ผู้นำหมู่บ้านยิงชายคลุ้มคลั่งดับ หลังจะใช้มีดฟันลูกชายที่ไปช่วยระงับเหตุ
(31 ก.ค. 69) ศูนย์วิทยุ สภ.แม่ยาว ได้รับแจ้งจากกู้ชีพเทศบาลตำบลแม่ยาว ว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในหมู่บ้านจะแตะ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานพนักงานสอบสวน แพทย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตคือ นายจะคือ อายุ 53 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณศีรษะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายจะคือ มีอาการคลุ้มคลั่งและใช้อาวุธมีดอาละวาด ทำให้นายสิทธิ์ อายุ 24 ปี บุตรชายของผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งเข้าไปช่วยระงับเหตุ กำลังจะถูกฟันได้รับบาดเจ็บ ตัวผู้นำจึงใช้ปืนยิงผู้ก่อเหตุจนถึงแก่ความตาย ส่วนลูกชายโดนลูกหลงจากกระสุนปืนที่ข้อศอกขวา ก่อนถูกนำตัวส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วน นายนิคม แสนใหม่ อายุ 44 ปี ผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ยิงเพื่อยับยั้งเหตุ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายลูกชาย กระสุนถูกนายจะคือ จนเสียชีวิต
ด้าน นายบัณฑิต นันทเสน อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยขมนอก เปิดเผยถึงสภาพปัญหาในพื้นที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากคนติดยาเสพติด มีอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุไล่ฟันชาวบ้านหลายครั้ง เคยนำตัวไปบำบัดก็หนีออกมา ไม่ยอมไปรักษา มาเสพตลอด จนกลายเป็นตัวตึงในหมู่บ้านที่ชาวบ้านและเด็กๆ หวาดผวา ไม่กล้าออกไปทำมาหากินหรือเข้าสวนเข้านา
ในวันเกิดเหตุ ผู้นำชุมชนเข้าไประงับเหตุตามหน้าที่ แต่ผู้ก่อเหตุถือมีด 2 เล่ม ไม่ยอมฟังคำเตือน และวิ่งเข้าใส่เพื่อจะทำร้าย ได้ใช้มีดจะเงื้อฟันลูกชายของผู้นำหมู่บ้านก่อน เมื่อเห็นท่าไม่ดีหากไม่หยุดยั้งไว้ เหตุการณ์อาจลุกลามไปทำร้ายชาวบ้าน เด็กเล็ก และผู้สูงอายุในหมู่บ้าน จึงถือเป็นการตัดสินใจระงับเหตุในภาวะกระชั้นชิด
ทั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้านอยากขอความเป็นธรรมให้กับผู้นำชุมชนที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ป้องกันตัวและปกป้องชาวบ้าน และฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่นำตัวไปบำบัดแล้วปล่อยกลับออกมาเหมือนเดิม
ขณะที่ พ.ต.อ.สง่า ศรีวิชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ยาว เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ใช้อาวุธปืนและญาติของผู้เสียชีวิต โดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธปืนเป็นผู้นำชุมชนที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและพาไปชี้จุดเกิดเหตุพร้อมอธิบายเรื่องราวทั้งหมด
พ.ต.อ.สง่า กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ไว้ก่อนตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาอย่างละเอียดว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนว่า "หากพบเหตุการณ์บุคคลคลุ้มคลั่งหรือมีการใช้อาวุธ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุโดยเร็ว เนื่องจากทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้มีการฝึกอบรมชุดสายตรวจและชุดสืบสวน หรือ 6-Man Team ไว้สำหรับเข้าจัดการและระงับเหตุคลุ้มคลั่งโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน"