โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Penelope with the Suitors ศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีโบราณ มหากาพย์โอดิสซี

Sarakadee Lite

อัพเดต 21 ก.ค. เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. เวลา 16.38 น. • ศรัณยู นกแก้ว

ปรากฏการณ์ภาพยนตร์ มหากาพย์โอดิสซี หรือ The Odyssey จากผลงานการกำกับ และเขียนบทของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ส่งให้หลายคนหันกลับไปศึกษาบทประพันธ์ต้นฉบับมากขึ้น กับบทกวีมหากาพย์กรีกโบราณความยาว 12,109 บรรทัดที่ถูกประพันธ์ขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล เดิมทีเชื่อว่าโอดิสซี เป็นผลงานการประพันธ์ของ โฮเมอร์ (Homer) ทว่านักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันก็เริ่มถกเถียงอยู่ว่าโฮเมอร์มีตัวตนจริงหรือไม่ ใครกันแน่คือเจ้าของบทประพันธ์ที่แท้จริง ซึ่ง โนแลน ผู้ต่อยอดมหากาพย์เรื่องนี้ในเวอร์ชันเป็นภาพยนตร์ซึ่งใช้ระบบการถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX สำหรับฉายในจอ IMAX ทั้งเรื่อง ได้กล่าวถึงเบื้องหลังการสร้างมหากาพย์โอดิสซีไว้ว่า

มหากาพย์โอดิสซี

“ไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่องหลักของโอดิสซีอุส หรือเหตุการณ์แต่ละตอนที่ประกอบกันขึ้นเป็นมหากาพย์เรื่องนี้ The Odyssey คือรากฐานของภาพยนตร์แทบทุกเรื่องที่เคยสร้างขึ้นมา มันแฝงอยู่ในภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผมเคยสร้าง เพียงแต่ผมไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนี้มาก่อน มันคือเรื่องสนุกที่ได้ค้นพบเมื่อผมเริ่มก้าวสู่งานดัดแปลงเรื่องนี้”

The Odyssey ฉบับภาพยนตร์อิงเนื้อหากับต้นฉบับเดิมว่าด้วยเรื่องของ “โอดิสซีอุส” (Odysseus) กษัตริย์แห่งอิธากา (Ithaca) ดินแดนเกาะแห่งหนึ่งในอาณาจักรกรีกโบราณซึ่งจำต้องทิ้งให้ “เพเนโลพี” (Penelope) ผู้เป็นภรรยา และ“เทเลมาคัส” (Telemachus) ลูกน้อยเพื่อไปร่วมรบในสงครามเมืองทรอยกับ “อะกาเมมนอน” กษัตริย์ที่เปิดศึกด้วยชนวนเหตุจากการแย่งชิง “เฮเลน” หญิงงามผู้เป็นภรรยาของเขา ในสงครามนั้นโอดิสซีอุสใช้กลศึก ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan Horse) สร้างม้าไม้ขนาดมหึมาให้เหล่าทหารซ่อนตัวไว้ในม้าไม้ ก่อนที่จะออกจากม้าและซุ่มตีในยามค่ำคืน แต่หลังจากชัยชนะครั้งนั้น โอดิสซีอุสต้องระหกระเหินหลงทางไปยาวนานกว่า 20 ปี จึงหวนคืนบ้านที่อิธากาขณะที่ เทเลมาคัส บุตรชายของเขาเติบโตเป็นหนุ่ม และ เพเนโลพี ผู้เฝ้ารอการกลับมาของสามีต้องเผชิญกับวิกฤติภายในวังหลวง เมื่อบรรดาเจ้าชายและขุนนางจอมเจ้าเล่ห์ทั้งหลายเริ่มเข้ามายึดครองพื้นที่ และพยายามกดดันให้ราชินีเพเนโลพียอมตัดใจจากโอดิสซีอุสและอภิเษกสมรสครั้งใหม่โดยเลือกหนึ่งในพวกเขาให้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปแทน

ภาพ Penelope with the Suitors

มหากาพย์โอดิสซี ถูกถ่ายทอดจากอดีตกว่า 2,800 ปี สู่ยุคปัจจุบันดั่งตำนาน และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่งานศิลปะหลากหลายแขนง รวมถึงงานศิลปะภาพเขียนในยุคเรเนซองส์,ซึ่งเป็นยุคที่ยุโรปหวนกลับไปรื้อฟื้นปรัชญา ศิลปะ และวิทยาการความรู้สมัยกรีกโบราณอีกครั้ง โดยหนึ่งในงานมาสเตอร์พีซที่ได้แรงบันดาลใจจากโอดิสซี คือภาพ Penelope with the Suitors เป็นภาพเขียนนางเพเนโลพีและผู้ที่มาสู่ขอ เล่าเรื่องราวของเพเนโลพีขณะที่รอคอยโอดิสซีอุสหวนคืนบ้าน หลังจากไปร่วมรบสงครามเมืองทรอย ส่วน “ผู้มาสู่ขอ” นำโดย แอนตีนัส (Antinus) ผู้ฉ้อฉลที่ซ่องสุมพ่ายพลไว้รอวันที่เพเนโลพีจะตัดสินใจเลือกคู่มาแทนที่โอดิสซีอุสตามประเพณีกับข้อต่อรองว่า หากนางทอผ้าสำหรับคลุมร่างของ ลาร์เตส (Laertes) บิดาผู้ล่วงลับของโอดิสซีอุสเสร็จเมื่อไร เพเนโลพีจะต้องเลือกคู่ใหม่ทันที

