สหรัฐเดินหน้าแผนเก็บค่าวีซ่า “เอช-1บี” 3.3 ล้านบาท หวังลดจ้างแรงงานต่างชาติ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเผยแพร่ร่างกฎเกณฑ์ เพื่อกำหนดค่าธรรมเนียมวีซ่า เอช-1บี สำหรับแรงงานต่างชาติทักษะสูง ในอัตรา 103,265 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ( ราว 3.37 ล้านบาท )
การเผยแพร่ข้อมูลของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ เป็นการผลักดันให้ค่าธรรมเนียมที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการเรียกเก็บตั้งแต่ปีที่แล้ว ให้มีผลบังคับใช้อย่างถาวร หลังศาลรัฐบาลกลางมีคำพิพากษา ว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและสั่งระงับการเรียกเก็บ
ทั้งนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นเวลา 30 วัน และวางแผนให้มาตรการมีผลภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นค่าธรรมเนียมที่ "จ่ายครั้งเดียว" ครอบคลุมเฉพาะกับผู้ยื่นขอวีซ่าใหม่เท่านั้น ไม่มีผลกับผู้ต่ออายุวีซ่า และผู้ที่ถือวีซ่าเอช-1บี อยู่แล้ว
การชึ้นค่าธรรมเนียมมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ประกอบการในสหรัฐหันมาจ้างแรงงานชาวอเมริกันมากขึ้น โดยค่าธรรมเนียมเดิมอยู่ที่ราว 2,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 65,366-163,415 บาท ) ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐยังเพิ่มมาตรการตรวจสอบประวัติผู้สมัครวีซ่าเอช-1บี และเสนอระบบคัดกรองใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีทักษะสูงและได้รับค่าตอบแทนสูง ขณะที่เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเพิ่มค่าธรรมเนียมสูงสุด
4,500 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 147,073.50 บาท ) สำหรับการต่ออายุวีซ่าเอช-1บี หรือการโอนย้ายพนักงานจากต่างประเทศเข้าสหรัฐ
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า นายจ้างสหรัฐลงทะเบียนขอวีซ่าเอช-1บี สำหรับลูกจ้างราว 344,000 คน ในปีที่ผ่านมา ลดลงมากกว่า 25% จากปี 2567 และน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน 794,000 คน เมื่อปี 2566.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS