โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธุรกิจประกันผวาต่างชาติเข้าไทย เสี่ยงโควิดหวั่นซ้ำรอยเจอจ่ายจบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ม.ค. 2566 เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2566 เวลา 00.01 น.
AFP

“คปภ.” เร่งถกธุรกิจประกัน ตั้งรับนักท่องเที่ยวทะลักเข้าไทย หลังจีนเปิดประเทศ แนะออกแบบกรมธรรม์ TA ขยายความคุ้มครอง ครอบคลุม “ค่าที่พัก-ตรวจ RT-PCR-ตั๋วเครื่องบิน” กรณีติดเชื้อโควิดต้องกักตัว-รักษาก่อนกลับประเทศ ตามนโยบาย “จีน-อินเดีย” ฝั่งบริษัทประกันภัยผวา มาตรการไม่ตรวจ “โควิด” ต่างชาติเข้าไทย ชี้ธุรกิจแบกความเสี่ยง “เคลม” หวั่นเงื่อนไขเพิ่มความคุ้มครอง “ค่าที่พัก-ตรวจ RT-PCR” ส่อทำธุรกิจเจ๊ง ซ้ำรอย “เจอ จ่าย จบ”

นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คปภ.ได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมการควบคุมโรค เพื่อเตรียมความพร้อมการรับประกันภัยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคแนะนำให้นักท่องเที่ยวต้องทำประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อโควิด วงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ และมีข้อเสนอแนะต่อภาคธุรกิจประกันภัยให้ช่วยออกแบบแพ็กเกจความคุ้มครอง ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พักโรงแรมเพื่อกักตัว ค่าตรวจ RT-PCR และความคุ้มครองทางเลือกกรณีค่าตั๋วไฟลต์บินขากลับเข้าประเทศ

ปัจจุบันในตลาดประกันภัยไทยมีขายกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง (Travel Accident Insurance : TA) ที่คุ้มครอง ครอบคลุมการเจ็บป่วย และการติดเชื้อโควิดอยู่แล้ว สามารถซื้อผ่านออนไลน์ได้เลย แต่ยังไม่คุ้มครองค่าที่พักโรงแรมเพื่อกักตัวระหว่างติดเชื้อโควิด ค่าตรวจ RT-PCR และค่าตั๋วไฟลต์บินขากลับเข้าประเทศ ดังนั้นในช่วงนี้หากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทำประกันภัยการเดินทางตรวจพบเชื้อโควิด กรณีมีอาการหนักต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล สามารถเบิกสิทธิค่ารักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) ได้เลย

แต่กรณีอาการไม่รุนแรงต้องจ่ายค่าที่พักโรงแรมเอง เพราะโดยมาตรฐานของประเทศไทย ถ้าติดเชื้อแล้วไม่มีอาการก็ให้กักตัวอยู่ที่บ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจ RT-PCR ซ้ำ กรณีต้องเอาผลไปแสดงก่อนกลับเข้าประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีบางประเทศที่กำหนดการตรวจคัดกรองผล RT-PCR ก่อนกลับเข้าประเทศ เช่น จีน, อินเดีย เป็นต้น นอกจากนี้หากไม่ระบุหรือเปลี่ยนไฟลต์บินขากลับไว้จะต้องจ่ายค่าตั๋วเดินทางใหม่เอง

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างทำหนังสือถึงเลขาธิการ คปภ.เพื่อลงนามแจ้งไปยังสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อให้แจ้งสมาชิกบริษัทประกันรับทราบถึงข้อมูลดังกล่าว หากบริษัทใดสนใจให้พิจารณาเงื่อนไขและดีไซน์ความคุ้มครองตามความเสี่ยงที่รับได้ เสนอให้สำนักงาน คปภ.พิจารณา โดยจะอนุมัติกรมธรรม์ให้เร็วเป็นพิเศษ

“เราต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว แต่แนวทางดังกล่าวเป็นความสมัครใจ ไม่ใช่บังคับ ฉะนั้นบริษัทประกันรายใดสนใจก็ยื่นขออนุมัติมาได้เลย” นายอาภากรกล่าว

ผวาซ้ำรอย “เจอ จ่าย จบ”

แหล่งข่าววงการประกันภัย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจประกันมีบทเรียนจากประกันโควิด “เจอ จ่าย จบ” มาแล้ว ดังนั้น โมเดลที่ คปภ.เสนอ คงไม่มีบริษัทใดกล้าเข้าไปรับประกันเพราะความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะความคุ้มครองค่าตรวจ RT-PCR ของคนจีนและอินเดีย ซึ่งต้องตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน ถ้าพบติดเชื้อก็จะมีค่าที่พักโรงแรมเพื่อกักตัว และค่ารักษาพยาบาล สองส่วนนี้รับประกันได้ แต่ค่าเบี้ยประกันจะแพงมาก อีกทั้งยังกังวลว่าในบางประเทศ หากนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาจากประเทศไทยแล้ว ยอดติดเชื้อโควิดสูง อาจมีการบังคับให้ตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าประเทศเพิ่มเติมอีก

และถ้าให้อนุมัติเบี้ยตามอัตราความเสี่ยงเชื่อว่าคงไม่มีใครซื้อ เพราะเบี้ยแพงมาก สมมุติคุ้มครองวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ (ทุนประกัน 350,000 บาท) ค่าเบี้ยประกันจะอยู่ราว 200,000 บาท ตามอัตราความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด ตอนนี้ข้อมูลในต่างประเทศรายงานพบว่า คนจีนเดินทางเข้าอิตาลี ติดเชื้อกว่า 50% เกาหลีใต้ 26% จากที่มีการตรวจโควิด

