หลายพันคนติดค้าง ฝนตกหนักคร่าชีวิตอย่างน้อย 4 รายในญี่ปุ่น
อย่างน้อย 4 คนเสียชีวิตในภาคตะวันออกของญี่ปุ่นจากเหตุฝนตกหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้ประชาชนหลายพันคนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะข้ามคืน รวมทั้งถนนและบริการรถไฟหยุดชะงัก
ผู้คนเดินบนถนนที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม (Photo by Philip FONG / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า เกิดสภาวะฝนตกหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะข้ามคืน รวมทั้งถนนสัญจรและบริการรถไฟหยุดชะงัก
ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดคืนวันพฤหัสบดีทำให้เกิดคำเตือนเรื่องดินถล่มและไฟฟ้าดับ โดยนักพยากรณ์อากาศได้ออกคำเตือนฝนตกหนักระดับสูงสุดสำหรับภูมิภาคชิบะเป็นครั้งแรก
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น (JMA) กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า "นี่กำลังจะเป็นฝนตกหนักในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
ในพื้นที่ชนบทของจังหวัดชิบะ พบเห็นรถยนต์มากกว่าสิบคันถูกทิ้งร้างอยู่บนถนนในพื้นที่ต่ำ
ที่สนามบินนาริตะ ถุงนอนถูกกองรวมกันขณะที่ผู้โดยสารนอนหลับอยู่ทั่วอาคาร และมีแถวยาวเหยียดสำหรับการเช็คอิน
สำนักงานจัดการภัยพิบัติจังหวัดชิบะรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย เป็นชายวัยประมาณ 60 ปีที่พบว่าศพลอยอยู่ในถนนที่ถูกน้ำท่วม และหญิงวัย 66 ปีที่ติดอยู่ในรถที่จมน้ำ
ผู้เสียชีวิตรายที่สามเป็นชายไม่ทราบอายุ พบหมดสติอยู่บนถนน และรายที่สี่เป็นบุคคลไม่ทราบเพศและอายุ
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากถึง 8 ราย
สำนักงานจัดการภัยพิบัติฯระบุว่า บ้านเรือนเกือบ 26,000 หลังทั่วจังหวัดชิบะไม่มีไฟฟ้าใช้
ยังมีบ้านเรือนอีก 45 หลังถูกน้ำท่วมในเมืองต่างๆ เช่น อิชิกาวะ, คาชิวะ และซากุระ รวมทั้ง 39 หลังที่มีน้ำท่วมสูงถึงระดับต่ำกว่าพื้นบ้าน
ทั้งนี้ ประชาชนประมาณ 6,000 คนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะข้ามคืน เนื่องจากรถไฟเชื่อมต่อหลายขบวนถูกยกเลิกจนถึงบ่ายวันศุกร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่สนามบินได้แจกน้ำ, อาหาร และถุงนอนฟรี
เช่นเดียวกัน มีประชาชนหลายร้อยคนติดค้างอยู่ที่สถานีรถไฟชิบะเนื่องจากบริการรถไฟถูกระงับ และประชาชนหลายร้อยคนใช้เวลาค้างคืนที่ศูนย์พักพิงในจังหวัดชิบะ
ในเช้าวันศุกร์ คำเตือนระดับ 5 เกี่ยวกับฝนตกหนักถูกลดระดับลงเป็นระดับ 4
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์กำลังทำให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้น, ยาวนานขึ้น และรุนแรงขึ้น.