สงครามเมืองทรอยในภาพยนตร์

แต่เพเนโลพีใช้กลอุบาย “ทอผ้า” ยามกลางวัน และรื้อออกในตอนกลางคืนเพราะหน่วงเวลาไว้ แม้ภายหลังความลับจะถูกแพร่งพรายออกไปโดยคนรับใช้ใกล้ชิดที่ทรยศไปร่วมมือกับผู้มาสู่ขอ แต่นางได้ใช้ความเป็นผู้นำยืนหยัดไม่ยอมให้บุรุษหน้าไหนมาคุกคามซึ่งในต้นฉบับบทกวีได้เขียนถึงผู้มาสู่ขอว่ามีทั้งหมด 108 คน ที่หวังจะเป็นใหญ่ในอิทากาแทนที่โอดิสซีอุสผ่านการครอบครองตัวนางซึ่งนั่นทำให้เพเนโลพีกลายเป็นภาพลักษณ์ในอุดมคติของสตรีผู้ยืดมั่นต่อชายคนรัก ผู้อดทนรอคอยโดยไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือหรือความเชื่อที่ยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าโอดิสซีอุสตายไปแล้ว และความกล้าหาญยืนหยัดท้าทายแรงกดดันและการคุกคามทางอำนาจจากบรรดาบุรุษ ต่อมาเมื่อโอดิสซีอุสกลับถึงบ้าน เพเนโลพีได้ออกอุบายให้บรรดาผู้สู่ขอชิงชัยด้วยการน้าวคันศรที่เป็นของโอดิสซีอุส หากผู้ใดสามารถน้าวคันศรยิงธนูได้สำเร็จจะได้ครอบครองทั้งตัวนางและบัลลังก์อิธากาแต่สุดท้ายโอดิสซีอุสก็ได้ลงมือสังหารบรรดาผู้สู่ขอเหล่านั้น

“เพเนโลพี” (Penelope) เวอร์ชันภาพยนตร์

Penelope with the Suitors วาดโดยศิลปินนามPintoricchio ถ่ายทอดภาพของเพเนโลพีที่กำลังนั่งทอผ้า เผชิญหน้ากับบุรุษในภาพผมยาวยืนนำขบวนของบรรดาผู้มาสู่ขอที่ต่อคิวยาว และมุมภาพขวาสุดมีชายที่กำลังเดินเข้าประตูถือไม้เท้าที่เป็นสัญลักษณ์ของนักเดินทางจึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นภาพแทนโอดิสซีอุสผู้เดินทางกลับถึงบ้านหลังจากผจญภัยหลงทางในทะเลยาวนานกว่า 20 ปี ภาพเขียนนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า The Return of Odysseus โดยตรงกลางกรอบภาพเป็นภาพเรือแล่นกลางทะเล อิงเรื่องราวการผจญภัยของโอดิสซีอุสที่ต้องผ่านการถูกล่อลวงด้วยเสียงเพลงของไซเรน (Sirens) พรายทะเล และการทดสอบของแม่มดเซอร์ซี (Circe) บนเกาะร้างระหว่างทางกลับบ้านจากเมืองทรอยสู่อิทากา

มหากาพย์โอดิสซี

ทั้งนี้ ดร. เอมิลี เฮาเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณ และผู้เขียนหนังสือ Mythicaได้อธิบายถึงภาพเขียนเพเนโลพีที่ศิลปิน Pintoricchio ถ่ายทอดออกมาว่าสะท้อนภาพลักษณ์สตรีสูงส่งในอุดมคติยุคเรเนซองส์ เป็นการผสมผสานระหว่างมหากาพย์ Odyssey กับลักษณะของพระแม่มาดอนน่า แรงบันดาลใจงานศิลปะอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ของศิลปินในอิตาลียุคศตวรรษที่ 16 ทั้งนี้ภาพเขียน Penelope with the Suitors ต้นฉบับเป็นศิลปะวาดสีบนปูนเปียกในยุคเรเนซองส์ โดยงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในสองชิ้นงานที่ยังหลงเหลือจากต้นฉบับทั้งหมด 8 ชิ้นที่ศิลปิน Pintoricchio ได้รับมอบหมายจาก Pandolfo Petrucci ผู้ปกครองซีเอนนา (Siena) ให้เขียนขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1509 อิงเรื่องราวของมหากาพย์โอดิสซีเพื่อตกแต่งผนังพระราชวังเนื่องในวาระฉลองงานแต่งงานของบอร์กีส (Borghese) บุตรชายและนางวิตตอเรีย ปิกโคโลมีนี (Vittoria Piccolomini) หลานสาวของพระสันตะปาปาปิอุสที่ 3 แห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกซึ่งถือเป็นงานแต่งของสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในอิตาลียุคนั้น

ปัจจุบันภาพเขียนPenelope with the Suitors ที่ถูกคัดลอกลงบนผ้าแคนวาสเป็นสมบัติของ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน ในคอลเลกชันภาพเขียนคลาสสิกของยุโรปตะวันตกช่วงศตวรรษที่ 13-19 สามารถเข้าชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

The post Penelope with the Suitors ศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีโบราณ มหากาพย์โอดิสซี appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...