โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปอดโลกพัง! แอมะซอนสูญเสียพืชพรรณ 10%

Environman

อัพเดต 24 ธ.ค. 2565 เวลา 00.15 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 00.00 น.

ปอดโลกพัง ป่าดิบชื้นแอมะซอนสูญเสียพืชพรรณพื้นถิ่นไป 10% ในรอบเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา

ป่าดิบชื้นแอมะซอน เป็นป่าดินชื้นเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุด ขนานนามปอดของโลก มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่กว้างขางในหลายประเทศทางอเมริกาใต้ เป็นแหล่งกักเก็บดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และผลิตออกซิเจนให้โลก รวมทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตพืช สัตว์ และชนเผ่าพื้นเมือง เป็นป่าซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลภูมิอากาศโลกและช่วยต่อสู้กับภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ปอดโลกสุดสำคัญแห่งนี้กำลังถูกทำลายอย่างหนักจนน่าเป็นห่วง ทั้งจากการตัดไม้ทำลาย การเผาป่า การทำเกษตรกรรม ปศุสัตว์ เหมือง รวมไปจนถึงการพัฒนาต่างๆ

รายงานฉบับใหม่ระบุว่า ภูมิภาคแอมะซอนได้สูญเสียพืชพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าฝนเขตร้อนไปแล้ว 10% ในเวลาเกือบ 4 ทศวรรษ จากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีขนาดพอๆ กับรัฐเท็กซัสเลยทีเดียว รายงานนี้ได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ โดยเผยถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา

โดยการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนของบราซิลเพิ่มสูงทุบสถิติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดี Jair Bolsonaro โดยเขาถูกวิจารณ์ในการละเลยการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้รายงานล่าสุดชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบราซิลได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติในช่วงปี 2021 ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลว่าผืนป่าแห่งนี้อาจถูกทำลายจนถึงจุดแตกหักในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกก็กำลังจับตามองมาตรการจาก Lula da Silva ประธานาธิบดีบราซิลคนใหม่ ที่ได้ให้คำมั่นสัญญาในการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และปกป้องแอมะซอนอย่างเข้มงวด ช่วยเหลือชุมชนเปราะบาง อีกทั้งจะปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้เผยว่าบราซิลควรจะให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ที่มา

The Associated Press: Amazon loses 10% of its vegetation in nearly four decades

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...