โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลองใช้ไปก่อน! “ไชยชนก” ยันยอด TH-AI Passport ทะลุ 5 แสน ไม่มีตัวเลขปลอม แจงปม AI สร้างรูปเพี้ยน ชี้แต่ละโมเดลประสิทธิภาพต่างกัน แนะลองหลายโมเดล

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลองใช้ไปก่อน! “ไชยชนก” ยันยอด TH-AI Passport ทะลุ 5 แสน ไม่มีตัวเลขปลอม พร้อมแจงปม AI สร้างรูปเพี้ยน-ตอบภาษาแปลก ชี้แต่ละโมเดลประสิทธิภาพต่างกัน แนะลองหลายโมเดล พร้อมเร่งพัฒนาระบบให้ประชาชนใช้งาน AI ได้คุ้มค่าที่สุด

วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงตัวเลขผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม TH-AI Passport ที่ไม่มีการอัปเดตต่อเนื่อง 3 วันว่า จากการตรวจสอบปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานประมาณ 500,000 กว่าคน ส่วนตัวเลขที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำมาเปิดเผย เป็นเพียงจำนวนผู้ใช้งานในช่วงเวลา 09.00-10.00 น. ของวันที่เปิดให้บริการ ขณะนี้ทีมงานอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบเพื่อให้แสดงตัวเลขปัจจุบัน

นายไชยชนก ยืนยันว่า ไม่มียอดผู้ใช้งานปลอมอย่างแน่นอน เนื่องจากข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมียอดลงทะเบียนรวมมากกว่า 1.3 ล้านคน แต่ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาอัตราการลงทะเบียนเริ่มชะลอตัวลง

รัฐมนตรีดีอีกล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำอีกด้านที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข แม้รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนเข้าถึง AI รุ่นโปรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่กลับพบว่าประชาชนยังมีข้อจำกัดเรื่องค่าอินเทอร์เน็ต โดยยอดลงทะเบียนส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เมือง และยังไม่เข้าถึงกลุ่มประชาชนที่ด้อยโอกาสตามเป้าหมายของโครงการ

โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและครูที่พบว่าค่าอินเทอร์เน็ตเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ ขณะนี้กระทรวงดีอีอยู่ระหว่างหารือแนวทางลดค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ในราคาที่เหมาะสม

นายไชยชนก กล่าวด้วยว่า ได้ประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. แล้ว โดยนายยศชนันพร้อมช่วยผลักดันโครงการผ่านกระทรวง อว.

ส่วนกรณีผู้ใช้งานพบว่าผลลัพธ์จาก TH-AI Passport มีความผิดเพี้ยน เช่น ป้อนคำสั่งเป็นภาษาไทย แต่กลับได้รับคำตอบเป็นภาษาอื่น นายไชยชนก ชี้แจงว่า TH-AI Passport เป็นแพลตฟอร์มที่นำโมเดล AI จากภาคเอกชนหลายรายเข้ามาให้บริการ ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มที่รัฐบาลสร้างโมเดล AI ขึ้นมาเอง

ดังนั้น ประสิทธิภาพและความถูกต้องของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละโมเดล ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว โดยรัฐบาลไม่สามารถสร้างโมเดล AI ของไทยให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลระดับโลกอย่าง OpenAI หรือ Gemini ได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงเลือกนำโมเดลจากภาคเอกชนเข้ามาให้ประชาชนทดลองใช้งาน

สำหรับกรณีที่ประชาชนเปรียบเทียบการใช้งาน TH-AI Passport กับ AI ที่เปิดให้บริการฟรี และพบว่ารุ่นฟรีให้ผลลัพธ์ดีกว่า นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นรายโมเดลและลักษณะการใช้งาน เนื่องจาก AI แต่ละตัวมีความสามารถแตกต่างกัน บางโมเดลเหมาะกับการทำงานบางประเภท ขณะที่บางโมเดลมีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพหรือการประมวลผลรูปแบบอื่น

พร้อมยกตัวอย่างว่า หากผู้ใช้งานเคยใช้ AI ตัวใดเป็นเวลานาน โมเดลดังกล่าวจะเรียนรู้รูปแบบการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ ทำให้สามารถตอบสนองได้ตรงความต้องการมากขึ้น แต่เมื่อเริ่มใช้แพลตฟอร์มใหม่ ระบบจะยังไม่มีข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเดิม จึงอาจทำให้คำตอบแตกต่างกัน

นายไชยชนก แนะนำว่า ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลหรือสิ่งที่เคยใช้งานกับ AI เดิมมาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม TH-AI Passport เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจบริบทและความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น รวมถึงควรศึกษาชุดคำสั่ง หรือ Prompt เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

ส่วนข้อเสนอให้แพลตฟอร์มตั้งค่าเริ่มต้นเป็นโมเดลระดับสูงสุดแทนโมเดลพื้นฐาน นายไชยชนก กล่าวว่า ได้แจ้งทีมงานให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว เพราะปัจจุบันหากผู้ใช้ไม่ได้เปลี่ยนโมเดล ระบบจะเลือกโมเดลพื้นฐานที่ติดตั้งไว้เป็นค่าเริ่มต้น

เมื่อถามว่าหากเปลี่ยนเป็นโมเดลระดับสูงสุดจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ควรเป็นภาระของประชาชน แต่เป็นประเด็นที่คู่สัญญาจะต้องบริหารจัดการ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนสามารถทดลองใช้ AI ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับประชาชนที่ทดลองใช้งานแล้วพบว่าผลลัพธ์ไม่เหมือนกับ Gemini หรือ ChatGPT ขอให้ลองนำข้อมูลและชุดคำสั่งที่เคยใช้กับ AI เดิมมาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม TH-AI Passport รวมถึงทดลองใช้งานหลายโมเดล เพื่อค้นหาว่าโมเดลใดเหมาะสมกับลักษณะงานของตัวเองมากที่สุด

“เจตนาของรัฐบาลคืออยากให้ประชาชนเข้าถึงและได้ทดลองใช้ AI หลายรูปแบบ โดยไม่ต้องเสียเงิน และเมื่อสิ้นสุดโครงการ ผู้ใช้งานจะได้เรียนรู้ว่าโมเดลใดเหมาะกับการทำงานของตัวเองมากที่สุด” นายไชยชนก กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...