จันทรุปราคา ไม่ได้มีแค่สีแดง คนไทยไม่เคยกลัวดวงจันทร์ สมาคมดาราศาสตร์แนะ หยุดใช้พระจันทร์สีเลือด
จันทรุปราคา ไม่ได้มีแค่สีแดง คนไทยไม่เคยกลัวดวงจันทร์ สมาคมดาราศาสตร์แนะ หยุดใช้พระจันทร์สีเลือด
เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า คืนวันที่ 7 ต่อวันที่ 8 ของเดือนกันยายน 2568 นี้ จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง มองเห็นได้ในประเทศไทยทั้งประเทศ รวมถึงพื้นที่เกือบทั้งหมดของเอเชียและบางส่วนของแอฟริกา
เชื่อว่าหลายคนคงได้ทราบถึงปรากฏการณ์นี้มาบ้างแล้ว เพราะมีการประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวางจากสื่อต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพาดหัวด้วยคำว่า “พระจันทร์สีเลือด”
นายวิมุติ กล่าวว่า ช่วงที่เกิดจันทรุปราคา ดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงาโลก นั่นหมายความว่าไม่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง แต่ยังมีแสงบางส่วนที่แฉลบบรรยากาศโลกแล้วเลี้ยวเบนเข้าไปยังดวงจันทร์ได้ แสงอาทิตย์ที่ผ่านบรรยากาศโลกจะเกิดการกระเจิงในบรรยากาศ แสงที่ความยาวคลื่นสั้นกระเจิงได้ดีกว่าแสงที่มีความยาวคลื่นยาว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องฟ้าตอนกลางวันเป็นสีฟ้า และดวงอาทิตย์ยามเย็นเป็นสีส้ม แสงส่วนสีแดงที่มีการกระเจิงน้อยจึงเล็ดลอดผ่านบรรยากาศและเลี้ยวไปทาบบนดวงจันทร์ได้ ทำให้ดวงจันทร์ในเงาโลกมีสีแดงเข้ม
“แต่จันทรุปราคาบางครั้งก็ไม่ได้มีสีแดง ตัวอย่างเช่นในปี พ.ศ. 2535 ได้เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงขึ้น มองเห็นได้ในประเทศไทยด้วย คนที่ดูจันทรุปราคในคืนนั้นจะสังเกตว่าดวงจันทร์ช่วงเต็มดวงมีสีเทาหม่น แทบไม่มีส่วนสีน้ำตาลแดงเลย สาเหตุเนื่องจากก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งปี ภูเขาไฟพีนาตูโบในประเทศฟิลิปินส์เกิดการปะทุครั้งใหญ่ พ่นเขม่าควันจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้สมบัติทางแสงของบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปชั่วขณะหนึ่ง”นายวิมุติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จันทรุปราคาส่วนใหญ่แล้วก็เป็นสีแดงเข้ม หรือน้ำตาลแดง ทุกครั้งเมื่อเกิดจันทรุปราคาก็คาดเดาล่วงหน้าได้ว่าคงมีสีน้ำตาลแดง
สื่อในเมืองไทยมักใช้คำว่า “พระจันทร์สีเลือด” เพราะแปลมาจากสื่อฝรั่งอีกทีซึ่งเขามักใช้คำว่า “blood moon”
การแปลเป็นไทยว่าพระจันทร์สีเลือดก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันออกจะแปลกเอามาก ๆ เพราะปกติคนไทยเรามักไม่ค่อยเปรียบเทียบอะไรเป็นสีเลือดโดยเฉพาะวัตถุท้องฟ้า แล้วคนไทยก็ไม่กลัวดวงจันทร์ ไม่เคยมองดวงจันทร์ในทางไม่ดี ซึ่งตรงข้ามกับชาวตะวันตกโดยสิ้นเชิง แล้วเรื่องอะไรจะไปเปรียบเทียบสิ่งสวยงามเข้ากับเลือดที่ดูน่ากลัวเล่า
คนไทยมองจันทรุปราคามานานไม่น้อยกว่าฝรั่ง คนไทยก็มีคำอุปมาบรรยายสีของจันทรุปราคาเหมือนกัน คนไทยเรียกสีน้ำตาลแดงของดวงจันทร์ว่า สีอิฐ หรือ สีหมากสุก
เราคงไม่ถึงกับจะชี้หน้าว่า ห้ามเรียกพระจันทร์สีเลือด มันผิด ต้องเรียกพระจันทร์สีอิฐ พระจันทร์สีหมากสุกจึงจะถูก เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า เรามีคำไทยของเราอยู่แล้ว ใช้คำที่ดีอยู่แล้วไม่ดีกว่าหรือ แถมคำอุปมาของไทยสีตรงกว่าเยอะเลย
เหมือนตอนอ่านนิยายฝรั่งแปลไทย แล้วพบการใช้คำอุปมาตามต้นฉบับว่า “เหมือนงมเข็มในกองฟาง” นั่นแหละ มันไม่ได้ผิดอะไร แต่ใครอ่านก็อดสะดุดใจไม่ได้ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะสะกิดถามว่า ทำไมไม่ใช้คำว่า “เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร” เล่า
พูดถึงสีของจันทรุปราคา นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ อ็องเดร-ลูย ด็องฌง ได้สร้างมาตรแสดงสีของจันทรุปราคาไว้ เรียกว่า มาตราแดนจอน โดยแบ่งเป็นสี่ระดับใหญ่ ๆ เรียกชื่อด้วยอักษร L และตามด้วยตัวเลข ดังนี้
L=0 ดวงจันทร์มืดมาก มองแทบไม่เห็น
L=1 ดวงจันทร์มืด มีสีเทาหรือน้ำตาล มองรายละเอียดพื้นผิวได้ยาก
L=2 ดวงจันทร์สีแดงเข้ม หรือสนิมเหล็ก ใกล้กลางดวงมืดมาก แต่ขอบดวงสว่าง
L=3 ดวงจันทร์มีสีแดงอิฐ ขอบเงามืดมีสีเหลืองหรือสว่าง
L=4 ดวงจันทร์มีสีทองหรือสีส้ม สว่างมาก ขอบมีสีฟ้าและสว่างมาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จันทรุปราคา ไม่ได้มีแค่สีแดง คนไทยไม่เคยกลัวดวงจันทร์ สมาคมดาราศาสตร์แนะ หยุดใช้พระจันทร์สีเลือด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th