ตำรวจเขาวงระงับเหตุผู้ป่วยจิตเวชส่งเสียงเอะอะหน้าโรงเรียน ก่อนนำส่ง รพ.ประสานญาติรับกลับรักษาต่อ
ตำรวจ สภ.เขาวง เข้าระงับเหตุชายมีอาการทางจิตเวชส่งเสียงเอะอะและแสดงท่าทางไม่เหมาะสมบริเวณหน้าโรงเรียนเขาวงพิทยาคาร ก่อนนำส่งโรงพยาบาลและประสานญาติรับกลับไปดูแล
วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาวง ได้รับแจ้งเหตุบุคคลมีอาการทางจิตเวช เดินส่งเสียงเอะอะโวยวายและแสดงท่าทางไม่เหมาะสม บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเขาวงพิทยา อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผกก.สภ.เขาวง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงนักเรียนและบุคลากรภายในบริเวณโรงเรียน
โดย ร.ต.อ.ชัยยงค์ โคตรุชัย รอง สวป.สภ.เขาวง พร้อมกำลังสายตรวจรถยนต์ ได้เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ก่อนนำตัวผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลเขาวง เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและดูแลตามขั้นตอน ทราบชื่อตามที่ชาวบ้านเรียกกันว่า พี่บ่าว อายุประมาณถึง 42 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลมาว่าชายคนก่อเหตุมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ได้มาอยู่กับภรรยาอยู่ที่บ้านกุดหว้า ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ ก่อนจะมาเปิดร้านตัดผมบริเวณใกล้ๆห้องแถวเยื้องกับตลาดสดเทศบาลตำบลกุดสิม
จากการตรวจสอบพบว่าเคยมีประวัติการรักษาอาการจิตเวชมาแล้ว 3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้น้ำกระท่อมหลังการรักษาอาการดีขึ้น จึงจะมาเปิดร้านตัดผมที่อำเภอเขาวง ก่อนที่จะมีอาการกำเริบแล้วมาก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปซึ่งพลเมืองดีไทยเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวคนก่อเหตุและได้ประสานญาติให้มารับตัว เพื่อนำกลับไปรักษาและดูแลต่อที่ภูมิลำเนา
ด้าน น.ส.วิจิตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณเวลา 14.20 น. โดยก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะมายืนแสดงท่าทางอยู่บริเวณเสาไฟฟ้าหน้าอ่างกักเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง ชายคนดังกล่าวได้เดินข้ามถนนมาโวยวายที่ร้านขายกาแฟอีกร้าน ซึ่งอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนเขาวงพิทยาคาร แต่เจ้าของร้านไม่ได้โต้ตอบอะไร
จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินข้ามถนนมายังบริเวณเสาไฟฟ้า และแสดงท่าทางต่าง ๆ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากต้องมาเปิดร้านขายกาแฟอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน ซึ่งอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ให้ช่วยกวดขันและดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วย ประชาชน นักเรียน และบุคลากรในบริเวณดังกล่าวเป็นสำคัญ พร้อมนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาและประสานญาติเพื่อดูแลต่อไป