สุนทรภู่แก้กลอนรัชกาลที่ 3 “น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา”
สุนทรภู่แก้กลอนรัชกาลที่ 3 ในบทละครเรื่อง “อิเหนา” ตอนบุษบาเล่นธาร จาก “น้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว” เป็น “น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา”
ความไม่ลงรอยกันระหว่าง“สุนทรภู่” กับ “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” หรือรัชกาลที่ 3 ปรากฏให้เห็นในเรื่องการ “แก้กลอน” ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
กล่าวกันว่า สุนทรภู่ได้ทำการแก้กลอน “หักหน้า” กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ถึง 2 ครั้ง เพราะสุนทรภู่ไม่เห็นชอบกับคำประพันธ์ของพระองค์ ครั้งหนึ่งตอนแต่งบทละครเรื่อง“สังข์ทอง” ตอนท้าวสามนต์ให้นางทั้งเจ็ดเลือกคู่ อีกครั้งหนึ่งตอนแต่งบทละครเรื่อง “อิเหนา” ตอนบุษบาเล่นธาร
ในกรณีบทละครเรื่อง “อิเหนา” กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงอ่านบทประพันธ์ของพระองค์ถวายต่อหน้าพระพักตร์รัชกาลที่ 2 ว่า
“น้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว ว่ายแหวกกอบัวอยู่ไหวไหว”
อธิบายกันว่าประโยค “แลเห็นตัว” ตามหลักไวยากรณ์เรียกว่าเป็น “สกรรมกิริยา” ต้องหาตัวกรรมมาใส่ เช่น ตัวปลาหรือตัวเต่า แต่บทประพันธ์นี้ไม่มีระบุไว้ แล้วจากนั้นก็ “ว่ายแหวกกอบัว” ไปเฉย ๆ ไม่ทราบว่าเป็น “ตัว” อะไร สุนทรภู่ไม่รู้ว่าเห็นตัวอะไร จึงได้แก้เป็น
“น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ว่ายแหวกปทุมาอยู่ไหวไหว”
เมื่อนั้นจึงเห็นว่าความสมบูรณ์ เป็น “อกรรมกิริยา” ไม่ต้องหาตัวกรรมมาใส่
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องเล่าต่อกันมาในวงการกลอนว่า เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของสุนทรภู่เองมากกว่า เพราะบทประพันธ์ของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์นั้นเยี่ยมยอดอยู่แล้ว กล่าวคือ
ในตอนที่นางจินตราเล่นน้ำกับเหล่านางกำนัล ทุกคนต้องเปลือยกายลงเล่นน้ำดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์จึงทรงประพันธ์ให้เห็นบรรยากาศชัดเจนว่า
“น้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว ว่ายแหวกกอบัวอยู่ไหวไหว
นิลุบลพ้นน้ำขึ้นรำไร ตูมตั้งบังใบอรชร”
“น้ำใสไหลเย็นเห็นตัว” ในที่นี้ก็หมายถึงน้ำใสมากจนเห็นตัวนางจินตรากับเหล่านางกำนัลที่ต่างก็เปลือยกายเล่นน้ำ แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางกอบัวในลำธารกลางป่า “ตัว” ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงตัวปลา หรือตัวเต่า อะไรเลย
ในวรรคต่อมาที่ว่า “นิลุบลพ้นน้ำขึ้นรำไร ตูมตั้งบังใบอรชร” ก็เป็นการใช้ดอกบัวสื่อแทนไปถึง “ปทุมถัน” หรือเต้านมของผู้หญิง ที่โผล่ขึ้นมาปริ่มน้ำ และมีหลายขนาดแตกต่างกันไป
ดังนั้น จะเห็นว่าบทประพันธ์ของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ในสองวรรคแรกมีเนื้อหาไปในทางเดียวกับสองวรรคต่อมา ซึ่งได้บรรยายบรรยากาศการเล่นน้ำของนางจินตราไว้อย่างเด่นชัด
ในวงการกลอนยังเล่ากันว่า ตอนที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงประพันธ์เสร็จก็ทรงนำไปให้สุนทรภู่ตรวจทานก่อนวันที่จะถวายต่อหน้าพระพักตร์รัชกาลที่ 2 ในตอนนั้นสุนทรภู่คงจะดื่มอยู่บ้าง และน่าจะมีอาการ “กรึ่ม ๆ” เมื่อได้อ่านบทประพันธ์ของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ก็สามารถจินตนาการได้ถึงบรรดาหญิงสาวเปลือยกายล่อนจ้อน แต่ละนางผิวขาวอวบอั๋น ว่ายน้ำแหวกกอบัวไปมาในลำธาร ดำผุดดำว่ายร่างโผล่พ้นน้ำขึ้นถึงหน้าอก เห็นบัวตูมบัวบานของแต่ละนางน่าดูน่าชม
เมื่อสุนทรภู่เห็นภาพดังนั้นจึงทูลกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ว่าเป็นบทประพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ต้องแก้ไขใด ๆ
แต่พอถึงวันที่ต้องนำบทละครเรื่อง “อิเหนา” ถวายรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ไม่ได้มีอาการ “กรึ่ม ๆ” เพราะน้ำเมา ท่านจึงทักท้วง และมีการแก้กลอนในที่สุดนั่นเอง
กวีบางท่านมองว่า บทประพันธ์ของสุนทรภู่ทำให้สำนวนเข้ารกเข้าพง เหมือนกับไปนั่งอยู่ริมลำธารที่มีน้ำใสมากจนมองเห็นปลาแหวกว่ายอยู่ที่กอบัว และมองเห็นดอกบัวโผล่พ้นน้ำรำไร เป็นความงามของธรรมชาติที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไร
ผิดไปจากบทประพันธ์ของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ชนิดที่เรียกได้ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
แล้วท่านผู้อ่าน ชื่นชอบบทประพันธ์ของใครมากกว่ากัน?
อ่านเพิ่มเติม :
- สุนทรภู่ต้องร่อนเร่เพราะแก้กลอนรัชกาลที่ 3 !!?
- สุนทรภู่หักหน้ารัชกาลที่ 3 เหตุเพราะผู้อุปถัมภ์ทรงอำนาจ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เพลิน พจมาลย์. “เจษฎาบดินทร์” กับ “สุนทรภู่” ใครผิดกันแน่? อันเนื่องมาแต่ “จินตราเล่นธาร” ใน ศิลปวัฒนธรรม, สิงหาคม 2544.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุนทรภู่แก้กลอนรัชกาลที่ 3 “น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com