โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ญาติวีรชนฯกระตุกคนคาใจกฎหมายนิรโทษฯ แนะฟังเสียงส่วนใหญ่

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ประธานญาติวีรชนฯ” กระตุกคนที่ยังคาใจกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ วอนทุกฝ่ายรู้รักสามัคคีเดินหน้าสร้างสังคมสันติสุขตามเจตนารมณ์ ย้ำหลักการ คดี ม.112 เป็น ”พระราชอำนาจ” ผู้ใดจะละเมิดมิได้เผยผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเกือบหมดแล้ว แนะคนที่โดนคดีม.112 ให้ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้

19 กรกฎาคม 2569 - นายอดุลย์ เชียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ ๓๕ และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งขาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่ยังมีคนคาใจไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 307 ต่อ 141 เสียง หลังจากที่ประชุมวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา112 แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ว่า ต้องขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ร่วมกันพิจารณาร่างพรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขทั้งผู้ที่โหวตลงมติเห็นชอบ และไม่เห็นชอบถือว่าทุกฝ่ายมีความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง แม้จะมีความเห็นแตกต่างกันก็ตาม เช่นเดียวกับผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่มีจุดยืนแตกต่างกัน ล้วนมีเจตนาดีต่อประเทศชาติเหมือนกัน หลังจากนี้ก็ต้องรอกระบวนการทูลเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ต่อไป

นายอดุลย์ กล่าวว่า แม้ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นขอบจากสภาฯ แล้ว แต่อยากทำความเข้าใจในหลักของการออกกฎหมาย ”นิรโทษกรรม” ซึ่งเป็นชื่อในร่างฉบับเดิม แต่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” ประกอบด้วย อำนาจ 3 ส่วน คือ1.อำนาจของรัฐสภา 2.อำนาจของพระมหากษัตริย์ 3. อำนาจตามกฎหมายอาญาปกติ ทั้งนี้อำนาจของแต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน อำนาจของรัฐสภาที่ผ่านกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นสิ่งที่ชอบด้วยหลักการแล้ว และไม่มีอำนาจออกกฎหมายล้างคดีความผิดตามมาตรา 112 ได้ เพราะเป็น ”พระราชอำนาจ” ของพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ หากรัฐสภาจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีม.112 ก็จะขัดแย้งกับอำนาจของพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ผู้ใดที่โดนข้อหาความผิดตามมาตรา 112 จึงต้องเข้าสู่กระบวนการขอ”พระราชทานอภัยโทษ” ถึงจะถูกต้อง

นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า ตามหลักสากลไม่มีการนิรโทษกรรมคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของอดีตผู้นำประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าจะแซงก์ชั่นไม่มีการคบค้าสมาคมกับผู้นำที่ถูกต้องข้อหาทุจริตประพฤติมิชอบ กรณีผู้นำหรือผู้บริหารของประเทศนั้นๆที่มีคดีในข้อหาทุจริตประพฤติมิชอบ การนิรโทษกรรมจะมีเฉพาะผู้นำของประเทศเท่านั้น โดยประมุขของแต่ละประเทศเป็นผู้ที่มีอำนาจในการ”อภัยโทษ” ได้ อย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อประธานาธิบดีประกาศอภัยโทษให้แก่อดีตประธานาธิบดีที่ต้องข้อทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อลดความขัดแย้งทางการเมืองและสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งก็ยังมีการประท้วงรัฐบาลจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ไม่มีผลเพราะประมุขของประเทศคือ ประธานาธิบดี ได้ผ่านกฎหมายอภัยโทษถือเป็นอันสิ้นสุดแล้ว

“สำหรับประเทศไทยที่สภาผ่านร่างพรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว แม้บางคนอยากให้นิรโทษคดีม.112ด้วย แต่ทำไม่ได้ เพราะมันขัดกับหลักการ ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่ก็เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามกระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัวจนเกือบหมดแล้ว ส่วนผู้ใดที่ยังโดนคดีม.112ก็สามารถขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้ พระองค์ก็ทรงมีพระเมตตากับพสกนิกรอยู่แล้ว แต่ความเห็นต่างแล้วไม่ยอมรับหรือคว่ำร่างกฎหมายทั้งฉบับ เท่ากับปล่อยให้ผู้ที่มีคดีความกว่า6พันคนทุกเสื้อสีถูกพันธนาการไว้อีก และทิ้งเชื้อความขัดแย้งไว้เหมือนเดิม ทั้งที่เราพยายามผลักดันการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองและได้รับการเห็นพ้องจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว เสียงส่วนน้อยก็ต้องยอมรับบเสียงส่วนใหญ่ ตามกระบวนการประชาธิปไตยไม่มีใครได้ ใครเสียทั้งหมด ต้องคิดบวก มองไปข้างหน้า เพราะประเทศกำลังประสบวิกฤตอย่างหนัก ต่อจากนี้ทุกฝ่ายต้อง รู้รักสามัคคี ร่วมกันเดินหน้าสร้างเสริมสังคมให้เกิดความสันติสุข ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป ” นายอดุลย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...