“แพ็กเกจความคุ้มครองตามที่รัฐเสนอแนะคงไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเราต่อต้าน แต่ลักษณะแบบนี้ไม่ใช่การประกันภัย ฉะนั้นทำไม่ได้ และไม่มีใครกล้ารับประกัน เพราะถ้าอัตราการติดเชื้อในไทย 50% เราก็ต้องจ่ายเคลมสินไหมทั้งหมด 50% ถ้าให้เข้าไปรับ ก็อาจต้องลดทุนประกันลงเหลือ 100,000 บาท ค่าเบี้ยรวมต้นทุนค่าใช้จ่ายจะเหลือประมาณ 60,000 บาท”

สมาคมผวา ไม่ตรวจโควิดขาเข้า

นางสาวกัลยา จุกหอม ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมค่อนข้างกังวล เงื่อนไขภาครัฐที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวตรวจ ATK หรือตรวจ RT-PCR มาก่อนเข้าประเทศไทย รวมถึงการยกเลิกตรวจผลฉีดวัคซีน 2 เข็ม เพราะค่อนข้างมีความเสี่ยง แต่จากการหารือเบื้องต้นกับ คปภ. ทางสมาคมยินดีให้ความร่วมมือในการเชิญชวน และกำลังประสานงานให้แต่ละบริษัทประกันที่สนใจไปดีไซน์แพ็กเกจความคุ้มครอง เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีบริษัทใด เข้ามารับประกันตรงส่วนนี้บ้าง

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถซื้อประกันตามข้อกำหนดความคุ้มครองได้อย่างอิสระ ทั้งจากประเทศต้นทางหรือผ่านเว็บไซต์บริษัทประกันในประเทศไทย ซึ่งบางแห่งมีขายอยู่แล้ว เช่น แอกซ่าประกันภัย ค่าเบี้ยประมาณ 2,000 กว่าบาท หรือทูนประกันภัย ค่าเบี้ยราว 400-500 บาท แต่จะคุ้มครองแค่ค่ารักษาพยาบาล

“ทูนฯ” ชี้ต้องคิด “เบี้ยแพง”

นายเบน อาศนะเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนจีนหรืออินเดียถือเป็นโอกาส แต่ต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นตัวประกอบสำคัญ โดยกำลังให้ทีมพิจารณาสถิติการเดินทางเข้าประเทศ รวมไปถึงอัตราความเสียหาย (loss ratio) จากการจ่ายเคลมสินไหมที่เกิดขึ้น ซึ่งมีสถิติอยู่พอสมควร และหากเข้าไปรับประกันก็คาดว่าเบี้ยส่วนนี้จะแพง

และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เข้าไปรับประกันโควิดนักท่องเที่ยวช่วงที่มีการแพร่การระบาดโควิด พบว่ายังพอมีกำไร เพราะบริษัทมีการพิจารณาสถิติ และราคาเบี้ยตลอดเวลา แต่เนื่องจากมาตรการวงเงินเอาประกันภัยจากรัฐบาลลดลงเรื่อย ๆ จากระดับ 100,000 เหรียญสหรัฐ เหลือ 50,000 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเหลือเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐ จึงมีผลต่อเบี้ยโดยตรงของ
บริษัท

โดยพบว่าในปี 2565 เบี้ยจากแบบประกันเดินทาง Tune iPass อยู่ที่ 151 ล้านบาท ลดลง 34% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบจำนวนกรมธรรม์หรือจำนวนลูกค้า ถือว่าเพิ่มขึ้น
จากเดิม 37% จาก 37,721 ฉบับ ขยับเป็น 51,092 ฉบับ

จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2565 ซื้อประกันเดินทาง Tune iPass คิดเป็น 1% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 ซึ่งเกินกว่า 1 ล้านคนในแต่ละเดือน ขณะที่แบบประกันเดินทาง iTravel มีอัตราการเติบโตกว่า 3,095% หรือ 5.3 เท่า จากเบี้ย 1 แสนบาท ขยับเป็น 3 ล้านบาท เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด บวกกับเริ่มขาย iTravel ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564

“ปัจจุบันเราเป็นมาร์เก็ตลีดเดอร์แบบประกันเดินทาง ให้ความคุ้มครองทั้งความล่าช้าในการเดินทางหรือไฟลต์ดีเลย์ การสูญหายหรือเสียหายของกระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินส่วนตัวภายในกระเป๋า และค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยครอบคลุมติดเชื้อ
โควิด และจากอุบัติเหตุ ค่าเบี้ยเริ่มต้น 195 บาท คุ้มครอง 7 วัน ไปจนถึงค่าเบี้ยกว่า 2,000 บาท คุ้มครองระยะเวลา 180 วัน โดยลูกค้าซื้อบนออนไลน์ 100% ได้รับกรมธรรม์ใน 5 นาที”

นายเบนกล่าวว่า สำหรับปี 2566 ตั้งเป้าเบี้ยประกันเดินทางจะเติบโต 10-15% จากปีก่อน ซึ่งจากการพูดคุยกับพาร์ตเนอร์จีน คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นอีกช่วงสิ้นไตรมาส 1/2566 เพราะจีนกำลังเตรียมตัวต่อพาสปอร์ต วีซ่า และเพิ่มไฟลต์บิน ขณะที่ยอดขายประกันจากคนไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศก็มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะไปเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...