โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

การใส่ "เกลือ-กากกาแฟ" ในตู้เย็น เปิดอีกทีเปลี่ยนไปอย่างไร? กูรูเฉลยประโยชน์สุดว้าว!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เกลือและกากกาแฟช่วยลดกลิ่นตู้เย็นได้จริงไหม? เปิดเคล็ดลับงานบ้านง่าย ๆ พร้อมวิธีใช้ ข้อควรระวัง และเหตุผลที่ต้องทำความสะอาดตู้เย็นควบคู่กัน

ทำไมหลายบ้านใส่ “เกลือ + กากกาแฟ” ในตู้เย็น? เปิดออกมาอีกที อาจช่วยลดกลิ่นกวนใจได้

กลิ่นอาหารตกค้างในตู้เย็นเป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ แม้นำอาหารต้นเหตุออกไปแล้ว แต่กลิ่นบางอย่างยังสามารถติดอยู่ภายในตู้เย็นได้นาน และอาจลอยไปติดผลไม้ เครื่องดื่ม หรืออาหารอื่นที่เก็บอยู่ใกล้กัน

นอกจากวิธีที่หลายคนคุ้นเคยอย่างการใช้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นแล้ว อีกหนึ่งเคล็ดลับงานบ้านที่ถูกแชร์ต่อกันคือการใช้ “เกลือผสมกากกาแฟ” ซึ่งเป็นวัตถุดิบใกล้ตัวที่หลายบ้านมีอยู่แล้ว

วิธีทำถุงเกลือและกากกาแฟ ลดกลิ่นในตู้เย็น

เคล็ดลับนี้ได้รับความนิยมจากการแชร์บนโลกออนไลน์ และถูกนำเสนอโดยเว็บไซต์ด้านการดูแลบ้านอย่าง Apartment Therapy ซึ่งแนะนำการใช้เกลือและกากกาแฟเป็นตัวช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่ปิดอย่างตู้เย็น

วิธีทำสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • นำกระดาษฟอยล์หรืออะลูมิเนียมฟอยล์วางบนพื้นเรียบ
  • ใส่เกลือและกากกาแฟไว้ตรงกลางแผ่นฟอยล์
  • พับขอบฟอยล์ขึ้นให้เป็นถุงขนาดเล็ก
  • ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูเล็ก ๆ หลายจุดบนพื้นผิว
  • นำถุงที่ทำเสร็จแล้วไปวางไว้ในตู้เย็น

รูเล็ก ๆ บนฟอยล์ช่วยให้อากาศภายในตู้เย็นสามารถผ่านเข้าออกได้ ทำให้เกลือและกากกาแฟสัมผัสกับกลิ่นที่สะสมอยู่ได้มากขึ้น

สำหรับกากกาแฟที่ผ่านการชงแล้ว ควรนำไปผึ่งให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้ เพราะความชื้นที่ตกค้างอาจทำให้เกิดเชื้อราหรือเพิ่มกลิ่นไม่พึงประสงค์แทน

ทำไมเกลือและกากกาแฟจึงช่วยลดกลิ่นได้?

กากกาแฟ: ตัวช่วยดูดซับกลิ่นจากธรรมชาติ

กากกาแฟมีโครงสร้างที่สามารถช่วยดูดซับกลิ่นบางประเภทได้ จึงมักถูกนำมาใช้ในเคล็ดลับงานบ้าน เช่น ลดกลิ่นในตู้รองเท้า ถังขยะ หรือบริเวณที่มีกลิ่นอับ

นอกจากนี้ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของกาแฟยังช่วยทำให้บริเวณนั้นมีกลิ่นสดชื่นขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

เกลือ: ช่วยดูดซับความชื้นในพื้นที่ปิด

เกลือมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้นบางส่วน จึงอาจช่วยลดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดกลิ่นอับภายในตู้เย็น

อย่างไรก็ตาม ทั้งเกลือและกากกาแฟเป็นเพียงตัวช่วยเสริม ไม่สามารถกำจัดต้นเหตุของกลิ่นได้ หากยังมีอาหารเสีย คราบอาหาร หรือของเหลวตกค้างอยู่ภายในตู้

ไม่จำเป็นต้องใช้สองอย่างรวมกันเสมอไป

หากไม่มีเกลือหรือไม่สะดวกทำเป็นถุง สามารถใช้กากกาแฟเพียงอย่างเดียวได้ โดยนำกากกาแฟที่ตากจนแห้งสนิทใส่ในภาชนะเปิด หรือกล่องที่มีรูระบายอากาศ แล้วนำไปวางในบริเวณที่มีกลิ่น

นอกจากตู้เย็นแล้ว กากกาแฟยังสามารถนำไปใช้ลดกลิ่นในพื้นที่อื่น เช่น ตู้รองเท้า ลิ้นชัก หรือบริเวณใกล้ถังขยะได้อีกด้วย

ส่วนเกลือเองก็เป็นวัตถุดิบที่ถูกนำมาใช้ในเคล็ดลับงานบ้านหลายรูปแบบ เช่น ใช้ร่วมกับมะนาวเพื่อลดกลิ่นติดมือ หรือช่วยทำความสะอาดพื้นผิวบางประเภท

เกลือและกากกาแฟไม่สามารถแทนการล้างตู้เย็นได้

แม้วิธีนี้อาจช่วยลดกลิ่นที่ตกค้างในตู้เย็นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการทำความสะอาด เพราะหากต้นเหตุของกลิ่นมาจากอาหารเสีย กล่องอาหารที่ปิดไม่สนิท หรือคราบอาหารที่หกอยู่ภายในตู้ การวางถุงเกลือและกากกาแฟเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้

วิธีดูแลตู้เย็นที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากการจัดการต้นเหตุ ได้แก่

  • ตรวจสอบและนำอาหารที่หมดอายุหรือเสียออกจากตู้เย็น
  • เช็ดคราบอาหารและของเหลวที่หกทันที
  • ล้างกล่องใส่อาหารให้สะอาดและปิดฝาให้สนิท
  • ทำความสะอาดชั้นวางและช่องเก็บอาหารเป็นประจำ

หลังจากทำความสะอาดแล้ว จึงสามารถวางถุงเกลือและกากกาแฟไว้เพื่อช่วยลดกลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่

เคล็ดลับง่าย ๆ จากของในครัว ช่วยให้ตู้เย็นสดชื่นขึ้น

เพียงใช้วัตถุดิบใกล้ตัวอย่าง เกลือและกากกาแฟ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลกลิ่นภายในตู้เย็นได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีบซื้อผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นราคาแพง

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่สุดยังคงเป็นการรักษาความสะอาด ตรวจสอบอาหารในตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ และจัดการต้นเหตุของกลิ่นอย่างถูกวิธี เพื่อให้ตู้เย็นสะอาดและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...