โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนเปิด ‘โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์’ ปั้น AI สู่การใช้งานจริง

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ส.ค. เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. เวลา 08.30 น. • The Bangkok Insight

จีนเดินหน้าพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ เปิดฐานนำร่องในนครหางโจวในรูปแบบ "โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์" ฝึกหุ่นยนต์กว่า 140 ตัวผ่านสถานการณ์จำลองกว่า 40 รูปแบบ พร้อมเชื่อมโยงภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เปิด "โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์" ซึ่งเป็นฐานนำร่องการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) แห่งชาติจีน โดยมีหุ่นยนต์นักเรียนกว่า 140 ตัว ฝึกปฏิบัติภารกิจเดิมซ้ำ ๆ จนสามารถทำได้อย่างถูกต้อง

โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์

ฐานดังกล่าวทำหน้าที่ฝึกทักษะหุ่นยนต์ ผ่านสถานการณ์จำลองการทำงานมากกว่า 40 รูปแบบ ตั้งแต่งานในห้องครัวอัจฉริยะ คลังสินค้า ฟาร์ม ไปจนถึงอุโมงค์เหมืองจำลอง เพื่อผลักดันการนำปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ซึ่งสามารถรับรู้ เคลื่อนไหว และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมจริง ออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน

นับตั้งแต่เปิดทดลองดำเนินงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ฐานแห่งนี้มีบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพเกือบ 40 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยกว่า 10 แห่ง เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อพัฒนา และฝึกฝนเทคโนโลยี

การฝึกภายในฐานผสมผสานการทำงานในสภาพแวดล้อมจริงกับระบบจำลองเสมือน โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลให้ปฏิบัติภารกิจซ้ำ ๆ ขณะที่เซ็นเซอร์จะบันทึกทุกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์

โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์

ภายในห้องครัวอัจฉริยะจำลอง บริษัท หางโจว บิ๊กดาต้า คลาวด์ เอไอ เทคโนโลยี ได้ฝึกหุ่นยนต์ให้เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานในร้านอาหาร ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อ หยิบวัตถุดิบ ปรุงอาหารภายใน 3-4 นาที ไปจนถึงเสิร์ฟอาหาร และเก็บภาชนะหลังลูกค้ารับประทานเสร็จ

หยาง เจี้ยนตั่ง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า การพัฒนาระบบเอไอสำหรับธุรกิจร้านอาหารตั้งแต่เริ่มต้นอาจต้องใช้งบวิจัย และพัฒนาหลายล้านหยวน แต่ฐานแห่งนี้มีโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพด้านเทคโนโลยีรองรับ ทำให้สามารถเริ่มทดสอบโครงการได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

ด้านจาง ไห่เวย ผู้ก่อตั้งบริษัทชิงถงซื่อเจวี๋ย (Chingmu) ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว ระบุว่า ต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะที่ผ่านมา การพัฒนาสถานการณ์การใช้งานเพียงรูปแบบเดียวอาจต้องใช้เงินมากกว่า 10 ล้านหยวนสำหรับการฝึกระบบข้อมูล แต่ฐานแห่งนี้ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ เข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้ในที่เดียว

โรงเรียนฝึกอาชีพหุ่นยนต์

หลี่ ซิ่งเถิง รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทผู้ดำเนินงานฐานนำร่อง กล่าวว่า แพลตฟอร์มแห่งนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงบริษัทต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เพื่อผสานจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายให้ต่อยอดเป็นโซลูชันแบบครบวงจร

สำหรับหุ่นยนต์นักเรียนเหล่านี้ ห้องเรียนจำลองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ขณะที่โลกแห่งความเป็นจริงภายนอกคือบทเรียนลำดับต่อไปที่กำลังรออยู่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...