โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ศิรส สาตราภัย ‘ผู้บริโภค ไม่ยึดติดแบรนด์ เปลี่ยนรถไว’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 00.14 น.
ศิรส สาตราภัย

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

การสำรวจความพึงพอใจ และความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรละเลย

ยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ “ความต้องการของลูกค้า” คือสิ่งสำคัญที่จะถูกพัฒนาและต่อยอด เพื่อเป็นโปรดักต์ที่ตรงกับความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าได้มากที่สุด

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมผู้คุยกับ “ศิรส สาตราภัย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ประเทศไทย) จำกัด (Differential Thailand) บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดชั้นนำ ที่มาร่วมพูดคุยถึงแนวโน้มและความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

ความต้องการผู้บริโภคเปลี่ยน

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เราได้ทำการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,500 คน ในปัจจุบันที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความเปลี่ยนแปลง และมีปัจจัยเข้ามาป็นตัวแปรมากขึ้น ยิ่งการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า และตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ เทคโนโลยี บริการ ฯลฯ ผลการวิจัยล่าสุด เราพบว่าผู้บริโภคมีความต้องการและความคาดหวังที่เปลี่ยนไป

แบรนด์ลอยัลตี้ลูกค้าถูกท้าท้าย

วันนี้เริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พฤติกรรมของผู้ใช้รถยนต์ไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และมีการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เนื่องจากมีแบรนด์ทางเลือกใหม่ ๆ เข้ามาแข่งขัน

อีกทั้งมีดีไซน์และเทคโนโลยีที่ดึงดูดใจ เราพบว่า 36% ของลูกค้าชาวไทยที่ยืนยันว่าจะซื้อรถยี่ห้อเดิมอีกครั้ง และ 82% ยังไม่แน่ใจหรือเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนยี่ห้อ

ทั้งนี้ รถยี่ห้อจากจีนมีความเปราะบางที่สุด ส่วนรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นยังเผชิญกับความเสี่ยงของลูกค้า ไม่มั่นใจว่าจะซื้อยี่ห้อเดิมซ้ำ

ปัจจัยที่มัดใจให้ลูกค้าอยู่ต่อ

เราพบว่าความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ หรือความภักดีเกิดขึ้นเมื่อแบรนด์สามารถส่งมอบความน่าเชื่อถือ ดีไซน์ที่ดึงดูด และสมรรถนะรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ขณะที่ขั้นตอนการขายและบริการหลังการขายยังคงมีส่วนสำคัญ เพื่อสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีเลิศในการซื้อการบริการของพนักงานและศูนย์บริการที่เอาใจใส่ การบำรุงรักษาและการสื่อสารที่โปร่งใส

การแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจ นอกจากนี้ ชื่อเสียงและความโดดเด่นของแบรนด์ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่รักษาความภักดี โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์เชื่อมโยงกับความปลอดภัย คุณภาพ และราคาขายต่อที่ดี

ทุก ๆ 10-12 ปี พฤติกรรมลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน และนั้นถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องไปกับเทคโนโลยีของรถยนต์ในช่วงเวลานั้น ๆ ด้วย

อะไรทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจ

ลูกค้าแต่ละรายต่างมีเหตุผลให้การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ล้วนจะต้องเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และความต้องการที่เปลี่ยนไป สิ่งสำคัญที่ลูกค้ายังคงมองและให้ความสำคัญคือ นวัตกรรม แบรนด์ที่ไม่สามารถก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ก็อาจสูญเสียความเชื่อมโยงกับตัวลูกค้า โดยเฉพาะในสายตาของลูกค้ารุ่นใหม่ที่ทันสมัยและช่างเลือก

หรือแม้เเต่ประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ไม่ประทับใจและมูลค่าขายต่อที่ลดลง บริการหลังการขายที่ไม่น่าพอใจ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่น ส่งให้ลูกค้าเปลี่ยนไปหาแบรนด์คู่แข่ง

ไฮบริดยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย

ท่ามกลางกระแสความลังเลใจของผู้บริโภค ในยุคเปลี่ยนผ่าน ผลวิจัยล่าสุด เราพบว่า ผู้ที่มองหารถยนต์คันใหม่ในปัจจุบันนั้นมีความระมัดระวังและลังเลมากขึ้น โดยพบว่าสัดส่วนของผู้บริโภคที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกขุมพลังแบบใดในรถยนต์คันถัดไป เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2567 เป็น 29% ในปี 2568

ขณะกลุ่มเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงมีความตั้งใจที่จะเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีก แต่ทั้งนี้ ความต้องการดังกล่าวกลับบางลง โดยความมั่นใจที่จะซื้อซ้ำก็บางลงด้วย

ขณะที่เจ้าของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE เองก็พบว่าค่อย ๆ ลดความผูกพันกับเครื่องยนต์สันดาป แต่หันไปเลือกรถยนต์ไฮบริด (HEV/ PHEV) มากขึ้น เพราะถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมั่นใจได้

ตรงนี้ ทำให้รถยนต์ไฮบริดกลายเป็น “ทางเลือกปลอดภัย” ที่เชื่อมช่องว่างไปสู่ EV อย่างสมบูรณ์แบบ

รถ EV ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์

ดิฟเฟอเรนเชียลยังได้เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ผู้ใช้รถมีการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่เร็วขึ้น แต่ความภักดีต่อแบรนด์น้อยลง

และรถยนต์ไฮบริดได้กลายเป็นคำตอบในระยะสั้น ส่วนรถยนต์ EV ก็ยังจะต้องใช้เวลาพิสูจน์ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือก่อน จึงจะได้รับการยอมรับในระยะยาว

และแม้ว่าตลาดรถยนต์ไทยเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นรายใหม่เข้ามา แต่ก็มีความเสี่ยงที่ลูกค้าก็พร้อมจะเปลี่ยนใจ

“ศิรส” ย้ำว่า รถยนต์จีน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ผ่านบริการหลังการขาย การรับประกันที่โปร่งใส และเครือข่ายบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ แม้หากขาดรากฐานเหล่านี้ ต่อให้มีราคาแข่งขันหรือดีไซน์ใหม่ที่ดึงดูด ก็ไม่อาจสร้างการซื้อซ้ำได้

ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและอเมริกัน ความท้าทายอยู่ที่การแข่งขันเช่นเดียวกัน รีเฟรชจุดแข็งดั้งเดิม ด้วยดีไซน์ใหม่และนวัตกรรมรุ่นถัดไป การเพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูง ระบบความปลอดภัย และระบบอินโฟเทนเมนต์ รวมถึงระบบส่งกำลังแห่งอนาคต

ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การตั้งราคาที่แข่งขันได้กับคู่แข่งจากจีน

สุดท้ายผู้บริโภคชาวไทยเองนั้นเปิดกว้าง พร้อมรับกับรถยนต์ทุกแบรนด์ หากมีความมั่นใจและถูกใจจริง ๆ และนี้ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนความต้องการของตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์พัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถเข้าไปครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้ตรงจุด ตรงใจมากที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศิรส สาตราภัย ‘ผู้บริโภค ไม่ยึดติดแบรนด์ เปลี่ยนรถไว’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...