมในศาลปกครองสูงสุดจะแทรกแซงได้ถึงขนาดนี้ ทั้งองค์คณะและความอิสระของตุลาการ
สำหรับกรณีของตนเองนั้น มีคำสั่งให้ออกจากราชการ โดยตนได้ไปยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดเป็นเวลาปีกว่า คดียังไม่แล้วเสร็จ แต่พบว่าเมื่อยื่นฟ้องไป และขอคุ้มครองชั่วคราว โดยระบุไว้ว่า คำสั่งของ พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีอำนาจ และมีมติ 5 ต่อ 0 ว่าคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เห็นควรคุ้มครองชั่วคราว
แต่หลังจากนั้น เมื่อเสนอไปที่ประธานแผนก เพื่อนนของ พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ ซึ่งนั่งพิจารณาคดีให้ตน เรียนหลักสูตรศาล รธน. รุ่นเดียวกับ พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ จนเรื่องนำไปสู่ประธานศาลปกครองสูงสุด ส่งถึงคณะใหญ่ จนประชุมมีมติขาดลอย ว่าไม่คุ้มครองชั่วคราว ตนเอง
โดยตนก็มองว่าไม่เป็นไร สู้อีกครั้ง แต่สุดท้ายศาลปกครองสูงสุดนัดแถลงคดีด้วยวาจา ปรากฏว่าก่อนหน้านั้น 1 วัน มีการนัดวันส่งเอกสารให้ตนเอง สรุปข้อเท็จจริง แต่พบว่า เอกสารมี 38 แผ่น แต่บุคคลดังกล่าว มีการสรุปข้อเท็จจริงส่งมา โดยเอาประเด็นตนมาแค่ 2 แผ่น ที่เหลือ 36 แผ่น ลอกของ พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ มาทั้งหมด
ดังนั้น ส่งผลให้ตนเสียเปรียบ องค์คณะคนที่เหลือมีข้อเท็จจริงไม่ครบ ตัดสินคดีตนอย่างเสียเปรียบ ตนจึงทำหนังสือ และไปแถลงต่อหน้าองคณะทั้ง 5 ท่าน ว่ากรณีการสรุปข้อเท็จจริงขอบบุคคลดังกล่าว ไม่ครบ ขาด 9 ประเด็ร และเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถูกเพิกเฉย
นอกจากนี้ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ประธานศาลปกครองสูงสุดมีหนังสือส่งมาหาตน ว่ายุติเรื่อง ไม่มีมูล ซึ่งตนงงมาก เพราะไม่เคยเรียกไปสอบปากคำ หรือถาม เรื่องนี้ ตนมองว่าศาลต้องพิจารณาคดีอย่างโปร่งใส เป็นธรรม